เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน และผู้เสียสละบั๊กเซิน
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน และผู้เสียสละบั๊กเซิน
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ พระราชวังทงคิน ทรงรับการถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ พระราชวังทงคิน ทรงรับการถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณขายออก 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณขายออก 69,050 บาท
“เล่นละครเดิม” บอร์ด กสทช. ล่ม 11 ครั้ง จับตาสมการอำนาจบอร์ดเปลี่ยน?
Tech “เล่นละครเดิม” บอร์ด กสทช. ล่ม 11 ครั้ง จับตาสมการอำนาจบอร์ดเปลี่ยน?
สู้วิกฤตฝุ่นภาคเหนือ  ดันนโยบายไร้เผา-กระจายอำนาจผู้ว่าฯ CEO
เศรษฐกิจภูมิภาค สู้วิกฤตฝุ่นภาคเหนือ ดันนโยบายไร้เผา-กระจายอำนาจผู้ว่าฯ CEO
มหกรรมอัญมณี-เครื่องประดับ ‘บางกอกเจมส์’ ครั้งที่ 74 คาดสร้างมูลค่ากว่า 160 ล้านเหรียญ
Biz Movement มหกรรมอัญมณี-เครื่องประดับ ‘บางกอกเจมส์’ ครั้งที่ 74 คาดสร้างมูลค่ากว่า 160 ล้านเหรียญ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ก.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ก.ย. 2569
ยกเลิกเที่ยว ดอนเมือง-อินชอน เซ่น K-ETA คนไทยซบจีน-ญี่ปุ่น
Business ยกเลิกเที่ยว ดอนเมือง-อินชอน เซ่น K-ETA คนไทยซบจีน-ญี่ปุ่น
ซาอุดีฯ หันส่งน้ำมันผ่านฮอร์มุซเพิ่ม หลังปิดท่อส่งทะเลแดง
World ซาอุดีฯ หันส่งน้ำมันผ่านฮอร์มุซเพิ่ม หลังปิดท่อส่งทะเลแดง
KKP ชี้ AI โลกขยับจาก “ชิป” สู่โครงสร้างพื้นฐาน เปิดโอกาส FDI ไทย
Tech KKP ชี้ AI โลกขยับจาก “ชิป” สู่โครงสร้างพื้นฐาน เปิดโอกาส FDI ไทย
ดูทั้งหมด

เทรดวอร์-บึ้มกรุงทุบเชื่อมั่น คลังอัดมาตรการปั๊มศก.สิงหานี้

05 ส.ค. 2562 | 08:41น.
เศรษฐกิจไทยเจอศึกนอกศึกใน ระเบิดป่วนเมืองทุบความเชื่อมั่น ทำลายบรรยากาศการค้า-ลงทุน ขณะที่ทรัมป์เปิดศึกการค้ารอบใหม่ เขย่าขวัญผู้ส่งออก “จุรินทร์” เรียก 50 เอกชนระดมสมองรับมือเทรดวอร์ หลังครึ่งปีแรกส่งออกติดลบไปแล้ว 4.2% ขุนคลัง “อุตตม” เตรียมชง ครม.อัดมาตรการปั๊มเศรษฐกิจเร่งด่วน ด้านอุตฯยานยนต์-อิเล็กทรอนิกส์พาเหรด “ลดคน” ล่าสุดเดลต้าอิเล็กทรอนิกส์ เปิดโครงการสมัครใจลาออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ของสหรัฐอเมริกาได้ทวีตเมื่อวันพฤหัสบดี 1 ส.ค.ว่า จะปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเก็บภาษีเพิ่มอีก 10% มีผลตั้งแต่ 1 ก.ย.นี้ หลังการเจรจาหาข้อตกลงในการยุติสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่นครเซี่ยงไฮ้เมื่อ 31 ก.ค.-1 ส.ค.ที่ผ่านมายังไม่มีความคืบหน้า และจีน “ผิดสัญญา” ในการเพิ่มปริมาณการซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐ ทำให้สัญญาณการเปิดศึกการค้าปะทุขึ้นมาอีกรอบ หลังเพิ่งตกลง “สงบศึกการค้า” ไปเมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

