บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 30 ก.ย. 2562 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ
ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 7.41 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในช่วงต้นวันราคาทองคำเคลื่อนไหวในแดนลบท่ามกลางทัศนะเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ หลังจากทั้ง 2 ประเทศกำหนดวันเจรจาการค้าร่วมกันที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 10-11 ต.ค.นี้ ประกอบกับตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจากม.มิชิแกนออกมาดีเกินคาด ซึ่งบั่นทอนการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในปีนี้ ปัจจัยที่กล่าวมา กดดันให้ราคาร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย.บริเวณ 1,486.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ราคาจะฟื้นตัวขึ้นจากสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่ตกอยู่ในความไม่แน่นอนอีกครั้ง หลัง Bloomberg รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า เจ้าหน้าที่ในทำเนียบขาวกำลังพิจารณาที่จะจำกัดพอร์ทการลงทุนของนักลงทุนสหรัฐในจีน ด้วยการปลดบริษัทจีนออกจากการจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ และจำกัดการลงทุนของกองทุนบำนาญของรัฐบาลสหรัฐในตลาดจีน สถานการณ์ความไม่แน่นอนดังกล่าวกลับมากดดันตลาดหุ้นสหรัฐและกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยทำให้ราคาทองคำลดช่วงติดลบลง ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงในวันศุกร์ -2.06 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI เขตชิคาโก
ปัจจัยทางเทคนิก
ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือ 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มีโอกาสที่ราคาจะอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับ แต่หากยืนเหนือบริเวณ 1,486-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นทดสอบแนวต้านโซน 1,500-1,512 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง
กลยุทธ์การลงุทน
เน้นทำกำไรระยะสั้นโดยเสี่ยงเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,486-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ตั้งตัดขาดทุนหากหลุด 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์และชะลอการเข้าซื้อไปยังโซนแนวรับถัดไป ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,500-1,512 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คำแนะนำ เน้นทำกำไรระยะสั้น โดยการเข้าซื้อมีแนวรับบริเวณ 1,486-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,500-1,512 ดอลลาร์ต่อออนซ์