เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
Tech EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
โรงรับจำนำรัฐ ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือน ช่วยเกษตรกร ตลอด ก.ค. 2569
Economic โรงรับจำนำรัฐ ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือน ช่วยเกษตรกร ตลอด ก.ค. 2569
ดูทั้งหมด

คลัง-ธปท.ต้านพายุ ศก.’62 งัดข้อ “ขึ้นดอกเบี้ย” ตรึงจีดีพี

24 พ.ย. 2561 | 23:08น.

เศรษฐกิจโลกป่วนระดับมิคสัญญีสงครามเย็นทางการค้าทวีความรุนแรงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ที่อาจกลับไปขาขึ้นล้วนเป็นปัจจัยภายนอก-ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย-กระทรวงการคลัง และนักวิเคราะห์เอกชน จับประเด็นวิเคราะห์-คาดการณ์ทำนายผลถึงปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทย หนึ่งในทางเลือก-ทางออกของการกู้เศรษฐกิจในประเทศ คือการออกมาตรการสำหรับประคองเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อเหวี่ยงแรงหนุนให้เกิดขึ้นต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกของปีหน้า

แบงก์ชาติ-ขยับบริหารดอกเบี้ย

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท.ว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจก่อนตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินในแต่ละครั้ง โดยยึดหลักการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลที่มีนัยสำคัญ (data dependent) เป็นสำคัญ เนื่องจากไทยเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดเล็กและเป็นเศรษฐกิจแบบเปิดที่มีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศค่อนข้างมาก ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของตลาดเงินตลาดทุนโลกที่มีอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ ธปท.ต้องนำมาใช้พิจารณาเพื่อตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินให้มีความเหมาะสมมากที่สุด

ผู้ว่าการแบงก์ชาติอธิบายว่า “ข้อเท็จจริงต้องยอมรับว่า การใช้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าระดับปกติต่อเนื่องเป็นเวลานานถือว่ามีความจำเป็นน้อยลง แต่นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อดูแลการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยให้ต่อเนื่องนั้น ยังคงมีความจำเป็นอยู่ เพียงแต่การผ่อนคลายในระดับเป็นพิเศษดังเช่นปัจจุบัน จะมีความจำเป็นน้อยลง เพราะเศรษฐกิจไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการขยายตัวต่อเนื่องและขยายตัวได้ในอัตราที่ดี”

อัตราดอกเบี้ยนโยบายในขณะนี้อยู่ที่ระดับ 1.50% ถ้ามองถอยหลังไปที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำสุดอยู่ที่ 1.25% นั้น เป็นการลดลงในช่วงเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในช่วงปี 2552 ซึ่งช่วงนั้นเศรษฐกิจไทยขยายตัวในอัตรา -0.9% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 1.50% ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วง 3 ปีที่แล้ว ซึ่งเศรษฐกิจไทยโตแค่ 0.7% และใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเป็นพิเศษนี้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจไทยก็มีความเข้มแข็งขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมามาก

“หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับที่สูงกว่านี้ในช่วงต่อไป เชื่อว่าจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจของไทยต่อจากนี้มากนัก โดยเฉพาะเมื่อพูดว่าเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัว 4% ต้น ๆ และปีหน้าอยู่ที่ 3% ปลาย ๆ หรือ 4% ต้น ๆ แต่การปล่อยให้อัตราดอกเบี้ยต่ำนาน ๆ จะสร้างผลข้างเคียง อาจจะเป็นปัญหาได้ในระยะยาว และไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายให้เข้าสู่ระดับปกติ”

“หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับเพิ่มขึ้น ในสภาพที่ระบบเศรษฐกิจไทยมีสภาพคล่องสูงมาก ธนาคารพาณิชย์ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่กระทบต่อผู้กู้ทันที เพราะยังมีช่องในการปรับลดดอกเบี้ยของรายใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยพันธบัตร หรือตราสารหนี้ที่สูงขึ้น และในช่วงที่ดอกเบี้ยขาขึ้น ธนาคารพาณิชย์จะได้เปรียบเพราะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจะขึ้นตามระยะเวลาการฝากเงิน 3 เดือน 6 เดือน รายจ่ายดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์จึงไม่ได้ปรับขึ้นทันทีแม้มีการขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากแล้วก็ตาม”

คลัง-แย้งขยับดอกเบี้ยสะเทือนลงทุน

“อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์” รมว.คลัง กล่าวว่า การส่งสัญญาณเรื่องอัตราดอกเบี้ยเป็นหน้าที่ ธปท.อยู่แล้ว แต่การจะขึ้นดอกเบี้ยก็ต้องคำนึงถึงหลาย ๆ ปัจจัย ไม่ใช่แค่จะขึ้นตามคนอื่น โดยหัวใจสำคัญต้องคำนึงถึงเรื่องความมั่นคงทางด้านการเงิน เพราะจะปล่อยให้เกิดปัญหาความปั่นป่วนขึ้นไม่ได้ ซึ่งจะต้องชั่งน้ำหนักดูว่าขณะนี้เกิดเงินไหลออกมาก หรือค่าเงินตกอย่างรวดเร็วจนคุมไม่อยู่หรือไม่ นอกจากนั้นก็ต้องดูผลกระทบต่อการลงทุน

