เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ดูทั้งหมด

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ชี้แนวโน้มค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าในกรอบ 31.00-31.50 บาทต่อดอลลาร์

04 มิ.ย. 2563 | 19:26น.

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ชี้แนวโน้มค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าในกรอบ 31.00-31.50 บาทต่อดอลลาร์ จับตา ธปท. ออกมาตรการดูแลเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกบทวิเคราะห์ เรื่อง “เงินบาทแข็งค่า จากการส่งออกทองคำ และการนำเงินกลับเข้าประเทศ” โดยชี้ว่า ตั้งแต่ในช่วงเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เป็นช่วงระยะเวลาสำคัญที่หลายประเทศทั่วโลกได้ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อช่วยควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงประเทศไทย ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะงักงัน ซึ่งในจังหวะเวลาดังกล่าว นักลงทุนต่างชาติก็มีสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ภาพในอีกด้านหนึ่ง เงินบาทกลับทยอยแข็งค่าขึ้นตั้งแต่เดือน เม.ย. 2563 เป็นต้นมา จากผลของเงินดอลลาร์ฯ ที่อ่อนค่าลงตามสัญญาณพร้อมผ่อนคลายด้วยทุกเครื่องมือทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกอบกับมีปัจจัยอื่นๆ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่มีความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก ที่ส่งผลทำให้เงินบาทมีแรงหนุนในด้านแข็งค่ามากขึ้นตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

-การส่งออกทองคำ หนุนดุลการค้าถึงกว่า 98% ในเดือนเม.ย. 2563 ขณะที่ความกังวลต่อความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปทั่วโลกหนุนราคาทองคำ จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่มากขึ้น

จากยอดการเกินดุลการค้าของไทยที่ระดับ 2,462 ล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนเม.ย. นั้น เป็นผลมาจากยอดสุทธิของการส่งออกทองคำ (ส่งออกทองคำ หักนำเข้าทองคำ) ถึง 2,427 ล้านดอลลาร์ฯ โดยในช่วงดังกล่าว “ปริมาณ” การส่งออกทองคำของไทยเร่งตัวขึ้นกว่า 90% เป็น 46,732 กิโลกรัม หรือ 1.8 เท่า เมื่อเทียบกับปริมาณการส่งออกเฉลี่ยที่ 25,500 กิโลกรัมต่อเดือนในช่วงไตรมาสแรก

ขณะที่ “ราคา” ทองคำในตลาดโลกทะยานขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบกว่า 7 ปีที่ 1,747.74 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ในเดือนเม.ย. ขณะที่ คาดว่า สถานการณ์ดังกล่าว จะไม่เปลี่ยนแปลงมากนักในเดือนพ.ค. เพราะราคาทองคำทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 7 ปีครั้งใหม่ที่ 1,765.30 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ในช่วงกลางเดือนพ.ค. และยังทรงตัวในกรอบสูงหลังจากนั้น

-การปรับสถานะการลงทุนและประเด็นด้านสภาพคล่อง หนุนให้มีเงินทุนไหลเข้า

ไม่บ่อยนักที่จะเห็นดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายพลิกกลับมาเกินดุล ซึ่งสาเหตุของการเกินดุลถึงประมาณ 6,900 ล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนเม.ย. นี้ น่าจะมาจากการปรับสถานะของหลายรายการในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะการปรับสถานะเงินฝากและเงินลงทุนในต่างประเทศของกองทุนรวม FIF และนักลงทุนไทย (รวมๆ แล้วประมาณ 71% ของยอดเกินดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย) ประกอบกับในช่วงดังกล่าวมีการส่งสภาพคล่องกลับของบริษัทในเครือจากต่างประเทศ และการชำระคืนสินเชื่อทางการค้าจากคู่ค้าต่างประเทศในจำนวนเงินที่ค่อนข้างสูง และไม่เห็นบ่อยนักในรอบหลายปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ “เงินทุนฝั่งไหลเข้า” จากปัจจัยดังกล่าว มีจำนวนที่มากกว่า “เงินทุนฝั่งไหลออก” จากตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งภาพดังกล่าวหนุนเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยจะพลิกกลับมาขาดดุลจากผลกระทบของรายรับในภาคการท่องเที่ยวที่อ่อนแอลงในช่วงการล็อกดาวน์ประเทศ

ทิศทางเงินบาทในระยะข้างหน้ายังมีโอกาสแข็งค่าอยู่ จากการที่เศรษฐกิจไทยยังมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ราว 4.9% ของจีดีพีตามประมาณการของสศช. แม้ว่าการส่งออกและท่องเที่ยวจะหดตัวลงไปมาก

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ยังต้องติดตามสถานการณ์ของเงินดอลลาร์ฯ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐฯ ยังไม่นิ่ง ขณะที่เหตุจลาจลอาจทำให้ความเสี่ยงในการระบาดระลอกสองเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งย่อมเป็นผลเสียต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และในอีกด้านหนึ่ง เฟดก็คงต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างมาก ซึ่งทำให้ยังต้องรอประเมินโอกาสที่เฟดจะใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบอย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้ปริมาณเงินดอลลาร์ฯ ที่เพิ่มสูงขึ้นจะเป็นปัจจัยลบต่อทิศทางเงินดอลลาร์ฯ ในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากประเทศอื่นๆ สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และกิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวกลับมาได้เร็วกว่าในสหรัฐฯ

ดังนั้น คาดว่า เงินบาทยังมีโอกาสแข็งค่าไปอยู่ในกรอบ 31.00-31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ได้ในช่วงที่เหลือของปี 2563 ขณะที่ธปท. ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ของเงินบาทอย่างใกล้ชิด โดยเน้นการดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผิดไปจากปัจจัยพื้นฐาน เพื่อเลี่ยงผลกระทบต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และจากสัญญาณล่าสุด สะท้อนว่า ธปท. น่าจะอยู่ระหว่างการติดตามธุรกรรมทางการเงินที่อาจจะมีผลต่อความผันผวนของเงินบาทใน 2 ส่วน ได้แก่ 1.ธุรกรรมของกลุ่มผู้ค้าทองคำ โดยเฉพาะในช่วงที่ปริมาณการส่งออกทองคำยังอยู่ในระดับสูง และ 2. การทยอยกลับเข้าซื้อพันธบัตรระยะต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งสะท้อนการกลับเข้ามาพักเงินระยะสั้นอีกครั้งของนักลงทุนต่างชาติ และอาจพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทในระยะข้างหน้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน ค่าเงินบาท