เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

จัดพอร์ตหุ้นรอซื้อในช่วงตลาดพักฐาน

24 เม.ย. 2563 | 18:34น.
คอลัมน์ เติมความคิดพิชิตการลงทุน
โดย เอกภาวิน สุนทราภิชาติ บล.ไทยพาณิชย์

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ตลาดหุ้นไทยเริ่มพักฐาน หลังจากปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้อย่างต่อเนื่อง จากระดับ 1,000 จุด ขึ้นมาเคลื่อนไหวทำจุดสูงบริเวณ 1,270 จุด ซึ่งคิดเป็นการปรับขึ้นมาถึงเกือบ 30%

โดยตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยหนุนเช่นเดียวกับตลาดหุ้นต่าง ๆ ทั่วโลก จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มองกันว่าได้ผ่านจุดพีกไปแล้ว พิจารณาจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในอัตราลดลง หรือการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้หายป่วยมีมากกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ นอกจากนี้การปรับขึ้นของราคาน้ำมันด้วยประเด็นการลดกำลังการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน ยังเป็นปัจจัยหนุนกลุ่มน้ำมันในตลาดหุ้นต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นตอบรับปัจจัยบวกใน 2 ประเด็นนี้มามากแล้ว และภาพข้างหน้า ผมมองว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะเข้าสู่การปรับลงเพื่อพักฐานก่อน หลังจากที่ได้ฟื้นตัวขึ้นมาแรงก่อนหน้านี้ โดยมีปัจจัยลบที่จะกระตุ้นแรงขายทำกำไร ได้แก่

1) กลุ่มน้ำมันที่ปรับขึ้นมาก่อนหน้าจะโดนแรงขายทำกำไร ตามทิศทางราคาน้ำมันที่เริ่มปรับตัวลง หลัง IEA คาดว่าอุปสงค์น้ำมันจะลดลง 29, 26 และ 15 ล้านบาร์เรล/วัน ในเดือน เม.ย., พ.ค. และ มิ.ย.ตามลำดับ ทำให้ยังเกิดอุปทานส่วนเกิน แม้กลุ่มโอเปก+ จะลดกำลังการผลิตประมาณ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค.-มิ.ย. จากนั้นลดเหลือ 8 ล้านบาร์เรล/วัน ในช่วงเดือน ก.ค.-ธ.ค. 63 และ 6 ล้านบาร์เรล/วัน ในช่วงเดือน ม.ค. 64-เม.ย. 65

2) ความกังวลต่อผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนใน Q1/63 โดยบริษัทจดทะเบียนใน S&P500 คาดว่าใน Q1/63 จะมีกำไรลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารที่คาดว่าจะมีภาระในการตั้งสำรองสูงจากผลกระทบของโควิด-19 โดยธนาคารในสหรัฐที่เริ่มรายงานงบฯ ต่างมีกำไรหดตัวค่อนข้างมาก โดย Bank of America กำไรหดตัว 45% Goldman Sachs กำไรหดตัว 46% และ Citigroup กำไรหดตัว 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนบริษัทจดทะเบียนไทยคาดว่ากำไรใน Q1/63 มีแนวโน้มออกมาไม่ดีเช่นเดียวกัน ในขณะที่หุ้นส่วนใหญ่ในตลาดปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้ จะเป็นตัวกระตุ้นแรงขายทำกำไร

3) ตัวเลขเศรษฐกิจในภาพรวม ยกเว้นจีนที่กลับมาเปิดเมืองได้ จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คลี่คลายลงไปก่อนนี้ จะแสดงถึงภาพการหดตัว ด้วยผลกระทบจากการ lockdown โดยล่าสุดสหรัฐรายงานยอดค้าปลีกประจำเดือน มี.ค. หดตัว 8.7% แย่กว่าที่คาดไว้จะหดตัว 8.0% ส่วนดัชนีการผลิตนิวยอร์ก ประจำเดือน เม.ย.อยู่ที่ระดับ -78.2% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้จาก 3 ปัจจัยหลักดังกล่าวทำให้คาดว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึง SET จะเข้าสู่การพักฐาน โดยแนวโน้ม SET ผมมองว่ามีโอกาสลงมาหาบริเวณ 1,140-1,150 และ 1,100 จุด ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม มองเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสะสม โดยผมแนะนำกลุ่มหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการที่จะเริ่มยกเลิกการ lockdown บางส่วนในเดือน พ.ค.นี้ หลังไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดลงอย่างมีนัย และน่าจะผ่านจุดพีกไปแล้ว โดยปัจจุบันผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในระดับ 20-30 กว่ารายต่อวัน ลดลงมากเมื่อเทียบกับในช่วงกลาง มี.ค. ที่ผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นถึงหลักร้อยคนต่อวัน

นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และมากกว่าอัตราผู้ติดเชื้อใหม่ เป็นเหตุผลสนับสนุนมุมมองที่คาดว่าในเดือน พ.ค. จะเริ่มมีการยกเลิกการ lockdown บางส่วน โดยคาดว่าศูนย์การค้า และร้านอาหารจะกลับมาเปิดให้บริการได้ และผู้ให้บริการขนส่งจะมีอัตราผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น กลุ่มหุ้นที่ผมจะแนะนำ ซึ่งจะได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าวนี้ ได้แก่ CPN และ MBK เป็นตัวแทนของหุ้นศูนย์การค้า ที่จะกลับมาเปิดให้บริการได้ MINT เป็นตัวแทนของหุ้นร้านอาหารที่จะกลับมาเปิดให้บริการ ซึ่งรวมถึงธุรกิจร้านอาหารในต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งคาดว่าในเดือน พ.ค.จะมีการยกเลิก lockdown บางส่วนเช่นกัน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่คลี่คลาย ERW เป็นตัวแทนกลุ่มโรงแรมที่คาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการได้เช่นกัน และราคาหุ้นปรับตัวลงมาแรงก่อนหน้านี้

ส่วนหุ้นในกลุ่มผู้ให้บริการด้านขนส่งอย่าง BTS และ BEM จะได้ประโยชน์เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผมแนะนำอีกตัว BTSGIF ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เนื่องจากมีเงินปันผลในระดับสูง (เงินปันผลต่อปีประมาณ 7-8%) และคาดว่าจะได้ผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหุ้นในระดับที่ดีด้วย เนื่องจากราคาหุ้นที่ผ่านมายังปรับขึ้นช้ากว่า BTS

สุดท้ายนี้ ผมขอสรุปว่า ตลาดหุ้นพักฐานให้ใช้เป็นโอกาสในการซื้อหุ้นที่แนวรับ 2 ช่วง คือ 1,140-1,150 และ 1,100 จุด โดยมีหุ้นแนะนำ 5 ตัว ได้แก่ CPN MBK MINT ERW และ BTSGIF ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการยกเลิก lockdown บางส่วนในเดือน พ.ค.นี้

…และพบกันใหม่ฉบับหน้า ด้วยรักและหวังดี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การซื้อหุ้น