บทวิเคราะห์ ราคาทองคำวันนี้ (11 มี.ค.) โดย YLG Bullion
บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำประจำวันที่ 11 มีนาคม 2564

สรุป ราคาทองคำวานนี้ทะยานขึ้นต่ออีก 11.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบในช่วงตลาดเอเชียและในช่วงต้นของตลาดยุโรป ก่อนที่จะพุ่งขึ้นทันทีที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ดีดตัวขึ้น 0.4% ในเดือน ก.พ.สอดคล้องกับคาดการณ์ แต่หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน พบว่าดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือน ก.พ. ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือน ก.พ. สะท้อนว่าตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐนั้นขยายตัวเพียงเล็กน้อย
สถานการณ์ดังกล่าวกดดันดัชนีดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง 0.18% สู่ระดับ 91.79 พร้อมกันนี้ยังกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีให้ปรับตัวลงสู่ระดับ 1.521% ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยอีกด้วย
ปัจจัยที่กล่าวมาหนุนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นปิดตลาดไม่ไกลจากระดับสูงสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,726.72 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของราคายังอยู่ในกรอบจำกัด เนื่องจากกองทุน SPDR ยังคงถือครองทองลดลงต่อเนื่อง โดยวานนี้ลดการถือครองทองคำลงอีก -1.75 ตัน ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮที่เหนือระดับ 32,000 จุดเมื่อคืนนี้ขานรับการที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์และจะส่งร่างกฎหมายดังกล่าวไปยังประธานาธิบดีไบเดน เพื่อลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายในวันศุกร์นี้ ปัจจัยดังกล่าวบั่นทอนแรงซื้อทองคำบางส่วน
สำหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมถึงการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์และ JOLTS Job Openings ของสหรัฐ
คำแนะนำ หากราคายืนเหนือ 1,713-1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เปิดสถานะซื้อเพื่อลงทุนระยะสั้น(ตัดขาดทุนหากหลุด 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์) แต่หากราคาทองคำดีดตัวขึ้นยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,729-1,735 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจพิจารณาทยอยปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไร