เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ออมสิน ปิดท้ายแคมเปญ 113 ปี ลุ้นรางวัลสลากออมสินรวม 70 ล้านบาท ซื้อได้ถึง 15 ก.ค. นี้
Finance ออมสิน ปิดท้ายแคมเปญ 113 ปี ลุ้นรางวัลสลากออมสินรวม 70 ล้านบาท ซื้อได้ถึง 15 ก.ค. นี้
‘เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะทำงานระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลปราบทุนเทา
Finance ‘เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะทำงานระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลปราบทุนเทา
กรมทางหลวง เปิดเวทีรัฐ-เอกชน ถอดโจทย์พัฒนาจุดพักรถรับ “บรรทุก-บัสอีวี“
Economic กรมทางหลวง เปิดเวทีรัฐ-เอกชน ถอดโจทย์พัฒนาจุดพักรถรับ “บรรทุก-บัสอีวี“
“โซลีน่า เรสซิเดนท์”ทุ่ม 1,000 ล้านบาท เปิดวิลล่า Ultra-Luxury กระบี่
Real Estate “โซลีน่า เรสซิเดนท์”ทุ่ม 1,000 ล้านบาท เปิดวิลล่า Ultra-Luxury กระบี่
คลัง ลั่น 1 เดือนสรุปแก้ ‘พ.ร.ฎ.ค่ารักษาพยาบาล ขรก.’ สกัดทุจริต “ช้อปปิ้งยา”
Finance คลัง ลั่น 1 เดือนสรุปแก้ ‘พ.ร.ฎ.ค่ารักษาพยาบาล ขรก.’ สกัดทุจริต “ช้อปปิ้งยา”
พาณิชย์เปิดแพ็กเกจปั้นแฟรนไชส์รายย่อย รัฐช่วยจ่าย 50% สูงสุด 1 หมื่น ฟรีค่าเช่า 6 เดือน
Economic พาณิชย์เปิดแพ็กเกจปั้นแฟรนไชส์รายย่อย รัฐช่วยจ่าย 50% สูงสุด 1 หมื่น ฟรีค่าเช่า 6 เดือน
‘ศุภจี’ นำทีมบุกสหรัฐ 15-17 ก.ค. ปิดดีล ART หวังลดแรงกดดันภาษี 301
Economic ‘ศุภจี’ นำทีมบุกสหรัฐ 15-17 ก.ค. ปิดดีล ART หวังลดแรงกดดันภาษี 301
กิต Three Man Down แฉ 8 จุดเสี่ยงผับ-คอนเสิร์ตไทยอันตราย หวังเกิดการเปลี่ยนแปลง
News กิต Three Man Down แฉ 8 จุดเสี่ยงผับ-คอนเสิร์ตไทยอันตราย หวังเกิดการเปลี่ยนแปลง
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานรางวัล “สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ประจำปี 2568”
Biz Movement กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานรางวัล “สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ประจำปี 2568”
สหรัฐขึ้นแท่นเบอร์ 1 ส่งออกฮีเลียมผลิตชิปไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หลังสงครามอิหร่าน-จีนบล็อกส่งออก
World สหรัฐขึ้นแท่นเบอร์ 1 ส่งออกฮีเลียมผลิตชิปไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หลังสงครามอิหร่าน-จีนบล็อกส่งออก
ดูทั้งหมด

คลัง ลั่น 1 เดือนสรุปแก้ ‘พ.ร.ฎ.ค่ารักษาพยาบาล ขรก.’ สกัดทุจริต “ช้อปปิ้งยา”

13 ก.ค. 2569 | 16:39น.
คลัง ลั่น 1 เดือนสรุปแก้ 'พ.ร.ฎ.ค่ารักษาพยาบาล ขรก.' สกัดทุจริต "ช้อปปิ้งยา"

กรมบัญชีกลาง คาดสรุปฟังความเห็นแก้ พ.ร.ฎ.ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ ภายใน 1 เดือน เผยมี 4 ประเด็นหลัก ยันไม่มีประเด็นเลิกสิทธิเบิกจ่ายยาที่โหมกันในโซเชียล หวังสกัดทุจริต “ช้อปปิ้งยา” หลังพบคนในครอบครัวข้าราชการทำกันมาก เตรียมนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตรวจจับโกง

นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า แนวทางปรับลดอัตราข้าราชการ การปรับสวัสดิการต่าง ๆ เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างพิจารณา โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังพิจารณาเรื่องนี้กันอยู่ ซึ่งต้องทำความเข้าใจก่อนว่า จะไม่ไปยุ่งกับข้าราชการปัจจุบัน แต่จะเป็นการพูดถึงข้าราชการที่จะบรรจุใหม่

