เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ททท.บูม ‘ตะวันออกกลาง’ผนึก flydubai โรดโชว์ ‘ดูไบ-อาบูดาบี’
Business ททท.บูม ‘ตะวันออกกลาง’ผนึก flydubai โรดโชว์ ‘ดูไบ-อาบูดาบี’
พยากรณ์อากาศวันนี้ (6 ก.ค. 69) ฝนยังตกหนักบางแห่ง กทม. 40% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (6 ก.ค. 69) ฝนยังตกหนักบางแห่ง กทม. 40% ของพื้นที่
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์
ลุย โมเดิร์นเทรด-แพลตฟอร์ม กขค. ตั้งอนุฯ แก้ปม GP-ค้าไม่เป็นธรรม
Economic ลุย โมเดิร์นเทรด-แพลตฟอร์ม กขค. ตั้งอนุฯ แก้ปม GP-ค้าไม่เป็นธรรม
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.81% อยู่ที่ 63,649 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.81% อยู่ที่ 63,649 เหรียญสหรัฐ
ตลาดหุ้นไทย 3Q69 ผันผวนมากขึ้น…เลือกลงทุนในหุ้นที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง
Finance ตลาดหุ้นไทย 3Q69 ผันผวนมากขึ้น…เลือกลงทุนในหุ้นที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง
สกัดยาเสพติด
Economic สกัดยาเสพติด
ดวงรายสัปดาห์ 5-11 กรกฎาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 5-11 กรกฎาคม 2569
กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่  สัปดาห์เดียวกัน
Business กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่ สัปดาห์เดียวกัน
ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
Biz Movement ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
ดูทั้งหมด

“เศรษฐกิจชะลอ-สงครามราคาน้ำมันระอุ” ทุบกำไรบจ.Q1ดิ่ง 60.5% เหลือ 9.8 หมื่นล้าน

22 พ.ค. 2563 | 22:19น.

เศรษฐกิจชะลอตัวสงครามราคาน้ำมันระอุทุบกำไรสุทธิบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 1/2563 เหลือ 98,524 ล้านบาท ลดลงกว่า 60.5% จากยอดขายรวม 2.68 ล้านล้านบาท ลดลง 4.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนกลุ่มพลังงาน-สาธารณูปโภคปิโตรเคมีเคมีภัณฑ์ร่วงหนักที่สุด ชี้สัญญาณ บจ.จัดหาสภาพคล่องสำรองมากขึ้น มีการใช้หนี้สินเพิ่มต่อเนื่อง ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนไตรมาส 1 ปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1.53 เท่า จาก 1.27 เท่า เมื่อไตรมาส 1 ปีที่แล้ว

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า หลักทรัพย์จดทะเบียนจำนวน 671 หลักทรัพย์ หรือคิดเป็น 97.25% จากทั้งหมด 690 หลักทรัพย์ (ไม่รวมหลักทรัพย์ที่ขอผ่อนผันส่งงบการเงินไตรมาส 1 ปี 2563 กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์, กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน, บริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และบริษัทที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด หรือ NPG) นำส่งผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี2563 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563 พบว่าหลักทรัพย์ที่รายงานผลกำไรสุทธิมีจำนวน 470 หลักทรัพย์ คิดเป็น 70.0% ของหลักทรัพย์จดทะเบียนที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

 

โดยผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2563 หลักทรัพย์จดทะเบียนมียอดขายรวม 2.68 ล้านล้านบาท ลดลง 4.3% โดยมีกำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core operating profit) 124,929 ล้านบาท ลดลง 52.6% และมีกำไรสุทธิ 98,524 ล้านบาทลดลง 60.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยข้างต้นทำให้ดัชนีชี้วัดความสามารถการทำกำไรลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในทางเดียวกัน โดยมีอัตรากำไรขั้นตัน (Gross profi margin) ลดลงจาก 22.2% เป็น 18.9% มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core profit margin) ลดลงจาก 9.4% เป็น 4.7% และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net profit margin) ลดลงจาก 8.9% เป็น 3.7%

ในไตรมาส 1 ปื 2563 หลักทรัพย์จดทะเบียนไทยได้รับผลกระทบทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ โดยเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวต่อเนื่องจากปลายปี 2562 ทำให้เกิดปัญหาอุปทานน้ำมันล้นตลาดและเกิดสงครามราคาน้ำมันจากกลุ่มผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ทำให้หลักทรัพย์ในหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค และหมวดธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ขณะที่เศรษฐกิไทยที่ซบเซา ทำให้การบริการจัดการยอดขายและต้นทุนการตลาดเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยาก จึงกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานหลักและกำไรสุทธิให้ปรับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน

นายแมนพงศ์ กล่าวว่า จากผลประกอบการที่อ่อนตัวลง บริษัทจดทะเบียนจึงมีการจัดหาสภาพคล่องสำรองมากขึ้น มีการใช้หนี้สินเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) ปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1.53 เท่าณสิ้นไตรมาส 1 ปี 2563 สูงขึ้นจาก 1.27 เท่า สิ้น ไตรมาส 1 ปี 2562

หมวดธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานเดิบโตได้ดี คือ หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ที่ได้ผลบวกทั้งด้านยอดขายและอัตรากำไรที่สูงขึ้น เช่น อาหารสด และปศุสัตว์ รวมถึงเครื่องดื่ม และหมวดธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ซึ่งเติบโตจากสินเชื่อส่วนบุคคล และหมวดธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ได้ผลบวกจากต้นทุนวัตถุดิบลดลง

ด้านนายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) กล่าวว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน maiจำนวน 153 บริษัท คิดเป็น 91% จากทั้งหมด 169 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC บริษัทที่ปิดงบไม่ตรงงวด บริษัทที่ส่งงบไม่ทันตามกำหนด และบริษัทที่ขอผ่อนผันการนำส่งงบการเงินจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) นำส่งผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2563 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563 โดยมียอดขายรวม 42,132 ล้านบาท ลดลง 1.56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ต้นทุนรวม 33,348 ล้านบาทลดลง 0.84% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 21.42% มาอยู่ที่ 20.85% กำไจากการดำเนินงาน (Operating Profit) 1.455 ล้านบาท ลดลง 27.51% ส่งผลให้มีกำไรสุทธิรวม 717 ล้นบาท ลดลง 58.58% อย่างไรก็ดี บจ. ที่รายงานผลกำไรสุทธิมีจำนวน 102 บริษัท คิดเป็น 67% ของบริษัทที่นำส่งผลการดำเนินงานทั้งหมด

ผลการดำเนินงานไตรมาสแรก ปื 2563 ของ บจ. mai ปรับตัวลดลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยอดขายลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรลดลงโดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังคงมีการเติบโตทั้งยอดขายและกำไรสุทธิ คือกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร

เมื่อพิจารณาฐานะทางการเงิน ไตรมาสแรก ปี 2563 บจ. mai มีสินทรัพย์รวม 272,427 ล้านบาท โครงสร้างเงินทุนรวมยังอยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแรง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 1.10 เท่า ขณะที่สิ้นปี 2562 อยู่ที่ระดับ 1.03 เท่านายประพันธ์กล่าว

ปัจจุบันมี บจ. ใน mai 169 บริษัท (ข้อมูล ณวันที่ 21 พฤษภาคม 2563) ดัชนี mai ปิดที่ระดับ 275.03 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market capitalization) อยู่ที่ 188,076.02 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 590.09 ล้านบาทต่อวัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน