เริ่มวันนี้! เปิดจองหุ้น OR ผ่าน 3 แบงก์ใหญ่ ขั้นตอนอย่างละเอียด

3 ธนาคารใหญ่ กสิกรไทย-กรุงเทพ-กรุงไทย ประกาศความพร้อมจองซื้อหุ้น “OR” เปิดช่องทางโมบายแบงกิ้ง-สาขารับจองหุ้น ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.-เที่ยงวันที่ 2 ก.พ.64 ราคาหุ้นละ 18 บาท ประกาศผลการจัดสรร 6 ก.พ.64 โดยมีการซื้อขายวันแรก 11 ก.พ.64

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่องทางวิธีจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เป็นครั้งแรกสำหรับนักลงทุนทั่วไป ผ่านธนาคาร 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกสิกรไทย เปิดรับจองซื้อหุ้น OR สำหรับนักลงทุนทั่วไป ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564 เวลา 09.00 น. ถึงวันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 12.00 น. โดยลูกค้าสามารถจองซื้อขั้นต่ำจำนวน 300 หุ้น และเพิ่มจำนวนครั้งละ 100 หุ้น ในราคา IPO หุ้นละ 18 บาท ผ่าน 2 ช่องทางของธนาคารฯ ได้แก่

1.จองผ่านเว็บไซต์ www.kasikornbank.com/kmyinvest เพียงเป็นลูกค้าของธนาคารกสิกรไทย และชำระเงินผ่าน K PLUS หรือเลือกชำระผ่าน Mobile Banking ของธนาคารต่าง ๆ สามารถทำรายการได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือหากลูกค้าสนใจจองซื้อหุ้นโออาร์แต่ยังไม่มีบัญชีของธนาคาร และยังไม่มีแอพ K PLUS สามารถเปิดบัญชี e-Savings ได้ที่ https://www.kasikornbank.com/kplus และยืนยันตัวตนที่จุด K-CHECK ID ที่สาขาของธนาคารฯ ห้างสรรพสินค้า Big C และที่ทำการไปรษณีย์ไทย ก็สามารถทำการจองซื้อหุ้นโออาร์ได้เช่นกัน

2.จองผ่านช่องทางสาขา ลูกค้าสามารถเลือกรับบริการ โดยจองคิวเข้าสาขาได้ตามวันเวลาทำการของสาขา ที่เว็บไซต์ https://www.kasikornbank.com/th/branch-register/Pages/index.aspx เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าไม่ต้องรอมาคิวที่สาขาเป็นเวลานาน หรือสามารถเข้ามาจองซื้อหุ้นที่สาขาของธนาคารในวันและเวลาทำการ โดยเตรียมนำเอกสาร เช่น สำเนาบัตรประชาชน และหน้าสมุดบัญชี มาด้วย ทั้งนี้ ขอความร่วมมือลูกค้าปฎิบัติตามมาตรการ Social Distancing อย่างเคร่งครัด นอกจากสาขาในห้างที่เปิดทำการแล้ว สำหรับวันที่ 24 30 31 มกราคม 2564 ตั้งแต่ในเวลา 08.30-15.30 น. ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการจองซื้อหุ้นได้ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาสำนักพหลโยธิน และสาขาสำนักสีลม ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ K-Contact Center 02-8888888 กด 819

ทั้งนี้ ธนาคารขอแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการจองซื้อหุ้นดังกล่าว แนะนำให้ทำรายการในช่วงระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม 2564 เพื่อหลีกเลี่ยงความหนาแน่นในช่วงแรกและช่วงท้ายของระยะเวลาการจองซื้อ

สำหรับการจัดสรรหุ้นดังกล่าว จะใช้วิธี Small Lot First เป็นการจัดสรรหุ้นให้แก่นักลงทุนทุกคนอย่างทั่วถึงที่สุด มาก่อนมาหลังมีสิทธิ์ได้รับจัดสรรเท่ากัน โดยชื่อผู้จอง ผู้ชำระเงิน และผู้รับหุ้นต้องเป็นคนเดียวกัน และประกาศผลการจัดสรรภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564

ด้านธนาคารกรุงเทพ สามารถจองซื้อผ่านช่องทางโมบายแบงก์กิ้ง ตั้งแต่ 9.00 น.ของวันที่ 24 มกราคม-เที่ยงของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 และสาขาธนาคารกรุงเทพทุกสาขา (เฉพาะสาขาที่เปิดให้บริการ) โดยผู้จองซื้อต้องชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นเต็มตามจำนวนที่จองซื้อในราคาหุ้นละ 18 บาท ทั้งนี้ จะประกาศผลจัดสรรวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564

สำหรับขั้นตอนการจองซื้อผ่านโมบายแบงก์กิ้งนั้น โดยขั้นตอนแรก เลือกเมนูการลงทุน จากนั้นระบุรหัสผ่าน 6 หลัก หรือใช้ Touch ID / Face ID / Finger Print ขั้นตอนต่อไปเลือก “สร้างโปรไฟล์จองซื้อหลักทรัพย์” ทำการกรอกข้อมูลส่วนตัว, เลือกวิธีการรับหลักทรัพย์ และกดต่อไป, เลือกบัญชีรับเงิน / คืนเงิน และกดต่อไป, ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและกด “ยืนยัน” เมื่อสร้างโปรไฟล์สำเร็จ สามารถจองซื้อหลักทรัพย์ที่มีอยู่ระหว่างเสนอขายได้ทันที