ขณะที่บรรดานักลงทุนมีปฏิกิริยาแง่ลบอย่างชัดเจนต่อคำประกาศของทรัมป์ ทำตลาดหุ้นเกือบทุกตลาดทั่วโลกดิ่งลงถ้วนหน้า โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดลดลง 1% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดตลาดลดลงเกือบ 1% ขณะที่ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 1 ต่อเนื่องถึงวันที่ 2 ส.ค. 2562 เกิดเหตุระเบิดป่วนเมืองในกรุงเทพฯมากกว่า 7 จุด

อุตตม” เชื่อระเบิดไม่ฉุดเชื่อมั่น

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวถึงเหตุการณ์วางระเบิดป่วนเมืองที่เกิดขึ้นว่า เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลความสงบมีมาตรการดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะที่พื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศไทยยังเข้มแข็ง ซึ่งจากการปรับอันดับเครดิตเรตติ้งของฟิทช์และมูดี้ส์ เป็นการสะท้อนความมั่นใจในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ

“ปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวร่วงลงมาค่อนข้างแรงวันนี้ (2 ส.ค.) อาจจะต้องไปหารือกับผู้บริหารตลาดทุนอีกที แต่มองว่าช่วงนี้ตลาดมีความผันผวนมาก ส่วนใหญ่มาจากเศรษฐกิจโลกกดดัน โดยเฉพาะข้อพิพาทการค้า เราต้องมาดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะความผันผวนของเศรษฐกิจโลกหรือเหตุการณ์ภายใน เราต้องมีมาตรการรองรับให้เร็ว ขณะเดียวกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้ตอบโจทย์ประชาชนด้วย” นายอุตตมกล่าว

ชงมาตรการปั๊มเศรษฐกิจ

นายอุตตมกล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประเมินผลกระทบความขัดแย้งทางการค้า ที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย และให้มองถึงโอกาสที่จะเกิดขึ้นด้วย ซึ่งทางสำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังจะพิจารณามาตรการมาช่วยเพื่อบรรเทาผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ โดยคาดว่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายในเดือน ส.ค.นี้

ทั้งนี้ มาตรการที่จำเป็นมากคือ การเร่งรัดการลงทุนของหน่วยงานภาครัฐ และมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับฐานราก นอกจากนี้อาจจะเร่งการลงทุนด้านเทคโนโลยีหรือระบบอีเพย์เมนต์เป็นการต่อยอด เนื่องจากสิ่งเหล่านี้มีส่วนที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่น และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย โดยเม็ดเงินอยู่ในงบประมาณเดียวกันทั้งหมด แต่ขณะนี้ยังบอกไม่ได้ว่าวงเงินที่จะออกเป็นแพ็กเกจเม็ดเงินเท่าไร

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ ผู้ก่อการร้ายหวังผลให้เกิดความวุ่นวาย แต่มองว่าไม่น่ามีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน เนื่องจากเป็นเพียงเหตุการณ์ระยะสั้น ฝ่ายความมั่นคงจะสามารถดูแลรับมือได้เป็นอย่างดี กรณีที่สหรัฐประกาศขึ้นภาษีจีนอีก 10% มองว่าเป็นการซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจโลกให้ชะลอลง ซึ่งไทยจะได้รับผลกระทบในการส่งออกสินค้าโดยตรง เนื่องจากไทยเป็นห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ของจีน อย่างไรก็ตามตลาดประเทศไทยยังมีความหวังในเรื่องของการทดแทนการส่งออกของจีนไปยังสหรัฐ ซึ่งจะต้องช่วงชิงโอกาสนี้ ด้านตัวเลขส่งออกต้องติดตามหลาย ๆ ปัจจัย ซึ่งรัฐบาลก็พยายามทำหลายเรื่องให้การส่งออกดีขึ้น แต่ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้

สำหรับเป้าหมายยุทธศาสตร์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายให้ทุกส่วนราชการเร่งสร้างผลงานภายใน 3 เดือนนี้ สศค.มีแผนเรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะออกมาเร็ว ๆ นี้ และการปฏิรูปโครงสร้างภาษี โดยจะต้องมองทิศทางภาษีแต่ละตัว

“จุรินทร์” ดึงเอกชนระดมสมอง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการร่วมประชุม RCEP ที่กรุงปักกิ่งว่า ในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ได้นัดประชุมคณะกรรมการร่วมรัฐ-เอกชนในส่วนของ ก.พาณิชย์ (กรอ.) เป็นครั้งแรก เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย ผู้ส่งออกสินค้าทางเรือ สมาคมธนาคารไทย เป็นต้น ในการกำหนดแนวทางระหว่างประเทศไทยกับคู่ค้าทั่วโลก เพื่อผลักดันการส่งออก อย่างไรก็ตาม มองว่าทุกประเทศในโลกกำลังประสบอุปสรรคจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน

