ธอส. เล็งชง รมว.คลังคนใหม่ ออกมาตรการดูแลลูกค้าชำระหนี้ดี
ธอส. มั่นใจปีนี้ปล่อยสินเชื่อเข้าเป้า 2.1 แสนล้านบาท รับกำไรหดเล็กน้อย จากเป้า 1.35 หมื่นล้านบาท หลังสำรองส่วนเกิน-ออกมาตรการอุ้มลูกค้ารับผลกระทบโควิด เล็งชงรมว.คลังคนใหม่ ออกมาตรการดูแลลูกค้าชำระหนี้ดี พร้อมเปิดยุทธศาสตร์ ปี’64-65 ยกระดับให้บริการลูกค้าสู่ Digital Platform
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้ว 156,650 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค.63) ซึ่งมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าหมายทั้งปี 2563 ที่ 210,000 ล้านบาท เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ และการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นการขายของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ทำให้เป็นโอกาสของประชาชนที่รายได้ไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
ด้านกำไรสุทธิในปี 2563 อาจจะคาดเคลื่อนจากเป้าแต่ไม่มาก โดยเป้าอยู่ที่ 1.35 หมื่นล้านบาท เนื่องจากธนาคารมีการสำรองส่วนเกิน เพื่อเข้าไปรองรับกรณีลูกค้าเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบโควิด-19 ผ่าน 10 มาตรการ โดยวงเงินสูงสุดที่แต่ละมาตรการใช้ ประมาณ 5.4 แสนล้านบาท รองรับลูกค้าราว 6 แสนบัญชี และมีการต่ออายุมาตรการที่สิ้นสุดด้วย วงเงินราว 3.5 แสนล้านบาท พร้อมกันนี้ ธนาคารยังได้มีการตั้งสำรองหนี้ เพื่อรองรับความเปราะบางของลูกค้าในปีนี้อีก 5.3 พันล้านบาท ซึ่งล่าสุดสามารถทำได้แล้ว 3.5 พันล้านบาท จึงส่งผลให้กำไรลดลงจากเป้าหมายเล็กน้อย
ส่วนสถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปัจจุบันไม่ได้สะท้อนตัวเลขจริง เนื่องจากขณะนี้ลูกค้ายังอยู่ในมาตรการดูแลลูกค้ารับผลกระทบโควิด อย่างไรก็ตาม มีเพียง 1 ใน 3 ที่เริ่มมีอาการว่า อาจจะไม่แข็งแรง เห็นได้จากมาตรการการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับลูกค้ามีหนี้ไม่เกิน 3 ล้านบาท มีลูกค้าเข้าร่วม 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งหลังสิ้นสุดมาตรการเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา มีลูกค้าขอพักหนี้ต่ออีก 1 แสนล้านบาท เหลืออีก 8 หมื่นล้านบาท ที่ไม่ได้เข้าร่วม ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเห็นสัญญาณมีปัญหาเพียง 9,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 4,000 ล้านบาท จ่ายแบบไม่เต็มงวด ส่วนอีก 5,000 ล้านบาท ขาดการชำระหนี้
อย่างไรก็ดี ยังมีลูกค้ากว่า 8 แสนล้านบาท ที่มีการชำระหนี้ดีทุกงวด ซึ่งธนาคารก็อยู่ระหว่างพิจารณาออกมาตรการดูแลลูกค้ากลุ่มดังกล่าว เพื่อเป็นการตอบแทนและให้กำลังใจลูกค้า ซึ่งจะเตรียมมาตรการดังกล่าว เพื่อไปเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ด้วย
นายฉัตรชัย กล่าวว่า ขณะที่ในปี 2564 ธอส. ยังคงตั้งเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ 215,641 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 222,110 ล้านบาท ในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้นปีละ 3% ตามลำดับ ด้วยสินเชื่อคงค้างในปี 2564 ที่ 1.374 ล้านล้านบาท และเพิ่มเป็น 1.444 ล้านล้านบาท ในปี 2565 โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับการให้บริการลูกค้าขึ้นสู่ Digital Platform เพื่อรองรับการเป็น Digital Bank ในอนาคต และช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของธนาคาร เพื่อดึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ต่ำลงอีก โดยตั้งเป้าหมายให้มี Digital Transaction ไม่ต่ำกว่า 80% ของจำนวน Transaction ทั้งหมดในปี 2565 ด้วยแผนงาน
สำหรับโครงการสำคัญที่สนับสนุนการเป็น Digital Bank ประกอบด้วย 1.โครงการ New Normal Services พัฒนาบริการใหม่ของธนาคารบน Mobile Application : GHB ALL เพื่อรองรับ Lifestyle ลูกค้าแบบ New Normal 2.โครงการ Tollway Loan Plus เป็นการยกระดับความร่วมมือกับฝ่าย HR ของบริษัทหรือหน่วยงานที่มีสวัสดิการเงินกู้กับธนาคารจะเป็นผู้ส่งข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งรายได้ หลักฐานส่วนตัว และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการยื่นกู้ให้แก่พนักงานที่ประสงค์ยื่นกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยกับธนาคาร โดยที่พนักงานไม่ต้องลางาน เพื่อเดินทางไปติดต่อยื่นเรื่องกู้ที่สาขาธนาคาร และ 3.โครงการ Virtual Branch หน่วยบริการสินเชื่อไร้ที่ทำการ โดยลูกค้าไม่ต้องเดินทางมาที่สาขา แต่ยังคงได้รับบริการเสมือนอยู่ที่สาขา
“ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนของธนาคาร ทำให้ปัจจุบันธนาคารยังคงสามารถเติบได้อย่างแข็งแกร่งและมีความพร้อมในการเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ โดย ณ เดือนสิงหาคม 2563 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2562 ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,273,401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.30% สินทรัพย์รวม 1,351,107 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.55% เงินฝากรวม 1,110,418 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.74% และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 51,559 ล้านบาท คิดเป็น 4.05% ของยอดสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 จำนวน 2,044 ล้านบาท”