“เขา (ธปท.) ต้องดู เพราะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแต่ละครั้งจะมีต้นทุน การขึ้นดอกเบี้ยแต่ละครั้งมีต้นทุน ขึ้น 0.25% ก็เป็นต้นทุนของประเทศหลายหมื่นล้านบาท เป็นต้นทุนของ ธปท.เองก็หลายหมื่นล้านบาท” รมว.คลังกล่าว

ส่วนความจำเป็นที่จะต้องมีช่องว่างทางนโยบาย (policy space) ไว้เพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคตหรือไม่นั้น รมว.คลังกล่าวว่า เวลาเกิดเหตุขึ้นจริง ๆ ด้านการเงินช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะมีเอฟเฟ็กต์น้อยเอกชนฟันธงปีหน้าขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง

ขณะที่นักวิเคราะห์เอกชน “ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐถือว่าถึงจุดสูงสุด (พีก) แล้ว และเข้าสู่ภาวะปกติ ดังนั้น สหรัฐจึงมองความจำเป็นที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้ไปอยู่ที่ประมาณ 3% โดยปัจจุบันอยู่ที่ 2.25% คาดว่าภายในปี 2562 สหรัฐน่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 3-4 ครั้ง ส่วนดอกเบี้ยนโยบายของไทยนั้น คาดว่าจะปรับขึ้น 2 ครั้งในระยะ 12 เดือนข้างหน้า โดยอาจจะเห็นปรับขึ้นตั้งแต่เดือน ธ.ค.นี้ หากตัวเลขเศรษฐกิจไม่ชะลอตัวไปมากกว่านี้ หรืออย่างช้าในเดือน ก.พ.ปีหน้า และจากนั้นน่าจะปรับขึ้นอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง โดยรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจก่อน ทั้งนี้ การปรับขึ้นแต่ละครั้งจะไม่ได้รุนแรง คือไม่เกิน 0.25%

“ดร.พิพัฒน์” วิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวต่ำกว่า 4.3% เนื่องจากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวในไตรมาส 3 และในไตรมาส 4 ก็อาจจะขยายตัวได้ไม่มากนัก ส่วนปีหน้าเศรษฐกิจจะโตได้กว่า 3% ปลาย ๆ ไม่ถึง 4% ต่ำกว่าปีนี้ มีปัจจัยจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่งผลให้การค้าโลกชะลอตามไปด้วย สงครามการค้ายังเป็นปัจจัยเสี่ยง เนื่องจากไทยเป็นซัพพลายเชนของจีน ปัจจุบันสัดส่วนการส่งออกจากไทยไปจีนอยู่ที่ 10%

“ดร.อมรเทพ จาวะลา” ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัยธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กล่าวว่า การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของไทย น่าจะปรับขึ้น 1 ครั้ง ภายในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้า โดยภายใน 1 ปี น่าจะเห็นปรับขึ้น 2 ครั้ง ซึ่งต้องจับตาดูตัวเลขเศรษฐกิจในเดือน ต.ค.นี้ว่าขยายตัวเป็นอย่างไร หากขยายตัวได้ดีและมีเสถียรภาพ ก็อาจจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้มีการขึ้นดอกเบี้ยได้ เศรษฐกิจไทยปีนี้คาดว่าจะขยายตัวอยู่ที่ 4%อัดฉีดเงินสดลงรากหญ้า-เร่งลงทุนรับภัยเศรษฐกิจ

ด้าน “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วง 2 เดือนสุดท้ายที่เหลือของปีนี้ จะต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบฯลงทุนรัฐวิสาหกิจให้ได้ตามแผน เพราะมีส่วนสำคัญในการช่วยเศรษฐกิจให้ขยายตัว ส่วนการส่งออกล่าสุดเดือน ต.ค.ก็กลับมาเป็นบวก

“ช่วง 2 เดือนสุดท้ายที่เหลือต้องผลักดันการลงทุนเป็นไปตามเป้าหมายให้ได้ การท่องเที่ยวต้องประคองให้ฟื้น การใช้จ่ายของรัฐต้องเร่งรัด และดูเรื่องการส่งออกในส่วนที่เราควบคุมได้ ซึ่งไตรมาส 4 ถ้าโตได้สัก 3.5% จีดีพีปีนี้ก็ยืนอยู่เหนือ 4% ได้แล้ว แต่ถ้าเกินกว่านั้นก็โตได้ 4% กว่า” ดร.สมคิดกล่าว

“ดร.สมคิด” กล่าวด้วยว่า มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ มีทั้งการช่วยเหลือเกษตรกรสวนยาง คนชรารายได้น้อย รวมถึงข้าราชการบำนาญ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาเราสู้กันมา เหลืออีกนิดเดียวก็จะเลือกตั้งแล้ว ก็สู้กันต่อไปให้จีดีพียืนเหนือ 4% ให้ได้ แม้ตัวเลขจะไม่สำคัญ แต่การแข่งขันของประเทศสำคัญ