DUSIT เผย “ชนินทธ์” ถือหุ้น “ชนัตถ์และลูก” เพิ่มเป็น 52.12% หลังรับมรดก
ศุภจี สุธรรมพันธุ์
DUSIT แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ รายงานการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น “ชนัตถ์และลูก” หลัง “นายชนินทธ์ โทณวณิก” รับมรดกหุ้น เพิ่มเป็น 52.12% ซึ่งมีอำนาจควบคุมตาม Chain Principle-ได้รับยกเว้นทำ Tender Offer ยันไม่กระทบการบริหารและนโยบายธุรกิจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) (DUSIT) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทได้รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ DUSIT โดยถือหุ้นในบริษัทในสัดส่วนร้อยละ 49.74 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท ดังนี้
- เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 นายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการและประธาน เจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของบริษัท ได้รับมรดกเป็นหุ้นในชนัตถ์และลูก จำนวน 379,500 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 05 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก จากกองมรดกของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ภายหลังการรับโอนหุ้นดังกล่าว นายชนินทธ์ถือหุ้นในชนัตถ์และลูกร้อยละ 52.12 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของนายชนินทธ์ในชนัตถ์และลูกเกินร้อยละ 50 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดในชนัตถ์และลูก จึงถือว่าเข้ามามีอำนาจควบคุมในชนัตถ์และลูก ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่แล้ว (Chain Principle)
อย่างไรก็ตาม การเข้ามามีอำนาจควบคุมในชนัตถ์และลูกดังกล่าวได้รับยกเว้นหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัท (Tender Offer) ตามนัยของข้อ 9 (1) แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.12/2554 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) เนื่องจากเป็นการได้หุ้นมาโดยทางมรดก โดยคุณชนินทธ์ได้รายงานตามแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
- เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ได้ซื้อหุ้นในชนัตถ์และลูก จำนวน 2,005,065 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 66 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก จากนางสินี เธียรประสิทธิ์ ภายหลังการซื้อหุ้นดังกล่าว นางสุนงค์ถือหุ้นในชนัตถ์และลูกร้อยละ 46.62 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของนางสุนงค์ในชนัตถ์และลูกเกินร้อยละ 30 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดชนัตถ์และลูก จึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 258 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ของนางสุนงค์ แต่การซื้อหุ้นดังกล่าวไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่คุณสุนงค์ต้องมีหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่แล้ว (Chain Principle) ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด โดยนางสุนงค์ได้รายงานการได้มา ซึ่งนิติบุคคลตามมาตรา 258 ตามแบบ 246-2 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในการนี้ บริษัทขอเรียนให้ทราบว่า นายชนินทธ์และนางสุนงค์ไม่มีการเข้าซื้อหรือได้หุ้นทางตรงในบริษัทเพิ่มเติมแต่อย่างใด ดังนั้น สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือในบริษัทจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

ทั้งนี้ บริษัทขอยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นภายในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อนโยบายการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน และการจัดการของบริษัทแต่อย่างใด