เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐจะขึ้นต่อหรือไม่

04 มี.ค. 2564 | 06:42น.
ค่าใช้จ่าย-ดอลลาร์-ค่าฟี-ค่าธรรมเนียม

ค่าใช้จ่าย-ดอลลาร์-ค่าฟี-ค่าธรรมเนียม

คอลัมน์ นั่งคุยกับห้องค้า

พีรพรรณ สุวรรณรัตน์, กอบสิทธิ์ ศิลปชัย
ธนาคารกสิกรไทย

เมื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในตลาดการเงินไม่ใช่เพียงตัวเลขในปีปฏิทินเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความรู้สึกของนักลงทุนด้วย ความหวาดหวั่นต่อการระบาดของโควิด-19 เริ่มกลายเป็นความคาดหวังต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

นักลงทุนเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นและเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐออกมา จนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ อายุ 10 ปี และ 30 ปีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนวิกฤตโควิด-19 แล้ว แต่ในระยะต่อไป เราประเมินว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นที่ผ่านมา

หลักฐานสำคัญที่สะท้อนว่า โอกาสที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะสูงขึ้นต่อมีน้อยลง นั่นคือ ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดยังมีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง ห้องค้ากสิกรไทยประเมินว่า ไม่เห็นการลดวงเงินการซื้อสินทรัพย์ หรือการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐไม่เข้าใกล้ภาวะปกติเลย

ทั้งอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ประเมินจากค่าใช้จ่าย (core PCE inflation) ยังต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายที่ 2% อยู่มาก โดยเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 1.4% YOY ในปีที่ผ่านมา

อีกทั้งตลาดแรงงานยังเปราะบาง ชาวอเมริกันที่ว่างงานจากวิกฤตโควิด-19 ยังมีมากเกือบ 3.9 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่าระดับปริญญาด้วย ทำให้สภาพคล่องในการตลาดการเงินยังสูง และกดดันอัตราผลตอบแทนอยู่

นอกจากนี้ ปัจจัยที่สนับสนุนให้นักลงทุนเปิดรับความเสี่ยงในช่วงนี้ คือ ความคาดหวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐมูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผลบังคับใช้

ประกอบกับการเร่งรัดฉีดวัคซีน ที่แม้ว่าจะเริ่มเห็นจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ลดลง แต่ยังมีความเสี่ยงในด้านประสิทธิภาพของวัคซีนต่อเชื้อกลายพันธุ์ และการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ดังนั้น หากสถานการณ์เป็นไปตามที่นักลงทุนคาดหวัง อาจไม่ได้ทำให้นักลงทุนตอบรับข่าวดีมากเท่ากับช่วงที่ผ่านมา

แต่ในทางกลับกัน หากมีปัจจัยลบสู่ตลาด มีโอกาสที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะปรับตัวลดลงได้มากเช่นกัน

ดังนั้น ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 5 ปี และ 30 ปีที่กว้างขึ้นจนเท่ากับช่วงปี 2017 (ดูรูป) จึงถือเป็นสัญญาณเสี่ยง เมื่อในเวลานี้ เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0-0.25% และยังขยายงบดุลด้วยการซื้อสินทรัพย์ สวนทางกับช่วงปี 2017 ที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมาสูงสุดที่ 2.25-2.50% และเริ่มลดขนาดงบดุลลงด้วย

อย่างไรก็ตาม การรับมือของทางการต่อการระบาดของไวรัสและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมในปีนี้มีแนวโน้มที่ดีกว่าปีก่อน ทำให้เราประเมินว่าในปีนี้จะเป็นปีแห่งการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ และยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าเศรษฐกิจจะกลับสู่ภาวะปกติ

โดยประเมินว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 2 ปีจะยังคงอยู่ในระดับต่ำใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.25% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันเพียงไม่มาก โดยอยู่ที่ 1.40% ในช่วงสิ้นปีนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พันธบัตร