Skip to content

จัดพอร์ตหุ้นรอซื้อในช่วงตลาดพักฐาน

24 เม.ย. 2563 | 18:34น.
จัดพอร์ตหุ้นรอซื้อในช่วงตลาดพักฐาน
คอลัมน์ เติมความคิดพิชิตการลงทุน
โดย เอกภาวิน สุนทราภิชาติ บล.ไทยพาณิชย์

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ตลาดหุ้นไทยเริ่มพักฐาน หลังจากปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้อย่างต่อเนื่อง จากระดับ 1,000 จุด ขึ้นมาเคลื่อนไหวทำจุดสูงบริเวณ 1,270 จุด ซึ่งคิดเป็นการปรับขึ้นมาถึงเกือบ 30%

โดยตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยหนุนเช่นเดียวกับตลาดหุ้นต่าง ๆ ทั่วโลก จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มองกันว่าได้ผ่านจุดพีกไปแล้ว พิจารณาจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในอัตราลดลง หรือการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้หายป่วยมีมากกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ นอกจากนี้การปรับขึ้นของราคาน้ำมันด้วยประเด็นการลดกำลังการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน ยังเป็นปัจจัยหนุนกลุ่มน้ำมันในตลาดหุ้นต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นตอบรับปัจจัยบวกใน 2 ประเด็นนี้มามากแล้ว และภาพข้างหน้า ผมมองว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะเข้าสู่การปรับลงเพื่อพักฐานก่อน หลังจากที่ได้ฟื้นตัวขึ้นมาแรงก่อนหน้านี้ โดยมีปัจจัยลบที่จะกระตุ้นแรงขายทำกำไร ได้แก่

1) กลุ่มน้ำมันที่ปรับขึ้นมาก่อนหน้าจะโดนแรงขายทำกำไร ตามทิศทางราคาน้ำมันที่เริ่มปรับตัวลง หลัง IEA คาดว่าอุปสงค์น้ำมันจะลดลง 29, 26 และ 15 ล้านบาร์เรล/วัน ในเดือน เม.ย., พ.ค. และ มิ.ย.ตามลำดับ ทำให้ยังเกิดอุปทานส่วนเกิน แม้กลุ่มโอเปก+ จะลดกำลังการผลิตประมาณ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค.-มิ.ย. จากนั้นลดเหลือ 8 ล้านบาร์เรล/วัน ในช่วงเดือน ก.ค.-ธ.ค. 63 และ 6 ล้านบาร์เรล/วัน ในช่วงเดือน ม.ค. 64-เม.ย. 65

2) ความกังวลต่อผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนใน Q1/63 โดยบริษัทจดทะเบียนใน S&P500 คาดว่าใน Q1/63 จะมีกำไรลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารที่คาดว่าจะมีภาระในการตั้งสำรองสูงจากผลกระทบของโควิด-19 โดยธนาคารในสหรัฐที่เริ่มรายงานงบฯ ต่างมีกำไรหดตัวค่อนข้างมาก โดย Bank of America กำไรหดตัว 45% Goldman Sachs กำไรหดตัว 46% และ Citigroup กำไรหดตัว 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนบริษัทจดทะเบียนไทยคาดว่ากำไรใน Q1/63 มีแนวโน้มออกมาไม่ดีเช่นเดียวกัน ในขณะที่หุ้นส่วนใหญ่ในตลาดปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้ จะเป็นตัวกระตุ้นแรงขายทำกำไร

3) ตัวเลขเศรษฐกิจในภาพรวม ยกเว้นจีนที่กลับมาเปิดเมืองได้ จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คลี่คลายลงไปก่อนนี้ จะแสดงถึงภาพการหดตัว ด้วยผลกระทบจากการ lockdown โดยล่าสุดสหรัฐรายงานยอดค้าปลีกประจำเดือน มี.ค. หดตัว 8.7% แย่กว่าที่คาดไว้จะหดตัว 8.0% ส่วนดัชนีการผลิตนิวยอร์ก ประจำเดือน เม.ย.อยู่ที่ระดับ -78.2% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้จาก 3 ปัจจัยหลักดังกล่าวทำให้คาดว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึง SET จะเข้าสู่การพักฐาน โดยแนวโน้ม SET ผมมองว่ามีโอกาสลงมาหาบริเวณ 1,140-1,150 และ 1,100 จุด ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม มองเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสะสม โดยผมแนะนำกลุ่มหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการที่จะเริ่มยกเลิกการ lockdown บางส่วนในเดือน พ.ค.นี้ หลังไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดลงอย่างมีนัย และน่าจะผ่านจุดพีกไปแล้ว โดยปัจจุบันผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในระดับ 20-30 กว่ารายต่อวัน ลดลงมากเมื่อเทียบกับในช่วงกลาง มี.ค. ที่ผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นถึงหลักร้อยคนต่อวัน

นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และมากกว่าอัตราผู้ติดเชื้อใหม่ เป็นเหตุผลสนับสนุนมุมมองที่คาดว่าในเดือน พ.ค. จะเริ่มมีการยกเลิกการ lockdown บางส่วน โดยคาดว่าศูนย์การค้า และร้านอาหารจะกลับมาเปิดให้บริการได้ และผู้ให้บริการขนส่งจะมีอัตราผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น กลุ่มหุ้นที่ผมจะแนะนำ ซึ่งจะได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าวนี้ ได้แก่ CPN และ MBK เป็นตัวแทนของหุ้นศูนย์การค้า ที่จะกลับมาเปิดให้บริการได้ MINT เป็นตัวแทนของหุ้นร้านอาหารที่จะกลับมาเปิดให้บริการ ซึ่งรวมถึงธุรกิจร้านอาหารในต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งคาดว่าในเดือน พ.ค.จะมีการยกเลิก lockdown บางส่วนเช่นกัน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่คลี่คลาย ERW เป็นตัวแทนกลุ่มโรงแรมที่คาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการได้เช่นกัน และราคาหุ้นปรับตัวลงมาแรงก่อนหน้านี้

ส่วนหุ้นในกลุ่มผู้ให้บริการด้านขนส่งอย่าง BTS และ BEM จะได้ประโยชน์เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผมแนะนำอีกตัว BTSGIF ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เนื่องจากมีเงินปันผลในระดับสูง (เงินปันผลต่อปีประมาณ 7-8%) และคาดว่าจะได้ผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหุ้นในระดับที่ดีด้วย เนื่องจากราคาหุ้นที่ผ่านมายังปรับขึ้นช้ากว่า BTS

สุดท้ายนี้ ผมขอสรุปว่า ตลาดหุ้นพักฐานให้ใช้เป็นโอกาสในการซื้อหุ้นที่แนวรับ 2 ช่วง คือ 1,140-1,150 และ 1,100 จุด โดยมีหุ้นแนะนำ 5 ตัว ได้แก่ CPN MBK MINT ERW และ BTSGIF ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการยกเลิก lockdown บางส่วนในเดือน พ.ค.นี้

…และพบกันใหม่ฉบับหน้า ด้วยรักและหวังดี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การซื้อหุ้น