ประกันชีวิตเร่งอัพเกรดตัวแทน สู่ที่ปรึกษาการเงินปั้นยอดขาย

ธุรกิจประกันชีวิตโหมอัพเกรด “ตัวแทน” เป็น “ที่ปรึกษาทางการเงิน” หวังปั้นมืออาชีพเสิร์ฟบริการลูกค้ารอบด้าน-หนุนยอดขายโต “เจนเนอราลี่ฯ” ผุด “เดอะ ไลอ้อน รอร์” พร้อมกัน 9 ประเทศ ปักธงปีนี้ปั้น “FP” ในไทยครบ 1 พันคน ฟาก “ไทยประกันชีวิต” ปักหมุดปีแรกเข็นตัวแทน “IC License” ยกระดับเป็น “FPP” 3 พันคน

นายกรสยาม นนทรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายช่องทางจัดจำหน่ายผ่านตัวแทน บมจ.เจนเนอราลี่ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า ครึ่งปีหลังนี้บริษัทจะเน้นพัฒนาที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Planner หรือ FP) ให้ได้ตามเป้า 1,000 คน ผ่านโครงการ “เดอะ ไลอ้อน รอร์” (The Lion’s ROAR) ซึ่งเป็นกลยุทธ์เดียวกันทั้ง 9 ประเทศในเอเชีย เพื่อผลิตยอดขายให้กับบริษัทประมาณ 70 ล้านบาทต่อเดือน จากช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีตัวแทน FP ที่ทำงานเต็มเวลาแล้ว 260 คน สามารถสร้างเบี้ยรับให้บริษัทได้ 30% ของเบี้ยรับช่องทางตัวแทนทั้งหมด โดยมีประสิทธิภาพการทำงาน (แอ็กทีฟ) ราว 69-70% ต่อเดือน เบี้ยประกันอยู่ที่ 25,000 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ คาดว่าภายในปี 2564 โครงการ “เดอะ ไลอ้อน รอร์” จะมีตัวแทน FP เพิ่มขึ้นเป็น 4,000 คน หนุนค่าเฉลี่ยของผลผลิตยอดขายเป็น 280 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งจะใกล้เคียงกับบริษัทท็อป 5 ในอุตสาหกรรมประกันชีวิต

“จากนี้ไปเราต้องสร้างมาตรฐานให้กับคนที่รีครูตเข้ามา เพื่อให้เขาพัฒนาอย่างถูกต้อง โดยมีหลักสูตรรองรับการทำงานเพื่อพิชิตเป้าหมาย ซึ่งต้องปิดการขายให้ได้ 1 ครั้ง ภายในช่วง 90 วันนี้ โดยจะต้องมีปิดการขายลูกค้าขั้นต่ำ 9 ราย เพื่อรับผลประโยชน์ตามโครงสร้าง และมีรายได้ประจำตำแหน่ง พร้อมคอมมิสชั่นและโบนัสพิเศษ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่อายุ 25-35 ปี ที่ต้องการมีรายได้สูง” นายกรสยามกล่าว

อย่างไรก็ดี ในปี 2562 นี้ บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันชีวิตรับผ่านช่องทางตัวแทนที่ 442 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อนที่ทำได้ 440 ล้านบาท เนื่องจากช่วงปลายปีก่อนบริษัทจำเป็นต้องชะลอขายสินค้าบางตัว โดยเฉพาะกลุ่มเด็กอายุ 0-5 ขวบ ที่มีอัตราความเสียหาย (ลอสเรโช) ค่อนข้างสูง รวมถึงได้ขอปรับอัตราเบี้ยประกันจากทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ส่งผลให้ยอดการเติบโตอาจจะไม่ได้เติบโตจากปีก่อนมากนัก

แหล่งข่าวจาก บมจ.ไทยประกันชีวิต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่บริษัทได้เริ่มโครงการยกระดับตัวแทนประกันชีวิตเป็น Financial Partner Prime (FPP หรือที่ปรึกษาทางการเงิน) อย่างจริงจัง โดยเบื้องต้นจะนำร่องตัวแทนที่มีใบอนุญาตขายสินค้าควบการลงทุนได้ก่อน (IC License) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราวกว่า 1,000 คน และพยายามรับตัวแทนรุ่นใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาด้วย เพื่อเข้าไปอบรมหลักสูตรที่เข้มข้นขึ้น ครอบคลุมความรู้ด้านการขายประกันชีวิต การดูแลสุขภาพ การวางแผนการเงินและการลงทุน เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกค้าในทุก ๆ ด้าน

“คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ตัวแทนระดับ FPP จะเพิ่มขึ้นเป็น 2,000-3,000 คนได้ ซึ่งตัวแทนกลุ่มนี้จะมีผลผลิต หรือขนาดเบี้ยรับอยู่ราว 60,000-90,000 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็น 2-3 เท่าของยอดขายของตัวแทนทั่วไปที่มีอยู่ 30,000 บาทต่อเดือน” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ปัจจุบันตัวแทนประกันชีวิตของไทยประกัน มีอยู่ทั้งสิ้นกว่า 60,000 คน แอ็กทีฟอยู่ราว 30,000 คน โดยขณะนี้บริษัทก็ได้เริ่มผลักดันให้ตัวแทนพัฒนาตัวเองผ่านคุณวุฒิ 4 ระดับ ตามทักษะ คุณสมบัติ และการผลิตผลงานได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต (Life Partner หรือ LP), ผู้บริหารระดับหน่วยขึ้นไปที่ผ่านการอบรมหลักสูตร (Life Partner Prime : LPP), ผู้บริหารระดับหน่วยขึ้นไปผ่านการอบรมหลักสูตร LP และขึ้นทะเบียนเป็นผู้ขายแบบประกัน Universal Life และผู้บริหารระดับหน่วยขึ้นไปที่มีใบอนุญาต IC License เพื่อขายสินค้า Unit Linked และผ่านการอบรมหลักสูตรที่บริษัทกำหนด

Previous articleบทเรียนครบรอบ 20 ปี วิกฤตเศรษฐกิจจะซ้ำรอยหรือไม่
Next articleBTS ระดมวิศวกร100คน ตรวจระบบปลอดภัย23สถานีรถไฟฟ้า ติดลิฟต์คนพิการเพิ่มที่ “สุรศักดิ์-ทองหล่อ”