เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
Tech พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
SD เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
Business ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
Politics รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
‘ชัชชาติ’ เพิ่มรายได้ภาษี รีดบุหรี่-โรงแรม-น้ำมัน 
Real Estate ‘ชัชชาติ’ เพิ่มรายได้ภาษี รีดบุหรี่-โรงแรม-น้ำมัน 
ศึกชิงเงินลงทุนยุค AI  จี้ปลดล็อก 5 อุปสรรค-เลิกแข่งค่าแรง
Economic ศึกชิงเงินลงทุนยุค AI  จี้ปลดล็อก 5 อุปสรรค-เลิกแข่งค่าแรง
ฮอนด้า ซิตี้ e:HEV ไม่ทิ้งคราบ จัดจ้าน ครบ คุ้มค่า
Automotive ฮอนด้า ซิตี้ e:HEV ไม่ทิ้งคราบ จัดจ้าน ครบ คุ้มค่า
พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
Economic พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

สงครามส่อแววยุติ ‘เอเซีย พลัส’ แนะ ‘เก็งกำไร’ หุ้นได้อานิสงส์ 3 กลุ่มหลัก

01 เม.ย. 2569 | 10:20น.
เฟกนิวส์

บล.เอเซีย พลัส ชี้ตลาดหุ้นเฮ! รับสัญญาณสงครามส่อแววยุติ “ทรัมป์” จ่อถอนทหาร ดันน้ำมันร่วง-จับตา ครม.ใหม่ลุย Quick Win แนะ “เก็งกำไร” หุ้นได้อานิสงส์ 3 กลุ่มหลัก ชูหุ้นฟื้นตัวแรง CK-ERW-CBG

รายงานจากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า บล. เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมตลาดการลงทุนว่า เริ่มมีสัญญาณเชิงบวกอย่างชัดเจน หลังจากวิกฤตสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานกว่า 1 เดือน เริ่มมีท่าทีผ่อนคลายลง สัญญาณการยุติสงครามเริ่มปรากฏขึ้น เมื่อสำนักข่าวทางการอิหร่านรายงานการหารือระหว่างประธานคณะมนตรียุโรป (Antonio Costa) กับประธานาธิบดีอิหร่าน (Masoud Pezeshkian)

โดยผู้นำอิหร่านระบุว่ามีความตั้งใจที่จะยุติสงคราม แต่ต้องการหลักประกันเพื่อป้องกันการรุกรานซ้ำ ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ออกมาเปิดเผยว่า สหรัฐเตรียมจะถอนตัวออกจากอิหร่านภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า โดยระบุว่าการจบสงครามไม่จำเป็นต้องมีข้อตกลง เพียงแค่อิหร่านไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกต่อไป

เม็ดเงินไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-On) กดน้ำมันร่วงหลุด 104 เหรียญฯ

ทั้งนี้ พัฒนาการเชิงบวกดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดหวังว่าสงครามใกล้จะยุติ ส่งผลให้มีเม็ดเงิน (Fund Flow) ไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างสกุลเงินดอลลาร์จนหลุดระดับ 100 และไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง

โดยตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นแรงราว +2.5% ถึง +3.8% รวมถึงตลาดหุ้นเอเชียอย่างเกาหลีใต้ (+6.2%) และญี่ปุ่น (+3.7%) ก็ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งเช่นกัน ในทางกลับกัน สินทรัพย์ที่เคยได้ประโยชน์จากสงคราม เช่น ราคาน้ำมันดิบ BRENT ได้ปรับตัวร่วงลงหลุดระดับ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงทองคำและแร่เงินก็ถูกเทขายทำกำไร

อย่างไรก็ตาม แม้สงครามจะเริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงในช่วงที่ผ่านมาได้ส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจจริงแล้ว สะท้อนจากตัวเลขเงินเฟ้อของหลายประเทศในโซนยุโรปประจำเดือนมีนาคม 2569 ที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (เช่น โครเอเชีย +4.8%, ออสเตรีย +3.1%, เนเธอร์แลนด์ +2.7%)

การเมืองไทยฉลุย จับตา ครม.ใหม่ เข็นนโยบาย “Quick Win” กู้วิกฤต GDP

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทย คาดว่าจะมีทิศทางและมาตรการขับเคลื่อนที่ชัดเจนขึ้น หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา คาดว่ารัฐบาลใหม่จะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในช่วงวันที่ 7-9 เมษายน 2569 และจะเริ่มใช้อำนาจบริหารประเทศอย่างเต็มรูปแบบ

โดยฝ่ายวิจัยคาดหวังว่านโยบายแรก ๆ ที่จะถูกผลักดันคือกลุ่มนโยบายที่เน้นความรวดเร็วและเห็นผลทันตา (Quick Win) เพื่อกู้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตต่ำเพียง 1.8% นโยบายที่น่าจับตา ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง พลัส (Phase 2), การคุมราคาพลังงานไฟฟ้า, นโยบายปิดหนี้ไว ไปต่อได้ PLUS, บัญชีออมส่วนบุคคล (TISA) และ BOI FAST PASS

กลยุทธ์การลงทุน

บล.เอเซีย พลัส แนะช้อนซื้อหุ้นดิ่งลึก หวังรีบาวด์แรง ชู 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเด่น จากการประเมินสถิติในอดีตช่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2022 พบว่าเมื่อสถานการณ์ผ่อนคลายและราคาน้ำมันผ่านจุดสูงสุด ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) สามารถพลิกฟื้นจากการติดลบกลับมาบวกได้ถึง 2.9% โดยมี 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่น (Outperform) ได้แก่ กลุ่มการแพทย์ (HELTH) +8.5%, กลุ่มท่องเที่ยว (TOURISM) +6.5%, กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) +6.3%, กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (CONS) +4.9% และกลุ่มการเงิน (FIN) +4.6%

บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์ “เก็งกำไร” ในหุ้นที่ตอบรับประเด็นสงครามไปมากและราคาปรับตัวลงลึกเกิน 10% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีโอกาสฟื้นตัวสูงในช่วงนี้ ได้แก่

  • กลุ่มท่องเที่ยว: ERW, MINT
  • กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานลดลง: BH, BGRIM, GPSC, CBG, ICHI
  • กลุ่มการเงิน: TIDLOR, MTC, SAWAD โดยมีหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวันคือ CK, ERW และ CBG