ก่อนหน้า Bitcoin คือสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อ ‘การลงทุน’ แต่เมื่อยามวิกฤตเกิด สกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลกกลับถูกใช้เป็น ‘สินทรัพย์หลบภัย’ ของประชาชนชาวอิหร่าน ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจจากความไม่สงบ การประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศ และการล่มสลายของค่าเงินเรียล
ตามรายงานวิเคราะห์ของ Chainalysis บริษัทด้านข้อมูลบล็อกเชนระดับโลกระบุว่า ในปี 2025 ระบบนิเวศคริปโตเคอร์เรนซีในอิหร่านมีมูลค่าการใช้งานรวมสูงกว่า 7.78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.43 แสนล้านบาท บ่งชี้การเพิ่มขึ้นของมูลค่า Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ในฐานะทางเลือกทางการเงิน ท่ามกลางข้อจำกัดของระบบเศรษฐกิจและการเงินแบบดั้งเดิม
วิกฤตเศรษฐกิจ-การเมือง
ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2025 อิหร่านเผชิญการประท้วงครั้งใหญ่ในหลายเมือง สาเหตุหลักมาจากเงินเฟ้อที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง และการอ่อนค่ารุนแรงของเงินเรียลเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน ทำให้กำลังซื้อหดหาย และความไม่พอใจต่อรัฐบาลเพิ่มสูงขึ้น
หน่วยงานข่าวด้านสิทธิมนุษยชนของสหรัฐ อย่าง Human Rights Activists News Agency (HRANA) ประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบแล้วมากกว่า 2,500 ราย ขณะที่ทางการอิหร่านใช้มาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด รวมถึงการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตในหลายพื้นที่ เพื่อจำกัดการสื่อสารและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซี ได้กลายเป็นช่องทางทางการเงินสำคัญของประชาชนที่สามารถเข้าถึงได้ แม้รัฐจะพยายามควบคุมระบบการเงินแบบเดิมก็ตาม
ธุรกรรม Bitcoin
Chainalysis ระบุว่า นับตั้งแต่การประท้วงเริ่มรุนแรงขึ้น ปริมาณกิจกรรมคริปโตในอิหร่านเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งในแง่มูลค่าเฉลี่ยรายวันของธุรกรรม และจำนวนการโอน Bitcoin ไปยังกระเป๋าเงินส่วนบุคคล
ข้อมูลเชิงลึกแสดงให้เห็นว่า การถอนเงินจำนวนไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 3 แสนบาท) เป็นกลุ่มที่เติบโตสูงสุด โดยมูลค่าการถอนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 236% และจำนวนครั้งในการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้น 262% ขณะที่การถอนระดับกลางไม่เกิน 1,000 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 228% ในด้านมูลค่า และ 123% ในด้านจำนวนธุรกรรม
แม้แต่การถอนขนาดใหญ่ไม่เกิน 100,000 ดอลลาร์ (หรือราว 3 ล้านบาท) ก็ยังเพิ่มขึ้น โดยมูลค่าธุรกรรมสูงขึ้น 32% และจำนวนครั้งเพิ่มขึ้น 55% ส่วนการถอนขนาดเล็กไม่เกิน 100 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นทั้งมูลค่าเฉลี่ย 111% และจำนวนธุรกรรม 78%
นอกจากนี้ การโอน Bitcoin จากแพลตฟอร์มซื้อขายในอิหร่านไปยังกระเป๋าเงินส่วนบุคคลที่โดยไม่ต้องระบุตัวตนได้ (Unattributed Personal Wallets) ก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ชี้ความพยายามของผู้ใช้งานในการถือครองสินทรัพย์ด้วยตนเอง และลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบหรือแทรกแซงโดยภาครัฐ
ค่าเงินเรียลมูลค่าลด
Chainalysis ชี้ว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการตอบสนองต่อการล่มสลายของค่าเงินเรียลอิหร่าน ซึ่งสูญเสียมูลค่าอย่างหนักจนแทบไม่สามารถใช้เป็นตัวเก็บรักษามูลค่าได้ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอย่างดอลลาร์หรือยูโร
ในบริบทนี้ Bitcoin ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็น ‘ที่พักเงิน’ (Store of Value) เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ข้ามพรมแดน เก็บออม และทำธุรกรรมได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบการเงินที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด
การต่อต้านเชิงโครงสร้าง
รายงานเน้นย้ำว่า Bitcoin มีบทบาททางสังคมและการเมืองที่กว้างกว่าการลงทุน โดยเฉพาะในประเทศที่เผชิญวิกฤตและการควบคุมจากรัฐอย่างเข้มงวด สินทรัพย์แบบดั้งเดิม เช่น เงินฝากหรืออสังหาริมทรัพย์ อาจขาดสภาพคล่องและตกอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐโดยตรง
ในทางกลับกัน Bitcoin มีคุณสมบัติการถือครองด้วยตนเอง (Self-Custody) และความต้านทานต่อการเซ็นเซอร์ (Censorship Resistance) ทำให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมทรัพย์สินของตนเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาสถาบันการเงิน หรือระบบที่รัฐสามารถสั่งอายัดได้ง่าย
ด้วยเหตุนี้ Chainalysis จึงนิยามบทบาทของ Bitcoin ในอิหร่านว่าเป็น ‘Element of Resistance’ หรือองค์ประกอบของการต่อต้านเชิงโครงสร้างเชิงเศรษฐกิจ ที่ช่วยให้ประชาชนมีอิสระทางการเงินในสภาพแวดล้อมที่ถูกจำกัดเสรีภาพ
กรณีของอิหร่านเป็นการตอบสนองทางเศรษฐกิจในประเทศที่เผชิญภาวะเงินเฟ้อรุนแรง ค่าเงินล่มสลาย และความไม่มั่นคงทางการเมือง คริปโตเคอร์เรนซีไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีการเงินใหม่ แต่ใช้ต่อรองอำนาจรัฐ
ขณะเดียวกัน รัฐจะสามารถควบคุมระบบการเงินได้มากเพียงใด เมื่อประชาชนมีทางเลือกที่ไม่ขึ้นตรงต่อศูนย์กลางอำนาจ