ปตท.ออกหุ้นกู้ “กรีนบอนด์” 2 พันล้าน ซื้อสูงสุด 1 ล้านบาทต่อคนต่อธนาคาร

ปตท.เคาะวงเงินขายหุ้นกู้ล็อตใหม่รวม 2 รุ่น มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท ระดมทุน “กรีนบอนด์” รายแรกของโลก มูลค่า 2,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 2.25% จองซื้อได้วันที่ 20-23 ก.ค. 2563 ลูกค้าซื้อได้ขั้นต่ำที่ 1 แสนบาท สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคนต่อธนาคาร เผยแผนระดมทุนทั้งหมดปีนี้วงเงินรวม 6.4 หมื่นล้านบาท ระดมทุนไปแล้ว 5.6 หมื่นล้านบาท ชี้หากจำเป็นต้องใช้เงินสามารถระดมทุนหุ้นกู้ล็อตถัดไปได้อย่างรวดเร็ว

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ปตท. ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ภายใต้โครงการตราสารหนี้ (Medium Term Note Programหรือ MTN Program) จำนวน 2 รุ่น มูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท ประกอบด้วย

1. หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (กรีนบอนด์) อายุ 3 ปี อัตราผลตอบแทน 2.25% ต่อปี วงเงินมูลค่า 2,000 ล้านบาท

2. หุ้นกู้อายุ 7 ปี ผลตอบแทน 2.85% ต่อปี วงมูลค่าไม่เกิน 13,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปตท.จะให้สิทธิกับผู้ถือหุ้นกู้เดิมของ ปตท. (8 รุ่น ที่ครบกำหนดไถ่ถอนไปแล้วระหว่างปี 2559 ถึง 2562 ซึ่งสามารถตรวจสอบสิทธิผ่านเว็บไซต์ https://pttdebenturegw.pttplc.com/bondrightchecking ระหว่างวันที่ 8 – 20 กรกฎาคม 2563) ในการจองซื้อหุ้นกู้เฉพาะรุ่นอายุ 7 ปี ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 และจะเปิดจำหน่ายหุ้นกู้กรีนบอนด์ อายุ 3 ปี และหุ้นกู้อายุ 7 ปี ให้กับผู้ลงทุนประชาชนทั่วไป ในระหว่างวันที่ 21-23 กรกฎาคม 2563 โดยลูกค้าสามารถซื้อได้ขั้นต่ำอยู่ที่ 1 แสนบาท สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคนต่อธนาคาร เพื่อเป็นการกระจายการลงทุนให้ผู้ลงทุนมากที่สุด ซื้อได้ผ่านธนาคารพาณิชย์ 4 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้

สำหรับวัตถุประสงค์ของการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ จะนำไปใช้ในการลงทุน เป็นเงินทุนหมุนเวียน หรือเพื่อทดแทนเงินกู้ที่ครบกำหนด ส่วนการระดมทุนผ่านหุ้นกู้กรีนบอนด์ อายุ 3 ปีนั้น ปตท.จะนำไปใช้ลงทุนในโครงการเพื่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“ปตท.เป็นรัฐวิสาหกิจที่ดูแลความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ แต่หลักใหญ่ดำเนินธุรกิจที่ดูแลควบคู่ทั้งชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยโครงการปลูกป่า 1 ล้านไร่ มาวันนี้เป็นเวลากว่า 8-9 ปี ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือในหลายภาคส่วน รวมทั้งชาวบ้านและชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งมาวันนี้ตัวผืนป่าที่ดูแลมีขนาดกว่า 1.1 ล้านไร่ ซึ่งจากการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ลงพื้นที่เซอเวย์ผลของป่าค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ ผืนป่าสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 20 ล้านตันต่อปี และปล่อยออกซิเจนเข้าสู่บรรยากาศประมาณ 17 ล้านตันต่อปี และชาวบ้านได้เข้าไปเก็บของป่าคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 280 ล้านบาท

นอกจากนั้นยังได้ต่อยอดโครงการปลูกป่าอีก 2-3 โครงการ เช่น “ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี” ตั้งอยู่ที่ ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในพื้นที่ 786 ไร่ เดิมผืนป่านี้เป็น “นากุ้งร้าง” และศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง ถ.สุขาภิบาล 2 เป็นการเก็บพันธุ์ไม้ที่ปลูกได้ในกรุงเทพ รวมไปถึงศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ จ.ระยอง บนพื้นที่ 351 ไร่” นายอรรถพลกล่าว

นอกจากนั้นยังมีโครงการรณรงค์ส่งเสริมเรื่องสิ่งแวดล้อมการอนุรักษ์ผืนป่า เช่น โครงการลูกโลกสีเขียว และยังมีโครงการการใช้ประโยชน์หญ้าแฝก เพื่ออนุรักษ์น้ำและอนุรักษ์ดิน

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า ปตท.ได้เข้าไปอยู่ในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) มาหลายปี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับบริษัท นักลงทุนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนขององค์กร ทุกกระบวนการทำงาน ทั้งการผลิต การปล่อยของเสีย จะใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุด เพื่อส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อให้น้อยที่สุด

นางสาวพรรณนลิน มหาวงศ์ธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน PTT กล่าวว่า แผนการระดมทุนทั้งหมดในปีนี้ ปตท.ได้ยื่นไฟลิ่งภายใต้โครงการตราสารหนี้ (Medium Term Note Programหรือ MTN Program) วงเงินรวม 6.4 หมื่นล้านบาท เป็นการออกหุ้นกู้วงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาท และเป็นการออกตั๋ว B/E อีกมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ได้ออกหุ้นกู้สกุลเหรียญสหรัฐอีก 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ซึ่งแผนการระดมทุนที่ผ่านมา มีการขายให้กับนักลงทุนสถาบันสำหรับบาทบอนด์วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท และขายให้ประชาชนทั่วไปอีก 1.5 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังได้ออกหุ้นกู้สกุลเหรียญสหรัฐไปอีก 700 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งหมดปีนี้ระดมทุนไปทั้งหมด 5.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งปีนี้ระดมเงินมาได้พอสมควร แต่อย่างไรก็ตามหากมีโครงการและจำเป็นต้องใช้เงินสามารถระดมทุนหุ้นกู้ในล็อตถัดไปได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากได้ยื่นไฟลิ่งไปเรียบร้อยแล้ว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