SET ไม่แพนิคน้ำท่วม มองกรอบ 1,590-1,620 จุด ชู 9 หุ้นเด่นรับมือ
บล.พาย ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสถูกกดดันจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ แต่เชื่อหุ้นไทยไม่น่าเกิดแรงขายแบบ Panic เนื่องจากความรุนแรงยังไม่เทียบเท่าน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 พร้อมวางกรอบดัชนี 1,590-1,620 จุด แนะเลือกหุ้นที่ได้รับผลกระทบจำกัด ชู BDMS-BCH-CPALL-PTT-PTTEP-PTTGC-TOP-ITC-TU
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึ่งมีน้ำท่วมขังและอาจสร้างความเสียหายต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วน กดดันหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการบริโภคในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสถานการณ์ในหลายพื้นที่ ประเมินว่ามีแนวโน้มคลี่คลายได้ในระยะไม่นาน และความรุนแรงในรอบนี้ยังไม่อยู่ในระดับเดียวกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 จึงคาดผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยโดยรวมจะอยู่ในระดับจำกัด และไม่น่าทำให้ตลาดเกิดแรงขายอย่างตื่นตระหนก
ทั้งนี้ หากย้อนดูสถิติช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 กลุ่มหุ้นที่ปรับตัวลดลงน้อยกว่าตลาด (Outperform) ในช่วงเกิดน้ำท่วม ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล ลดลง 1.4% กลุ่ม ICT ลดลง 5% กลุ่ม REIT ลดลง 7.5% และกลุ่มพาณิชย์ ลดลง 12.6% ขณะที่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนักในช่วงดังกล่าว ได้แก่ กลุ่มบรรจุภัณฑ์ ซึ่งปรับตัวลง 44% กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ลดลง 35% และกลุ่มขนส่ง ลดลง 22%
แต่ภาพตลาดเปลี่ยนไปหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย โดยในช่วง 1 เดือนหลังจากนั้น หุ้นบางกลุ่มฟื้นตัวโดดเด่น โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง บรรจุภัณฑ์ และอาหาร สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้ามารับธีมการฟื้นฟูเศรษฐกิจและซ่อมแซมความเสียหายหลังน้ำลด
สำหรับกลยุทธ์ลงทุนในรอบปัจจุบัน บล.พาย แนะนำเน้นหุ้นที่คาดจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมค่อนข้างจำกัด ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล BDMS และ BCH กลุ่มค้าปลีก CPALL กลุ่มพลังงาน PTT, PTTEP, PTTGC และ TOP รวมถึงหุ้นส่งออก ITC และ TU พร้อมประเมินกรอบ SET Index วันนี้ที่ 1,590-1,620 จุด โดยยังให้น้ำหนักว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเป็นปัจจัยกดดัน Sentiment ในระยะสั้น มากกว่าจะสร้างผลกระทบรุนแรงต่อตลาดหุ้นโดยรวม
สำหรับปัจจัยต่างประเทศ ตลาดหุ้นสหรัฐคืนวันศุกร์ปิดในแดนบวก โดยดัชนี Dow Jones เพิ่มขึ้น 478 จุด หรือ 0.9% ได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นของหุ้น Microsoft รวมถึงหุ้นในกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้านราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดลดลง 2.1% ท่ามกลางความคาดหวังต่อพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าวันนี้ราคาน้ำมันดิบกลับมาปรับขึ้นประมาณ 1% หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่าน พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจมีการโจมตีอีกครั้ง ทำให้ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นตัวแปรที่ตลาดต้องติดตาม
ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐพบว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด แม้แนวโน้มโดยรวมยังลดลงจากความกังวลเรื่องราคาสินค้าที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยผู้บริโภคบางส่วนเร่งซื้อสินค้าเพราะกังวลว่าราคาอาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
ส่วนตลาดพันธบัตรสหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั้งอายุ 2 ปีและ 10 ปีปรับลดลงเล็กน้อย สอดคล้องกับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ขณะที่ตลาดยังจับตาทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมเดือนต.ค.