หุ้นไทยวันนี้ (4 ก.พ.) ปรับขึ้นลุ้นทดสอบแนวต้าน หลัง ADVANC โชว์งบแกร่ง-ปันผลพิเศษ
ส่อง 6 หุ้นเด่น
บล.พายคาด SET วันนี้ (4 ก.พ. 69) เคลื่อนไหวในกรอบ 1,325-1,350 จุด รับแรงหนุนจาก ADVANC ประกาศงบไตรมาส 4/2568 ดีกว่าคาด-จ่ายปันผลพิเศษ พร้อมแนะเก็งกำไรหุ้นส่งออก ท่องเที่ยว และค้าปลีก
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi เปิดเผยว่า SET INDEX วันนี้ (4 ก.พ. 2569) เคลื่อนไหวในกรอบ 1,325-1,350 จุด หุ้นไทยปรับขึ้นวานนี้ แต่มีแรงขายบริเวณแนวต้านหลักที่ 1,345-1,350 จุด วันนี้ SET อาจปรับขึ้นทดสอบแนวต้านอีกครั้ง หลังจาก ADVANC รายงานผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง และจ่ายเงินปันผลพิเศษ
วานนี้ทองคำและน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น สวนทางกับหุ้นสหรัฐที่ปรับลดลง เนื่องจากมีแรงกดดันจากการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์เผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น และความระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Alphabet และ Amazon จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้
โดยทองคำฟื้นตัวปรับตัวขึ้นกว่า 6% เนื่องจากนักลงทุนช้อนซื้อหลังจากราคาร่วงลงอย่างหนักในช่วง 2 วันทำการก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์จากหลายสำนักรวมถึง JPMorgan ยังมีมุมมมองบวกต่อแนวโน้มราคาทองคำ ขณะที่ค่าเงินดอลล่าร์กลับมาอ่อนค่าท่ามกลางความวิตกกังวลว่าการที่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐถูกชัตดาวน์บางส่วน กำลังส่งผลกระทบต่อการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ
รวมถึงข้อมูลการรายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือน ม.ค. ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. จะถูกเลื่อนออกไปเช่นกัน อย่างไรก็ดี สถานการณ์มีแนวโน้มคลี่คลายลงหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในมาตรการจัดสรรงบประมาณวงเงินขนาดใหญ่เมื่อวานนี้ (3 ก.พ.) ส่งผลให้การปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันเสาร์ (31 ม.ค.) ยุติลง
สำหรับการรายงานตัวเลขสำคัญเศรษฐกิจสหรัฐที่ต้องติดตามคืนนี้ ได้แก่
1. การจ้างงานภาคเอกชน (ADP Private Nonfarm Payroll) ผลสำรวจ Bloomberg คาดการจ้างงานเพิ่ม
50,000 ตำแหน่ง ในเดือน ม.ค. จากเพิ่ม 41,000 ตำแหน่งใน ธ.ค. 2025
2. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ม.ค. จาก S&P Global
3. ดัชนีภาคบริการเดือน ม.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) และ 4) สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) นอกจากนี้ มีการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ Eli Lilly (ELI)
ทั้งนี้ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน ในระยะสั้นเลือก Trading ในหุ้นกลุ่มส่งออก (ITC, TU) กลุ่มท่องเที่ยว (AWC, CENTEL, ERW, MINT) รับเงินบาทที่อ่อนค่ากลุ่มค้าปลีก (BJC, CPALL, HMPRO) ศูนย์การค้า (CPN)