เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อนุทิน’ ตั้ง 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ ดึงอดีตปลัด-นักวิชาการนั่งกรรมการ ‘บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์’
Politics ‘อนุทิน’ ตั้ง 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ ดึงอดีตปลัด-นักวิชาการนั่งกรรมการ ‘บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์’
ก.ล.ต.รื้อค่าฟีโบรกฯ ขึ้นเพดานใหม่ ที่ปรึกษาลงทุนเพิ่มจ่ายเท่าตัว เริ่มใช้ 1 ม.ค. 70
Finance ก.ล.ต.รื้อค่าฟีโบรกฯ ขึ้นเพดานใหม่ ที่ปรึกษาลงทุนเพิ่มจ่ายเท่าตัว เริ่มใช้ 1 ม.ค. 70
CardX ขยายให้ผู้ถือบัตรเครดิต-บัตรสินเชื่อ ใช้ Google Pay แตะจ่ายได้ทั่วโลก
Finance CardX ขยายให้ผู้ถือบัตรเครดิต-บัตรสินเชื่อ ใช้ Google Pay แตะจ่ายได้ทั่วโลก
ICS Lifestyle Complex ชวนช็อป ชิม รับความคุ้มกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS”
Business ICS Lifestyle Complex ชวนช็อป ชิม รับความคุ้มกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS”
ดีอี จ่อฟ้อง “GULF-THCOM” บล.กสิกร กังวลต่อธุรกิจบริการดาวเทียม B2G
Tech ดีอี จ่อฟ้อง “GULF-THCOM” บล.กสิกร กังวลต่อธุรกิจบริการดาวเทียม B2G
กรุงศรี คาดค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.75-33.30 บาท/ดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ
Finance กรุงศรี คาดค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.75-33.30 บาท/ดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ
OR เปิดรับสมัคร CEO คนใหม่ จับตาผู้นำทิศทางธุรกิจน้ำมัน-ค้าปลีก สู่ Energy Solution
Economic OR เปิดรับสมัคร CEO คนใหม่ จับตาผู้นำทิศทางธุรกิจน้ำมัน-ค้าปลีก สู่ Energy Solution
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
เงินเฟ้อ ส.ค.พุ่ง 2.53% จากน้ำมัน-อาหารแพง สนค.จับตา Q4 อาจแตะ 2.7%
Economic เงินเฟ้อ ส.ค.พุ่ง 2.53% จากน้ำมัน-อาหารแพง สนค.จับตา Q4 อาจแตะ 2.7%
หุ้นไทยทะลุ 1,600 จุด DELTA พุ่ง 7% แรงซื้อหุ้นใหญ่ดัน SET ทะยาน
Finance หุ้นไทยทะลุ 1,600 จุด DELTA พุ่ง 7% แรงซื้อหุ้นใหญ่ดัน SET ทะยาน
ดูทั้งหมด

ธปท.เกาะติดสงครามอิหร่าน ชี้มีความเสี่ยงเศรษฐกิจโตต่ำเป้า ยันดูแลค่าเงินใกล้ชิด

20 มี.ค. 2569 | 13:24น.
ชญาวดี ชัยอนันต์

ธปท.เกาะติดสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางใกล้ชิด เปิด 2 สมมติฐาน ชี้มีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้น กดจีดีพีต่ำกว่าคาดการณ์ ย้ำดูแลกิจกรรมภาคการเงินไม่ซ้ำเติม รับค่าเงินผันผวนสูง แต่ดูแลไม่ให้กระทบผู้ประกอบการ

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อภาพเศรษฐกิจของไทย ยอมรับว่ามีความเสี่ยงด้านต่ำ (Down Side Risk) เพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้เดิม โดยภาพเศรษฐกิจรายเดือนที่ผ่านมายังไม่ได้สะท้อนผลจากสถานการณ์ดังกล่าว แต่ปัจจุบันผลกระทบได้ผ่านหลายช่องทางอย่างมีนัยสำคัญ

