ราคาน้ำมันดิบดีดตัว หลังน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐปรับลดลง

+ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 4.5% หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ สิ้นสุดวันที่ 5 ก.ค. 62 ปรับลดลง 9.5 ล้านบาร์เรล จากสัปดาห์ที่แล้ว มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.1 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 459 ล้านบาร์เรล

+ กำลังการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ ในอ่าวเม็กซิโก ปรับลดลงกว่า 602,715 บาร์เรลต่อวัน หรือเทียบเท่ากับ 1 ใน 3 ของปริมาณการผลิตทั้งหมดของอ่าวเม็กซิโก จากการก่อตัวของพายุดีเปรชชั่นเขตร้อนในอ่าวเม็กซิโก สำนักงานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ รายงานว่า ได้มีการอพยพคนงานจากแท่นผลิตน้ำมัน 15 แท่น และแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ 4 แท่น ออกจากพื้นที่แล้ว

+ ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ระบุว่าอาจมีการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ครั้งต่อไป ในวันที่ 30-31 ก.ค. 62 ส่งผลให้ตลาดมีความหวังว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะกลับมาปรับตัวดีขึ้น
 
ราคาน้ำมันเบนซิน

ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังโรงกลั่นในประเทศเวียดนามประสบปัญหาทางเทคนิค ส่งผลให้จำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลงครึ่งหนึ่ง

ราคาน้ำมันดีเซล

ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังมีสัญญาณอุปสงค์น้ำมันดีเซลดีขึ้น รวมถึงโรงกลั่นในประเทศฟิลิปปินส์ยังคงปิดซ่อมบำรุง หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเดือน เม.ย. 62