“คนที่เราเซ็นสัญญาจ้างไปแล้ว จะไม่มีการเข้าไปยุ่ง จะไม่มีการปรับบำเหน็จบำนาญอะไรทั้งสิ้น สิ่งที่รัฐจะทำใหม่ ไอเดียที่เกิดขึ้นมา น่าจะเป็นการทำกับข้าราชการใหม่ที่จะเข้ามา ซึ่งก็น่าจะมีโมเดลต่าง ๆ ที่กำลังพิจารณากันอยู่ ว่าโมเดลนั้นจะเป็นอย่างไร ตอนนี้ยังรวบรวมข้อมูลกันอยู่”

โดยข้อมูลส่วนที่กรมบัญชีกลางดูแล และได้สนับสนุนข้อมูลให้แก่ระดับนโยบาย ก็คือ สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ซึ่งทุกคนยอมรับว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ปัจจุบันสูงถึงปีละ 90,000 ล้านบาท จากจำนวนผู้ได้รับสิทธิที่กรมบัญชีกลางดูแลกว่า 5 ล้านคน คือ ทั้งตัวข้าราชการและบุคคลในครอบครัว

“ตอนนี้กำลังคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ว่า มันจะต้องมีวาระแห่งชาติ ว่าจะต้องทำอย่างไร เช่น การให้เบิกยาที่เป็นยาสามัญก่อน การไปหายาโรงพยาบาลหลาย ๆ แห่ง จะดูอย่างไร นอกจากนั้น เราก็กำลังรับฟังความคิดเห็นพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ซึ่งมี 4 ประเด็น แต่ไม่มีประเด็นไหน บอกว่าจะยกเลิกสิทธิเลย จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการฟังความคิดเห็น”

สำหรับการรับฟังความเห็นประเด็นที่ 1.คือ การเบิกค่ารักษาพยาบาลโรงพยาบาลต้องเบิกจ่ายตรงกับกรมบัญชีกลางเท่านั้น 2.ให้เลือกว่าจะให้สิทธิบุคคลในครอบครัวเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือไม่ เพราะบางคนอาจจะไม่ได้อยากใช้สิทธิค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการ แต่อยากใช้ 30 บาทรักษาทุกโรค หรือใช้ประกันสังคม 3.คนในครอบครัว หากมีใครทุจริตเพียง 1 คน จะถูกตัดสิทธิทั้งหมด รวมถึงตัวข้าราชการเองด้วย และ 4.การกำหนดให้โรงพยาบาลมีความโปร่งใสในการสั่งจ่ายยาและอื่น ๆ

“จะเป็นการแก้ปัญหาในระยะสั้นก่อน ซึ่งเชื่อว่าช่วยได้ โดยเฉพาะปัญหาการทุจริต ซึ่งจากที่เราเจอมา ข้าราชการอาจจะมีทุจริตบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคนในครอบครัวทำเสียเยอะ ตัวอย่างเช่น ช้อปปิ้งยา แล้วนำไปขายต่อ โดยในช่วง 10 ปี มูลค่าสะสมประมาณ 250 ล้านบาท แต่ต้องบอกว่า ที่ผ่านมา เราใช้คนดูไม่เยอะ ก็กำลังคุยกันว่าจะมีโอกาสนำระบบเข้ามา ช่วยเจ้าหน้าที่ได้อย่างไร เพราะเจ้าหน้าที่ที่พิจารณาเรื่องทุจริต มีอยู่แค่ 6 คน ทั้งประเทศ ขณะที่ธุรกรรมมี 35 ล้าน transaction ต่อปี”

ทั้งนี้ การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย จะไม่เพียงแค่ดูเรื่องทุจริต แต่จะสามารถดูได้ว่า ยาชนิดใดที่มีคนใช้มากขึ้น จะได้ใช้เป็นข้อมูลไปเจรจาเพื่อลดค่ายา ส่วนการจะนำระบบประกันเข้ามาช่วย กรมบัญชีกลางเคยศึกษา แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมาก ๆ

“การจะเอาระบบประกันมาแทนเลย ยอมรับว่า ยาก แต่จะเปลี่ยนอย่างไร เช่น ข้าราชการเข้าใหม่ เอาระบบประกันมาเสริมได้หรือไม่ หรือมาแทนได้อย่างไร แต่ถ้าจะเอามาเคลียริ่งแทน เป็นเรื่องยาก โดยสิ่งที่น่าจะมีคือ จะมีมาตรการป้องกันไม่ให้เป็นโรคได้อย่างไร แล้วจะมีมาตรการการคลังมาเติมเต็มได้หรือไม่ หรือกระทรวงสาธารณสุขจะมีอะไร เพื่อให้คนดูแลตัวเองด้วย ไม่ใช่มาพึ่งแต่ค่ารักษาอย่างเดียว มันปลายทางมาก ๆ แล้ว”