“ในที่ประชุม กรอ.นัดแรกจะพูดคุยเรื่องหาทางออกกรณีอุปสรรคที่เกิดขึ้น ที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไปได้อย่างไร” นายจุรินทร์กล่าว

รายงานข่าวระบุว่า กรอ.ครั้งนี้คาดว่าจะมีตัวแทนหน่วยงานรัฐและเอกชนมาประชุมกว่า 50 ราย โดยขณะนี้ภาคเอกชนอยู่ระหว่างหารือ เพื่อจัดทำรายงานต่อปัจจัยลบต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น และข้อเสนอแนะในการผลักดันการส่งออก โดยส่วนใหญ่มีการปรับลดเป้าส่งออกปีེ จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 3-5% เหลือติดลบ 2% ถึงบวก 1% แทน คาดว่าเอกชนจะเสนอให้รัฐบาลเน้นดูแลค่าบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง และออกมาตรการภาษีช่วยเหลือผู้ส่งออก จัดหาตลาดใหม่และฟื้นตลาดเก่าที่มีศักยภาพโดยรัฐบาลเร่งโรดโชว์ เป็นต้น

ห่วงจีนตอบโต้กลับ 

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงกรณีการประกาศขึ้นภาษีลอต 3 ว่า จะส่งผลต่อการขยายตัวเศรษฐกิจโลกลดลงจากเดิมที่คาดการณ์ขยายตัว 3.2% เหลือ 3% ส่วนการส่งออกของไทยให้ปรับตัวลดลงจากเดิมที่คาดการณ์ในปี 2562 เป็น -1 ถึง -1.5% โดยสินค้าไทยที่จะกระทบส่วนใหญ่เป็นสินค้าวัตถุดิบที่จีนส่งออกไปสหรัฐ เช่น ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า, ชิ้นส่วนรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง, ยางพารา เป็นต้น

“ผู้ส่งออกไทยเริ่มกังวลว่ารัฐบาลจีนจะตอบโต้สหรัฐด้วยการปรับขึ้นภาษีนำเข้ากี่รายการ เนื่องจากที่ผ่านมาจีนประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐไปแล้ว 1.1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และจะให้มีการปรับขึ้นภาษีอีก 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หากจีนประกาศปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐทั้งหมดก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์ส่งออกไทยและส่งออกทั่วโลกอยู่ในภาวะย่ำแย่กว่าเดิมอีก”

นางสาวกัญญาภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก) กล่าวว่า สภาผู้ส่งออกฯได้ประเมินไว้แล้วว่าหากสหรัฐปรับขึ้นภาษีลอต 3 การส่งออกทั้งปีคาดจะติดลบ 1% แต่จากปัญหาที่เกิดขึ้นคาดว่าจะเห็นผลกระทบชัดเจนต่อภาพการส่งออกไทยในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ส่วนปัญหาสงครามการค้าจะยืดเยื้อไปจนถึงสหรัฐทำการเลือกตั้ง มีโอกาสเป็นไปได้สูง ทางผู้ส่งออกจะต้องเร่งผลักดันการส่งออกไปในตลาดใหม่เพิ่มมากขึ้น และภาครัฐจำเป็นต้องเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าเสรีมากขึ้นด้วย

ประเมินผลกระทบไทย

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สินค้าลอตใหม่ 3 แสนล้านดอลลาร์ ที่สหรัฐประกาศขึ้นภาษี 10% ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ มีจำนวน 3,812 รายการ ครอบคลุมสินค้าอุปโภคและบริโภค อาทิ อาหาร อุปกรณ์/เครื่องใช้ภายในบ้าน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (โทรศัพท์มือถือ) เสื้อผ้าและรองเท้า เครื่องประดับ และของเล่น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคสหรัฐ

สำหรับผลกระทบทางตรงและทางอ้อมจากการขึ้นภาษีรอบนี้ต่อภาคส่งออกไทย ประเมินว่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับมาตรการที่ผ่านมา โดยกระทรวงพาณิชย์จะติดตามและเฝ้าระวังผลกระทบ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่างใกล้ชิด เบื้องต้นประเมินว่า สินค้าเกษตร 725 รายการ มีโอกาสที่ไทยจะส่งออกไปตลาดสหรัฐเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดและความสามารถทางการแข่งขันสูง อาทิ อาหารและเครื่องปรุงอาหาร น้ำผลไม้ เป็นต้น

