เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

ราคาทองขาขึ้นพุ่งตามโควิด-19 นักลงทุนทิ้งหุ้น-เพิ่ม”พอร์ตทองคำ”

27 ก.พ. 2563 | 09:02น.

นักลงทุนทั่วโลกตื่น “โควิด-19” แห่ทิ้งหุ้นหันลงทุน “ทองคำ” ดันราคาทองโลกทำนิวไฮรอบ 7 ปี 1,688 ดอลล์/ออนซ์ ดันตัวเลขส่งออกเดือน ม.ค.สูงถึง 24 ตัน เพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่าตัว ขณะที่อานิสงส์เงินบาทอ่อนค่าดันราคาทองคำในประเทศทะลุ 25,000 บาท “ฮั่วเซ่งเฮง” ชี้เทรนด์ราคาทองคำขาขึ้น ตามสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัส+ภาวะเศรษฐกิจโลก วายแอลจีชี้มีโอกาสลุ้นแตะ 2.7 หมื่นบาท/บาททองคำ หุ้นไทยอ่วมโบรกฯเข้าสู่ภาวะ “ตลาดหมี” แนะปรับพอร์ตถือทองคำ 30% ลดพอร์ตหุ้นเหลือ 20%

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีการแพร่ระบาดนอกประเทศจีนมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้เป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นทั่วโลก ขณะเดียวกันก็พบว่าปัจจัยความเสี่ยงดังกล่าว ทำให้นักลงทุนมีการเทขายหุ้นและเข้าซื้อทองคำเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ราคาทองคำ (แท่ง) โลก ปรับขึ้นทำจุดสูงสุด (new high) ในรอบ 7 ปีที่ 1,688 ดอลลาร์/ออนซ์

โควิด-19 ดันทองสูงสุดรอบ 7 ปี

นายธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และภาวะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นสูงกว่าระยะยาว (inverted yield curve) ทำให้เกิดความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย ส่งผลให้นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงและเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น โดยราคาทองคำโลก (gold spot) และราคาทองคำในประเทศ ในวันที่ 24 ก.พ. 63 ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 7 ปี ที่ 1,688 ดอลลาร์/ออนซ์ และ 25,300 บาท/บาททองคำ ตามลำดับ

โดยระยะสั้น แนวโน้มราคาทองคำโลกมีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบ 1,700 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศประเมินแนวต้านไว้ที่ 25,400 บาท/บาททองคำ โดยมีความกังวลการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาทองคำในช่วงนี้

“ฮั่วเซ่งเฮง” ชี้ทองคำขาขึ้น

นายธนรัชต์กล่าวว่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมา การส่งออกทองคำปรับสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นผลจากที่เดือน ม.ค. 63 มีปัจจัยลบเรื่องความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเข้ามากระทบ ส่งผลให้นักลงทุนหันเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงประมาณ 7% ส่งผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุนทองคำในประเทศปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 11% สูงกว่าผลตอบแทนจากการลงทุนทองคำต่างประเทศเล็กน้อยที่ 10% ส่งผลให้นักลงทุนนำทองคำออกมาขาย และดันให้การส่งออกทองคำสูงขึ้น

“ส่วนแนวโน้มการส่งออกทองคำในระยะข้างหน้า มองว่าจะยังมากขึ้นตามราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้น โดยฮั่วเซ่งเฮงยังมองทองคำเป็นขาขึ้นอยู่ จากที่สถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ยังประเมินยากว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ และในเดือน ก.พ. 63 เห็นแนวโน้มว่าการส่งออกทองคำยังสูงต่อเนื่อง และมีแนวโน้มสูงกว่าเดือน ม.ค. เนื่องจากราคาทองคำในเดือน ก.พ.เคลื่อนไหวเป็นขาขึ้นอย่างเดียว” นายธนรัชต์กล่าว

แห่ซื้อทอง-ผลตอบแทนเด่น

นายธนรัชต์กล่าวว่า แม้ราคาทองคำในประเทศวันที่ 24 ก.พ.จะปรับขึ้นสูงถึง 800 บาท แต่พบว่านักลงทุนในตลาดทองคำยังซื้อสุทธิเมื่อวันที่ 24 ก.พ. โดยคาดว่านักลงทุนยังมองว่าราคาทองคำจะยังสามารถปรับขึ้นได้สูงกว่าระดับปัจจุบัน เพราะมองว่าไวรัสโควิด-19 ยังหนุนให้ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสะสม

“เรามองว่าทองคำควรเป็นสินทรัพย์หนึ่งที่อยู่ในพอร์ตของนักลงทุน เพราะปีนี้ทองคำถือว่าผลตอบแทนดีที่สุด โดยให้ผลตอบแทนเหนือกว่าทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (กองรีท) และตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม ราคาตอนนี้ปรับขึ้นมาค่อนข้างเยอะแล้ว หากนักลงทุนจะเข้าลงทุนแนะนำให้เข้าลงทุนช่วงที่ราคาทองปรับลงมาบ้าง โดยให้แนวรับระยะสั้นไว้ที่ 1,620-1,640 ดอลลาร์/ออนซ์ หรือประมาณ 24,000 บาท” นายธนรัชต์กล่าว

ขณะที่ในระยะยาวประเมินแนวต้านราคาทองคำโลกไว้ที่ 1,750 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศคาดว่าจะเคลื่อนไหวไม่เกินแนวต้าน 26,000 บาท/บาททองคำ เนื่องจากในปี 2563 ยังแวดล้อมไปด้วยปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ได้แก่ ข้อตกลงทางการค้าเฟส 2 ระหว่างสหรัฐกับจีน ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ฯลฯ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำในระยะถัดไป


ม.ค.ส่งออกทองคำ 24 ตัน

ด้านนางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า ราคาทองคำในช่วงต้นปีที่ปรับขึ้นค่อนข้างรุนแรง ส่งผลให้มีการขายออกทองคำสูง ในส่วนของผู้ค้าทองหลังนักลงทุนนำทองคำมาขาย จะทยอยส่งออกไปต่างประเทศที่ยังมีความต้องการซื้อสูง เช่น สาขาของบริษัทที่สิงคโปร์ เป็นต้น นอกจากนี้ ตลาดทองคำบางประเทศยังคงเป็นซื้อสุทธิอยู่ในขณะนี้

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หลังเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศทั่วโลกตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา ผลักดันให้การส่งออกสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) อย่างทองคำ ในเดือน ม.ค. 2563 ขยายตัวสูงถึง 299.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ภาพรวมการส่งออกสินค้าไทยในเดือน ม.ค. 2563 กลับมาขยายตัวเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ที่ 3.35% หากหักมูลค่าส่งออกทองคำออกไป จะทำให้ส่งออกไทยหดตัว 1.45%

ผู้สื่อข่าวรายงานตัวเลขส่งออกทองคำจากกรมศุลกากรพบว่า ในเดือน ม.ค. 2563 มีการส่งออกทั้งสิ้น 24,212 กิโลกรัม มูลค่า 36,211 ล้านบาท ขณะที่เดือน ธ.ค. 2562 มีการส่งออกทองคำปริมาณ 5,458 กิโลกรัม มูลค่า 7,148 ล้านบาท

ทองคำแตะ 3 หมื่นบาทยาก

สำหรับราคาทองคำมีโอกาสถึง 3 หมื่นบาทหรือไม่ นางพวรรณ์กล่าวว่า การที่ทองคำจะปรับขึ้นไปถึงระดับ 30,000 บาท/บาททองคำ ยังเป็นไปได้ยาก โดยวายแอลจีฯประเมินว่า ราคาทองคำในประเทศมีโอกาสปรับขึ้นทดสอบ 26,000-27,000 บาท/บาททองคำ แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ไวรัสโควิด-19 ยังมีการระบาดต่อเนื่อง ตลาดหุ้นยังมีความผันผวนสูง และเศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบ

“จากตัวบ่งชี้ดัชนีความสัมพันธ์สัมพัทธ์ (RSI) ชี้ว่า ราคาทองคำปัจจุบันอยู่ในระดับที่มีการซื้อเกินจริง (overbought) หมายความว่า ราคาทองคำพร้อมที่จะปรับลงตลอดเวลา แม้จะมีข่าวมาผลักให้ราคาปรับขึ้น เพราะหากราคาทองปรับขึ้นขาเดียว เมื่อนักลงทุนขายทองออกไปแล้วถึงจุดหนึ่งนักลงทุนก็ต้องกลับมาซื้อ ดังนั้น คำแนะนำการลงทุนในช่วงนี้สามารถทำกำไรได้ แต่แนะนำให้อยู่ในระดับที่นักลงทุนแต่ละท่านรับความเสี่ยงได้” นางพวรรณ์กล่าว