เช่น ต้นทุนพลังงาน จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่ง ธปท.อยู่ระหว่างการติดตามต้นทุนจะถูกส่งผ่านไปยังค่าครองชีพของประชาชนมากน้อยเพียงใด หากผู้ประกอบการไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ อาจจะมีการส่งผ่านไปราคาสินค้า ขณะเดียวเศรษฐกิจโลกเผชิญปัญหาเช่นเดียวกัน อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจชะลอตัว และกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของคนบางกลุ่ม ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของลูกหนี้ในเรื่องของความสามารถในการชำระหนี้ แต่เชื่อว่าสถาบันการเงินดูแลติดตามลูกค้าพอร์ตของตัวเองอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ดี จากความไม่แน่นอน และยังไม่สามารถคาดเดาว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อไปในระดับและจบลงอย่างไร ซึ่งคล้ายกับช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่มีความไม่แน่นอนสูง ธปท.จึงต้องมีการตั้งสมมติฐานไว้ 2 กรณี คือ 1.กรณี Better Case คาดว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะจบลงภายในครึ่งแรกของปีนี้ (H1/2569) การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มผ่อนคลายลง โดยราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีอาจอยู่ที่ประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

2.กรณี Base Case สถานการณ์อาจจบลงในครึ่งปีแรกเช่นกัน แต่ผลกระทบจะลากยาวไปถึงครึ่งปีหลัง เนื่องจากมีการทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งแตกต่างจากกรณีรัสเซีย-ยูเครนที่ไม่ได้ส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง ทำให้ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู (Recover) นานกว่า โดยราคาน้ำมันเฉลี่ยอาจพุ่งสูงถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และการเดินเรือจะยังคงติดขัดไปจนถึงครึ่งปีหลัง

“ธปท.ยอมรับว่ามีความเสี่ยงด้านต่ำที่อาจทำให้ตัวเลขจีดีพีต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ ซึ่งจากรายงานคณะกรรมการนโยบายการเงิน เพราะความไม่แน่นอนสูงขึ้น แต่การระบุตัวเลขเศรษฐกิจจะจบที่จุดไหนคงทำได้ยากคงต้องรอประเมินข้อมูลใหม่ โดย ธปท.จะมีการทบทวนตัวเลขอีกครั้ง“

สำหรับนโยบายการเงิน โดยหลักการนโยบายยึดเหนี่ยวคาดการณ์เงินเฟ้อ หากเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมาจากปัญหาด้านอุปทาน (Supply Shock) เช่น ราคาพลังงาน และคาดการณ์ว่าจะกลับลงมาได้ในที่สุดสามารถมองผ่านได้ (Look Through) การปรับดอกเบี้ยอาจไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา

เพราะดอกเบี้ยไม่สามารถจัดการกับปัญหาฝั่ง Supply ได้โดยตรง แต่หากปัญหาเริ่มส่งผ่านไปกระทบต่อการใช้จ่าย (Demand) หรือการคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะยาว ธปท. จึงจะพิจารณาการใช้เครื่องมือดอกเบี้ยตามความเหมาะสม โดยจะเห็นว่าในช่วงสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ธปท.ไม่ได้ปรับดอกเบี้ยขึ้นรวดเร็ว

ขณะที่ฝั่งตลาดการเงิน (Financial Market) ในส่วนของค่าเงินจะเห็นว่ามีความผันผวน โดยบางจังหวะอ่อนค่านำสกุลเงินอื่นในภูมิภาค เนื่องจากประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ (Net Importer) และเศรษฐกิจพึ่งพาการท่องเที่ยวสูง อย่างไรก็ตาม ในบางช่วงค่าเงินบาทก็มีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นมาได้บ้าง โดยยอมรับว่าความผันผวนในระดับ 9% ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่าที่ผ่านมา แม้จะยังไม่ถึงขั้นสูงเป็นประวัติการณ์ก็ตาม

ดังนั้น บทบาทการดูแลของ ธปท.ได้เข้าไปบริหารจัดการความผันผวนของค่าเงิน โดยดูแล 2 ฝั่ง ทั้งในฝั่งแข็งค่าและอ่อนค่า ซึ่งเป้าหมายหลัก คือ การดูแลเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถตั้งราคาและดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยไม่เดือดร้อนจนเกินไป รวมถึงการดูแลให้ตลาดการเงินยังคงฟังก์ชั่น (Functionality) หรือทำงานได้ตามปกติ

“ธปท. ติดตามดูแลกิจกรรมภาคการเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ซ้ำเติมและประคับประคองกันไป“