ทุบเชื่อมั่นผู้บริโภค 

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ปัญหาระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯในวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ไม่ได้หวังผลถึงชีวิตแต่กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทำให้ระวังการใช้จ่ายซื้อสินค้ามากขึ้น และประชาชนมองไปในเรื่องการเมืองไม่มีเสถียรภาพสูงด้วย หวั่นจะเกิดความรุนแรงเพิ่มขึ้นและขยายตัว ซึ่งจะกระทบต่อภาคธุรกิจและการลงทุน แต่หากรัฐบาลเข้ามาดูแลควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ให้เกิดความรุนแรงและรักษาความปลอดภัยให้ความมั่นใจต่อประชาชนได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ ก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นในระยะสั้น”

นายธนวรรธน์กล่าวว่า การที่สหรัฐปรับขึ้นภาษีรอบใหม่จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะซึมตัว นอกจากนี้ จากปัญหาสงครามการค้าที่จะมีผลการปรับขึ้นภาษีสินค้าในเดือนกันยายน และผลกระทบจากเบร็กซิตในเดือนตุลาคม 2562 มองว่าจะกระทบต่อภาวะทางเศรษฐกิจอย่างมาก และทำให้การนำเข้าทั่วโลกอาจลดลง โอกาสการส่งออกไทยที่จะติดลบก็มีมากขึ้น จากที่ประเมินการส่งออกไว้ติดลบ 1-0% จะติดลบสูงถึงติดลบ 2-3% และมีโอกาสที่การส่งออกในปี 2563 จะติดลบด้วย ดังนั้น การใช้นโยบายการเงินคงอาจจะไม่เพียงพอ รัฐบาลก็อาจจะใช้นโยบายการคลังร่วมด้วย โดยกระตุ้นการลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจในระบบ พร้อมดูแลค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่ 31-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ตลาดหุ้นเจอข่าวร้ายถล่ม

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วันนี้ (2 ส.ค.) ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงได้รับผลกระทบจากทั้งปัจจัยภายในประเทศและต่างประเทศ โดยปัจจัยต่างประเทศเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นทั้งภูมิภาค ซึ่งมาจากการที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ทวีตข้อความว่าจะขึ้นภาษีจีนลอตใหม่ลอตสุดท้าย วงเงิน 3 แสนล้านเหรียญ ซึ่งจะเพิ่มขึ้นในอัตรา 10% และมีผลวันที่ 1 ก.ย. 62 ประกอบกับตลาดหุ้นไทยผิดหวังการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะลดดอกเบี้ยต่อ

ส่วนปัจจัยภายในประเทศมาจากเหตุการณ์วางระเบิดป่วนเมืองที่เกิดหลายจุดในกรุงเทพฯ ซึ่งน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์มากกว่าหวังผลในเรื่องของชีวิตและทรัพย์สิน จึงให้น้ำหนักกับปัจจัยต่างประเทศกดดันตลาดหุ้นไทยมากกว่า แต่จะเป็นการพิสูจน์ฝีมือรัฐบาลชุดใหม่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยต่อไปในอนาคต

“เราคิดว่าการวางระเบิดป่วนเมืองเป็นปัจจัยชั่วคราว และคงไม่ได้เกิดขึ้นต่อเนื่อง เหมือนสงครามทางการค้า และคิดว่าจากนี้รัฐบาลคงจะดูความปลอดภัยและฝ้าระวังมากขึ้นเป็นลำดับแรก ต่อมาต้องให้ความสำคัญกับการเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ออกมาเร็วขึ้น” นายอภิชาติกล่าว

ชี้เหตุระเบิดกระทบหุ้นระยะสั้น

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า กรณีที่ภาวะตลาดหุ้นไทยวันที่ 2 ส.ค. 62 ปรับลดลงประมาณ 20 จุด ชี้ว่าเป็นผลจากปัจจัยต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นไทยและทั่วโลกมีทิศทางปรับลดลงตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.-2 ส.ค. 62 หรือตั้งแต่ช่วงที่เฟดปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% และตลาดคาดว่าอาจไม่เกิดการลดลงแบบต่อเนื่อง รวมถึงกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ทวีตข้อความจะขึ้นภาษีจีน 10% ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วง 4 วันที่ผ่านมา