สอดคล้องกับนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในระยะข้างหน้าทำนายได้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากปัจจุบันราคาทองคำเคลื่อนไหวตอบรับกับปัจจัยไวรัสโควิด-19 เป็นหลัก หากสถานการณ์เลวร้ายลงอาจส่งผลให้ราคาทองคำมีโอกาสปรับขึ้นต่อไป แต่ยังยากที่จะปรับขึ้นถึงระดับ 30,000 บาท/บาททองคำ

“โอกาสที่จะพุ่งขึ้นถึง 30,000 บาท/บาททองคำ คงไม่มี ถ้าออกมาแบบนี้แสดงว่า เศรษฐกิจต้องพังทั้งหมดแล้ว โดยในช่วง 8 ปีที่แล้ว ราคาทองคำเคยปรับขึ้นถึง 1,900 ดอลลาร์/ออนซ์ และ 27,100 บาท/บาททองคำ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่มีวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ตอนนี้เราอยู่ในช่วงที่โรคระบาดมีความเสี่ยงจะกระทบให้เศรษฐกิจและธุรกิจชะงัก ซึ่งสถานการณ์ไม่ได้เหมือนกับใน 8 ปีที่แล้ว” นายจิตติกล่าว

บาทอ่อนหนุนทองไทย

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด เปิดเผยว่า ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 7 ปี ประเมินว่า ผลจากความกังวลการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้นักลงทุนแห่ขายหุ้นซึ่งเป็นสินทรัพย์เสี่ยงออกมา และนำเงินเข้าลงทุนสินทรัพย์ปลอดภัยแทน ได้แก่ เงินดอลลาร์ และทองคำ โดยราคาทองคำในประเทศได้อานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ส่งผลให้ราคาทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้น

“ด้วยภาวะเศรษฐกิจจีนและประเทศคู่ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ราคาทองคำในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยในระยะสั้น 2-3 วันนี้ มองว่ามีโอกาสที่ราคาทองคำโลกจะปรับขึ้นทดสอบ 1,700 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่ราคาทองในประเทศ เชื่อว่าจะเคลื่อนไหวผ่านแนวต้านที่ 25,500 บาท/บาททองคำไปได้”

โดยราคาทองคำที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้าจำนวนมากนำทองคำออกมาขาย ส่งผลให้ห้างทองแม่ทองสุก (บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด) ในฐานะผู้ประกอบการนายหน้าซื้อขายทองคำ จำเป็นต้องส่งออกทองคำในประมาณที่ค่อนข้างสูงในช่วงที่ผ่านมา โดยมียอดการส่งออกทองคำสูงสุดในบรรดาโบรกเกอร์ซื้อขายทองคำทั้งหมด

ทิสโก้แนะนำถือทองคำ

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) กล่าวว่า ทิสโก้คงคำแนะนำให้นักลงทุนถือทองคำต่อ หลังจากช่วงที่ผ่านมา ราคาทองคำโลกและทองคำไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น เพราะได้รับปัจจัยบวกจากที่หลายประเทศกลับมาอัดฉีดสภาพคล่อง เช่น ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขณะที่ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากประเด็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จะมีขึ้นช่วงปลายปีนี้ และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงยืดเยื้อและเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มองว่าราคาทองคำในปัจจุบันอาจปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ไม่มากนัก เนื่องจากสถานะเก็งกำไรสะสมของทองคำอยู่ในระดับสูงมาก ชี้ให้เห็นว่าตลาดมีการประเมินความเสี่ยงไว้ในระดับที่สูงมากแล้ว

โดยรายงานสถานะการลงทุนของนักเก็งกำไรในตลาดซื้อขายล่วงหน้า (CFTC Commitment of Trader Report) ซึ่งสะท้อนมุมมองของนักลงทุนประเภท hedge funds เป็นรายสัปดาห์ ณ วันที่18 ก.พ. 2563 พบว่า นักเก็งกำไรเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทองคำ โดยนักเก็งกำไรเข้าซื้อสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าของตลาด CBOE มากกว่า 45,000 สัญญา ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 8 เดือน ส่งผลให้ขณะนี้สถานะเก็งกำไรในทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 353,600 สัญญา นับเป็นระดับการเก็งกำไรในทองคำสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

เพิ่มพอร์ตทองคำ 30% หุ้น 20%

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก (GBS) กล่าวว่า หากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ลุกลามต่อไปอีก คาดว่าจะส่งผลให้ราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังจากราคาปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปีไปแล้ว อีกทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดปีนี้ที่ 1.46% เป็นสัญญาณของการลดความเสี่ยงของนักลงทุนเพิ่มเติม

“การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาทองคำในขณะนี้เกิดจากความกังวลต่อสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ได้แพร่ระบาดรอบ 2 ในประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิตาลี และอิหร่าน ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัว ซึ่งถือเป็นจังหวะทำกำไรทองคำในระยะสั้นได้”

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในขณะนี้เมื่อเทียบกับต้นปี ส่งผลเชิงบวกต่อการส่งออก ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์รายงานการส่งออก ม.ค. 2563 ขยายตัว 3.35% กลับมาบวกครั้งแรกในรอบ 6 เดือน สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะหดตัว ซึ่งหากไม่รวมทองคำและน้ำมัน การส่งออกหดตัว 0.6% ดังนั้น แนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนในทองคำที่ 30% ลงทุนในหุ้น 20% และถือครองเงินสด 50%

หุ้นไทยเข้าสู่ภาวะตลาดหมี

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้นักลงทุนอยู่ในโหมดเลี่ยงลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง โยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (risk-off) อย่างทองคำและตลาดพันธบัตร เนื่องจากตลาดกังวลสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกประเทศจีน ที่ดูเหมือนเพิ่งจะเริ่มต้น ทำให้กลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัวมากกว่าที่เป็นอยู่ ทำให้มีโอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลงต่อ ซึ่งคาดคะเนได้ยากว่าเหตุการณ์จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ คงต้องรอให้สัญญาณผู้ติดเชื้อมีอัตราที่ลดลง จึงจะทำให้ตลาดหุ้นรีบาวนด์ได้ ทำให้แนวโน้มการลงทุนระยะข้างหน้าจะผันผวนในทิศทางขาลง

ก่อนหน้านี้ บล.ทิสโก้มองดัชนีระดับ 1,480 จุด เป็นระดับที่มีนัยสำคัญที่ไม่ควรหลุด เนื่องจากเป็นระดับที่บ่งชี้ภาวะตลาดว่าจะเข้าสู่ภาวะตลาดหมี (bear market) แต่ตลาดหุ้นไทย วันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา หลุดต่ำกว่า 1,480 จุดไปแล้ว และสิ้นวันปิดดัชนีต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี จึงถือว่าตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ภาวะตลาดหมีแล้ว และเมื่อ 25 ก.พ. ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,439.10 จุด

ขณะที่ราคาทองเร่งตัวขึ้นสวนทางกับตลาดหุ้น หลังนักลงทุนอยู่ในโหมดระมัดระวังและกระจายการลงทุนบางส่วนไปยังทองคำ ดังนั้นมีโอกาสที่จะทำจุดสูงสุด (พีก) ได้ต่อเนื่อง เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจในช่วงภาวะตลาดหุ้นผันผวน และมีโอกาสปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายใน 1-2 เดือนข้างหน้านี้

บาทอ่อน “เร็ว” สุดในเอเชีย

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักวิเคราะห์ตลาดการเงินและการลงทุน บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาเงินบาทอ่อนค่าที่สุดในรอบ 9 เดือน ที่ 31.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยตั้งแต่ต้นปีอ่อนค่าที่สุดในเอเชียที่ 5.78% มากกว่าเงินหยวนอ่อนค่าเพียง 0.97% เทียบกับดอลลาร์ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับลดลงมาระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าไปได้ไกลถึง 32.00 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงไตรมาสแรก ขณะที่ไตรมาส 2 เศรษฐกิจจะต้องเจอกับความเสี่ยงภัยแล้ง และผลสืบเนื่องจากไวรัสโควิด-19 รวมทั้งเป็นช่วงที่ตลาดการเงินโลกมักปรับฐาน ซึ่งทั้งหมดมีโอกาสดันให้เงินบาทอ่อนค่าไปอีก

ด้านนางสาวรุ่ง สงวนเรือง ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ไตรมาส 1 นี้ ค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าแตะระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นไตรมาสที่หนักสุดของค่าเงินบาท

“แม้ว่าเงินบาทจะอ่อน จะดีต่อความสามารถในการส่งออก แต่ปัจจุบันอุปสงค์ทั่วโลกไม่ดี ทำให้เราไม่ได้รับอานิสงส์จากบาทอ่อนมากนัก” นางสาวรุ่งกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ราคาทอง โควิด-19