เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนิติ เล็งขยายสิทธิครัวเรือนติดโซลาร์รูฟท็อปเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน มท.ชงบอร์ดกลั่นกรอง 11 ก.ย.นี้
Economic เอกนิติ เล็งขยายสิทธิครัวเรือนติดโซลาร์รูฟท็อปเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน มท.ชงบอร์ดกลั่นกรอง 11 ก.ย.นี้
‘ยอดพิมานริเวอร์วอล์ค’ จัดงาน Bangkok Flower Festival 2026 ค้นหาปากคลองตลาดรูปแบบใหม่
Uncategorized ‘ยอดพิมานริเวอร์วอล์ค’ จัดงาน Bangkok Flower Festival 2026 ค้นหาปากคลองตลาดรูปแบบใหม่
‘ท่านอ้วน จุฑาวัชร’ เปิดตัวสมัคร CEO การบินไทย ชูประสบการณ์การบินกว่า 25 ปี
Business ‘ท่านอ้วน จุฑาวัชร’ เปิดตัวสมัคร CEO การบินไทย ชูประสบการณ์การบินกว่า 25 ปี
กทม. ผนึกอสังหาฯ ดัน “บ้านใกล้งาน” ชูโมเดลเช่า-ออม Expo 2 ตั้งเป้า 1,000 ยูนิต
Real Estate กทม. ผนึกอสังหาฯ ดัน “บ้านใกล้งาน” ชูโมเดลเช่า-ออม Expo 2 ตั้งเป้า 1,000 ยูนิต
มูลนิธิรามาฯ x MFA Boston ศิลปะระดับโลกสู่พลังแห่งการให้
SD มูลนิธิรามาฯ x MFA Boston ศิลปะระดับโลกสู่พลังแห่งการให้
TIPH รื้อพอร์ตดันรายย่อยแตะ 50% ส่ง ‘TIPSOL’ ลุยตลาด ปักธงเบี้ย 3.3 หมื่นล้าน
Finance TIPH รื้อพอร์ตดันรายย่อยแตะ 50% ส่ง ‘TIPSOL’ ลุยตลาด ปักธงเบี้ย 3.3 หมื่นล้าน
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณขายออก 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณขายออก 68,950 บาท
‘ชัชชาติ’ ตรวจ Data Center 47 แห่ง เดินหน้าจัดระบบให้เหมาะสมกับเมือง
Economic ‘ชัชชาติ’ ตรวจ Data Center 47 แห่ง เดินหน้าจัดระบบให้เหมาะสมกับเมือง
“เอกนัฏ” แบ่ง 10,000 เมกะวัตต์ จาก PDP2026 ให้ “โซลาร์ประชาชน” เหลือ 1 สัปดาห์รับฟังความคิดเห็น
Economic “เอกนัฏ” แบ่ง 10,000 เมกะวัตต์ จาก PDP2026 ให้ “โซลาร์ประชาชน” เหลือ 1 สัปดาห์รับฟังความคิดเห็น
ภารกิจ ETDA คุมแพลตฟอร์ม คลอดคู่มือกำกับค่าฟี-ยกระดับกฎหมาย DPS
Tech ภารกิจ ETDA คุมแพลตฟอร์ม คลอดคู่มือกำกับค่าฟี-ยกระดับกฎหมาย DPS
ดูทั้งหมด

ผลกระทบโควิด-19 ต่อหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรม

25 มี.ค. 2563 | 09:42น.
คอลัมน์ เติมความคิด พิชิตการลงทุน
โดย เอกภาวิน สุนทราภิชาติ บล.ไทยพาณิชย์

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่าน ตลาดหุ้นทั่วโลกยังเผชิญปัจจัยกดดันหลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งขยายวงกว้างไปนอกประเทศจีน โดยเฉพาะทางฝั่งยุโรป ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโลกไปแล้ว กระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นปรับลงแรง โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน เราจะได้ยินคำว่า circuit breaker (ภาวะที่ตลาดหุ้นลงแรง จนถึงระดับที่ต้องหยุดการซื้อขายชั่วคราว) เกิดขึ้นเกือบทุกตลาดหุ้น

ดังนั้น คอลัมน์ในฉบับนี้ ผมจึงถือโอกาสนำบทวิเคราะห์ของฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน SCBS ที่ประเมินถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีผลต่อกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งผมจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมที่กระทบมาก กลุ่มอุตสาหกรรมที่กระทบปานกลาง และกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีผลกระทบน้อย

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมาก ได้แก่ กลุ่มโรงแรม ปี 2020 คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 35.8 ล้านคน หดตัว 10% (จากปีก่อน 39.8 ล้านคน) มองว่ากระทบกำไรของกลุ่ม โดย MINT จะได้รับผลกระทบจาก NHH ที่มี operation ในยุโรปด้วย ทำให้เราคาดว่าปี 2020 ของ MINT กำไรจะลดลง 20% YOY ขณะที่ ERW และ CENTEL คาดว่ากำไรลดลง 50% YOY และ 32% YOY