ส่วนเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อตลาดหุ้น แต่จะเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น และกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน แต่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหรือความสามารถการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคในวันที่ 2 ส.ค. 62 พบว่า ตลาดหุ้นไทยมีการปรับลดลงต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นอื่น ๆ ขณะที่ผลกระทบของเหตุการณ์นี้ต่อเศรษฐกิจไทยจะต้องติดตามต่อว่าจะคลี่คลายออกมาอย่างไร

จากที่มีการสอบถามว่ามีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือไม่ นายภากรกล่าวว่า โดยปกติถ้ามีปัจจัยใหญ่ ๆ ก็มีการคุยกันตลอด อย่างคราวนี้ปัจจัยใหญ่ที่เรามองคือเรื่องเศรษฐกิจโลกและตลาดโลกมากกว่า รวมถึงการเคลื่อนไหวของเงินทุนว่ามีการเคลื่อนไหวเข้าประเทศไทยอย่างไรบ้าง ส่วนเหตุการณ์อื่น ๆ ก็มีการมอนิเตอร์ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร แต่อย่างวันนี้ก็ยังไม่สื่อสารกัน เนื่องจากตลาดเพิ่งลงมา 1% หากมีการเคลื่อนไหวรุนแรงก็จะอัพเดตกันอยู่เสมอ

นายภากรกล่าวอีกว่า ฝากถึงนักลงทุนให้พิจารณาปัจจัยพื้นฐาน สภาวะเศรษฐกิจ และความสามารถในการทำกำไรของ บจ. ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญ นอกจากนี้ หากไม่สามารถติดตามสถานการณ์ได้ทัน แนะนำซื้อกองทุนรวมที่มีผู้จัดการกองทุนและนักลงทุนสถาบันดูแลให้

อุตฯรถยนต์-อิเล็กฯลดคน

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2562 พบว่าขยายตัวชะลอลงต่อเนื่องจากไตรมาสแรก ตามอุปสงค์ต่างประเทศเป็นสำคัญ โดยการส่งออกสินค้าหดตัวต่อเนื่องสอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่หดตัว โดยเฉพาะ “หมวดยานยนต์” หดตัวตามการผลิตทั้งเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกหดตัว

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ผลกระทบจากตลาดส่งออกรถยนต์และยอดขายในประเทศที่มีแนวโน้มลดลงส่งผลให้แต่ละค่ายทยอยปรับลดกำลังผลิต และปรับลดต้นทุนด้านต่าง ๆ โดยเดือน มิ.ย.ผ่านมา บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศโครงการสมัครใจลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานอายุ 45-54 ปี ที่มีอายุงาน 10 ปีขึ้นไปเปลี่ยนอาชีพ โดยจ่ายชดเชยตั้งแต่ 16.5 เดือน ถึงสูงสุด 27.34 เดือน

เช่นเดียวกับบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์ฟอร์ดและมาสด้า ได้เปิดโครงการโอกาสสานฝันสู่อาชีพทางเลือก โดยบริษัทจะจ่ายชดเชยให้ตามอายุงาน กรณีน้อยกว่า 1 ปี รับเงินชดเชย 8.67 เดือน จนสูงสุดอายุงาน 20 ปี รับเงินชดเชย 24.01 เดือน และบวกเงินช่วยเหลือพิเศษอีก 26,700 บาท

นอกจากนี้ ในกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ก็ได้รับผลพ่วง โดยล่าสุดบริษัท วาลีโอ คอมฟอร์ท แอนด์ ไดร์ฟวิ่ง แอสซิสแทนซ์ ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศหยุดกิจการชั่วคราวในไตรมาส 3/2562 เนื่องจากยอดการสั่งซื้อชิ้นส่วนลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงต้องมีการเพิ่มวันหยุดงาน โดยบริษัทจะจ่ายค่าจ้าง 75% ในวันที่หยุดงานตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย. 2562

และเมื่อ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้ประกาศโครงการสมัครใจลาออก โดยมีเงื่อนไขเป็นพนักงานระดับซี 3-ซี 5 อายุงาน 10 ปีขึ้นไป บริษัทให้เงินช่วยเหลือตามกฎหมายบวกจำนวนปีของอายุงานที่เหลืออยู่จนเกษียณ คูณ 0.5 เดือน และบริษัทจ่ายเงินพิเศษให้อีก 120 วัน สำหรับพนักงานที่ทำงานจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2562