ธปท.สั่งแบงก์คุมเข้มธุรกรรมเงินตราต่างประเทศให้ร้านทองคำ ลดผลกระทบค่าเงินบาท
ธปท.สั่งสถาบันการเงินให้เข้มงวดธุรกรรมขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าของร้านทอง เพื่อลดผลกระทบต่อค่าเงินบาท
นางสาวพิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้สั่งการให้สถาบันการเงิน (สง.) เพิ่มความเข้มงวดธุรกรรมขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าของกลุ่มผู้ค้าทองคำ ซึ่งอาจส่งผลเพิ่มความผันผวนของค่าเงินบาท
โดยให้ สง. ต้องเรียกตรวจหลักฐานการขายทองกับคู่ค้าต่างประเทศจากร้านทองทุกธุรกรรม นอกจากนี้ยังต้องเรียกเอกสารเรียกเก็บเงินและใบขนทองคำภายใน 2 วันทำการ นับจากวันที่ร้านทองส่งมอบเงินตราต่างประเทศด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าการขายเงินตราต่างประเทศเกิดจากการส่งออกทองคำจริง
ขณะเดียวกัน ธปท.อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน โดยเสนอให้ผู้ค้าทองคำรายใหญ่ต้องรายงานข้อมูลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องให้ ธปท.รับทราบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามธุรกรรม ประเมินผลกระทบต่อค่าเงินบาท และพิจารณานโยบายที่เกี่ยวข้องและเหมาะสมต่อไป
ขณะที่ค่าเงินบาทวันนี้ (15 ธ.ค.68) เปิดตลาดทรงตัวที่ระดับ 31.60 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับที่ 31.50 บาท แนวต้าน 31.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.60 บาทต่อดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาด เมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 31.58 บาทต่อดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ท่ามกลางความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในปีหน้า โดยมีสัญญาณความอ่อนแอของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญในสัปดาห์นี้ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนต.ค. ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดขายบ้านมือสองเดือนพ.ย. ดัชนี PMI และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นสำหรับเดือนธ.ค. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 18 ธ.ค., และ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) วันที่ 18-19 ธ.ค., ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ย. ของยูโรโซน และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนพ.ย. ของจีน อาทิ การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรและอัตราการว่างงาน
ส่วนปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อค่าเงินที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 17 ธ.ค. ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางค่าเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก ปัจจัยการเมืองในประเทศ รวมถึงสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา
เมื่อวันศุกที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,339 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,279 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำอยู่ที่ 31.50 – 31.70 บาทต่อดอลลาร์ แนะนำ ซื้อ 31.50 / ขาย 31.70 บาทต่อดอลลาร์
ส่วนราคาทองวันนี้ (15 ธ.ค. 2568) เปิดตลาดราคาดีดขึ้น 200 บาท เปรียบเทียบกับราคาปิดเมื่อวานนี้ โดยราคาขายออกทองรูปพรรณ อยู่ที่ 65,300 บาท ขณะที่ทองคำแท่งมีราคารับซื้อในประเทศอยู่ที่บาทละ 64,400 บาท ขายออกบาทละ 64,500 บาท ตามประกาศครั้งที่ 1 ประจำวันนี้
ด้านราคาทองรูปพรรณ รับซื้ออยู่ที่บาทละ 63,111.08 บาท ราคาขายออกบาทละ 65,300 บาท ทั้งนี้ ในส่วนของราคาทองคำโลก (Gold Spot) อยู่ที่ระดับ 4,325.50 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของสมาคมค้าทองคำ หรือ Gold Traders Association ณ เวลา 09.03 น. ที่ผ่านมา