กลุ่มขนส่ง การหดตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่ากระทบโดยตรงต่อกำไรของ AOT ขณะที่กลุ่มสายการบินอย่าง AAV และ THAI เรามีความกังวลต่อผลขาดทุนที่จะมากกว่าคาด และปัญหาสภาพคล่องของบริษัท ขณะที่เราคาดว่าผลกระทบทางอ้อมจำกัดต่อกำไรของ BTS, BTSGIF และ BEM โดยเราประเมินทุก 1% (จาก 5% เป็น 4%) ที่หายไปของจำนวนผู้โดยสารจะกระทบกำไร BTS ที่ -0.2%, BTSGIF -1.4%, BEM -0.6%

กลุ่มพลังงาน อุปสงค์น้ำมันที่ชะลอตัวคาดว่ากระทบต่อราคาน้ำมันและค่าการกลั่น บั่นทอนกำไรของ PTTEP, TOP, SPRC, ESSO

ด้านกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบปานกลาง ได้แก่ กลุ่มที่เกี่ยวโยงกับการท่องเที่ยว หรือผลจากมาตรการภาครัฐที่ลดการชุมนุม อาทิ หุ้นที่พึ่งพิงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดว่าได้รับผลกระทบเชิงลบ อาทิ TKN, SPA, BEAUTY, DDD และหุ้นที่มีการให้บริการแก่ประชาชนเกิน 50 คน หรือจำนวนมาก รวมทั้งเป็นสถานที่สำหรับพบปะสังสรรค์ หรือพูดคุยนอกบ้าน คาดยอดขายหดตัวหนักจากการปิดให้บริการหรือเลื่อนการชุมนุม อาทิ MAJOR, IMPACT, GPI, AUCT, M, AU, ZEN เป็นต้น

กลุ่มค้าปลีก คาดยอดขายสาขาเดิม/รายได้ค่าเช่า/กำไรของผู้ประกอบการที่มีทำเลที่ตั้งในแหล่งท่องเที่ยว คาดหดตัว 3-5% อาทิ MAKRO, CPALL, BJC, CPN เป็นต้น

ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบน้อย ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล ใน รพ.ที่มีฐานผู้ป่วยต่างชาติสูงอย่าง BH สัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติ 65%, BDMS สัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติ 30% คาดได้รับผลกระทบเชิงลบ แต่มองว่ากระทบจำกัดต่อ รพ. ที่มีฐานผู้ป่วยไทยเป็นหลัก และปีนี้มีปัจจัยหนุนประกันสังคมปรับขึ้นค่าบริการทางการแพทย์ อาทิ BCH, CHG, RJH เป็นต้น

Advertisement

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อุปสงค์ในประเทศจะลดลงจากความไม่แน่นอนของรายได้ในอนาคต และการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่เข้มงวดขึ้น ขณะเดียวกันคาดได้รับผลกระทบจากการชะลอการโอนของลูกค้าต่างชาติด้วย อาทิ SIRI, ANAN, NOBLE, AP, PSH เป็นต้น

กลุ่มสื่อสาร ที่คาดได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัด เนื่องด้วยเชื่อว่าปริมาณการใช้ data ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากประเด็นเรื่องโควิด-19

ส่วนแนวโน้ม SET ในมุมมองผม มองว่าบริเวณ 900 จุดลงไป เริ่มน่าสนใจ เนื่องจากเทียบเคียงกับวิกฤตเศรษฐกิจ (subprime) ในปี 2008 โดยช่วงนั้น SET ปรับลงจากจุดสูงบริเวณ 925 จุด ลงมาทำจุดต่ำที่บริเวณ 380 จุด หรือคิดเป็นอัตราปรับลงกว่า 59% ส่วนรอบปัจจุบัน SET ปรับลงมาจากจุดสูงบริเวณ 1,850 จุด ดังนั้น หากคิดเป็นอัตราการปรับลงประมาณ 50-60% SET จะลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 740-925 จุด ขณะที่แนวรับหลักจากการวิเคราะห์ทางเทคนิค โดยใช้ Fibonacci ratio ที่ระดับ 61.8% จะได้แนวรับเป้าหมายที่บริเวณ 870-880 จุด

สุดท้าย อยากฝากไว้ หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย กลุ่มหุ้นที่จะฟื้นตัวได้แรง คือ กลุ่มหุ้นที่ได้รับผลกระทบมากสุดนั่นเองครับ

และพบกันใหม่ในฉบับหน้า…ด้วยรักและหวังดี..ท่านสามารถติดตามข่าวสาร และความรู้ด้านการลงทุนผ่าน facebook เอกภาวิน สุนทราภิชาติ และ Line ที่ @wavesmart

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น โควิด-19