ส่วนขั้นตอนการจองซื้อหลักทรัพย์ ขั้นตอนแรกเลือกเมนู “การลงทุน” จากนั้นระบุรหัสผ่าน 6 หลัก หรือใช้Touch ID / Face ID / Finger Print ขั้นตอนต่อไปเลือก “หลักทรัพย์” แล้วเลือกหุ้นกู้ / หุ้นสามัญ / IFF / REIT ที่ต้องการซื้อ และกด “จองซื้อ”, ตรวจสอบรายละเอียด และกดจองซื้อ จากนั้นอ่านข้อตกลงและเงื่อนไข และกด “ยอมรับ”, กรอกจำนวนหน่วยที่ต้องการซื้อ และกด “ต่อไป”, ตรวจสอบรายละเอียดและกด “ยืนยัน” เมื่อทำรายการสำเร็จ จะได้รับสลิปเป็นหลักฐาน และแชร์สลิปได้ทันที

สำหรับเงื่อนไขการรับบริการจองเวลาที่สาขาธนาคารกรุงไทย 1.ลูกค้าสามารถจองคิวได้ล่วงหน้า ก่อนวันและเวลานัดหมาย อย่างน้อย 24 ชม. และ 2.การนัดหมายต่อครั้ง สาขาให้บริการลูกค้า 1 คิวต่อ 1 ราย 3.ลูกค้านัดหมายเพื่อจองคิวที่สาขาได้เฉพาะการจองซื้อหุ้น OR และจะเปิดช่วงเวลาการจองคิวเฉพาะวันที่ 24 ม.ค. 64 – 1 ก.พ. 64 และ 4.เปิดบริการจองคิวเฉพาะสาขาเต็มรูปแบบเท่านั้น

สำหรับธนาคารกรุงไทย เปิดจองซื้อวันที่ 24 มกราคม – เที่ยงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 โดยสามารถจองซื้อผ่านช่องทาง ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา และ Money Connect by Krungthai โดยผู้จองซื้อต้องชำระเงินค่าจองซื้อเต็มจำนวนที่ราคาหุ้นละ 18 บาท และจะได้รับเงินส่วนต่างคืน หากราคาเสนอขายสุดท้ายต่างจากราคาจองซื้อดังกล่าว ทั้งนี้ การคืนเงิน คาดว่าจะคืนอย่างช้าที่สุดภายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 กรณีรับเงินเข้าบัญชี และวันที่22 กุมภาพันธ์ 2564 กรณีรับเป็นเช็ค โดยจะมีการประกาศผลการจัดสรรภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564

ด้านนายอนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ ประธานสายตลาดทุน กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า การซื้อขายวันแรก (เทรดดิ้ง) ของหุ้นบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR จะเกิดขึ้นในช่วงวันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564

นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย กล่าวว่า การจัดสรรหุ้น OR จะใช้วิธี Small Lot First ทุกคนจะได้จองซื้อหุ้นขั้นต่ำที่ 300 หุ้นทุกคน และถ้าใครที่กรอกจำนวนจองหุ้นมากกว่า 300 หุ้น และหุ้นยังขายไม่หมดก็จะได้รับหุ้นทวีคูณเพิ่มไปคนละ 100 หุ้นต่อครั้ง จนกว่าจะครบจำนวนที่จองซื้อ ทั้งนี้หากจำนวนหุ้นหมดจะหยุดทบให้ทันที และลูกค้าจะได้รับเงินส่วนต่างคืนภายใน 10 วันทำการ

“จากการคำนวณการจองนักลงทุนรายย่อย ถ้าจองซื้อหุ้น OR ขั้นต่ำ 300 หุ้น ที่ราคาเสนอขาย 18 บาทต่อหุ้น จำนวนเงิน 5,400 บาทต่อคน รวมเป็นมูลค่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่ารองรับคนที่มาจองซื้อได้มากถึง 1.8 ล้านคน แสดงว่าจะกระจายให้นักลงทุนรายย่อยได้ทั่วถึง” นายพงศ์ศักดิ์กล่าว

ในส่วนการกำหนดราคาใช้วิธี Book Building คือการสำรวจความต้องการของผู้ซื้อ มีการทำดีมานด์ซัพพลาย เพราะฉะนั้นผ่านกระบวนการดีมานด์ซัพพลายมาอย่างดี และการจัดสรรดูหุ้นเสนอขาย 2,610 ล้านหุ้น มีสัดส่วนนักลงทุนสถาบันจองซื้อ 65-70% และกันไว้ให้ผู้ถือหุ้น ปตท.จอง 300 ล้านหุ้น (ในนั้นบางส่วนจะเป็นนักลงทุนสถาบันด้วย) และจัดสรรให้นักลงทุนรายย่อย 30-35% ซึ่งถือว่าเหมือนกับดีลใหญ่ๆ ในอดีต เพราะต้องการปรับสัดส่วนให้เหมาะสม

อย่างไรก็ตามหากมีผู้จองซื้อมากกว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขาย 2,610 ล้านหุ้น บริษัทอาจพิจารณานำหุ้นกรีนชูมาจัดสรรให้ผู้จองซื้อรายใหญ่และรายย่อยอีกจำนวนไม่เกิน 390 ล้านหุ้น ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่าผู้จองซื้อกับชื่อเจ้าของพอร์ตหลักทรัพย์จะต้องเป็นคนเดียวกัน (จองแล้วเอาเข้าพอร์ตคนอื่นไม่ได้) และแม้ว่าจะจองคนเดียวหลายธนาคารแต่ยอดสุดท้ายจะรวมเข้ามาเหมือนจองแบงก์เดียว โดยสัดส่วนการขายหุ้นไอพีโอครั้งนี้จะขายให้ต่างชาติสัดส่วน 17% และนักลงทุนในไทยกว่า 83%

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