ธปท.เผยเศรษฐกิจเดือนกุมภาพันธ์กลับมาฟื้นตัวรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยเปิด อานิสงส์มาตรการรัฐหนุนการบริโภคขยายตัวบวก 3.4% จากเดือนหน้าหดตัว -3.6% คาดแรงส่งยังมีต่อไตรมาส 2 ส่วนการส่งออกโตสูง 7% พร้อมเกาะติดตลาดแรงงาน หลังตัวเลขขอรับสิทธิว่างงานผงกหัวขึ้น ประเมินจีดีพีไตรมาสแรกติดลบก่อนเป็นบวกในไตรมาส 2
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนายการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากเดือนมกราคมที่บางกิจกรรมสะดุด อย่างไรก็ดี คาดว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ยังคงมีอัตราการติดลบเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทียบกับไตรมาสที่ 4 ปี 2563 ขณะที่ทิศทางไตรมาสที่ 2 น่าจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้

อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศหดตัวสูงต่อเนื่องจากระยะเดียวกันปีก่อน จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศของไทยที่ยังมีอยู่ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าไทยยังมี
ไม่มาก โดยธปท.ยังคงตัวเลขอยู่ที่ 3 ล้านราย และจะเริ่มเห็นนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ในช่วงไตรมาสที่ 4
ทั้งนี้ เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจในเดือนกุมภาพันธ์ที่ฟื้นตัวได้ดี จะเป็นการบริโภคภาคเอกชนที่ฟื้นตัวทุกหมวดการใช้จ่ายจากกิจกรรมการที่ปรับดีขึ้นและแรงสนับสนุนจากมาตรการรัฐ โดยเฉพาะมาตรการเราชนะที่มีการเบิกจ่ายค่อนข้างเยอะ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นที่กลับมาดีขึ้น ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนกลับมาขยายตัวเป็นบวก 3.4% เมื่อเดือนมกราคมที่หดตัว -3.6% สะท้อนผ่านยอดขายในร้านค้าโมเดิร์นเทรด และร้านค้าธงฟ้า
“มาตรการภาครัฐที่ออกมา เช่น มาตรการเราชนะมีบทบาทค่อนข้างมาก ซึ่งกระตุ้นการบริโภคโดยตรง และสามารถกระจายไปยังกระเป๋าเงินของประชาชนค่อนข้างดี มองว่ายังมีแรงส่งต่อไปยังไตรมาสที่ และไตรมาส 2 ได้ ส่วนไตรมาสที่ 3 และ 4 จะต้องรอดูเรื่องการเปิดประเทศจะเป็นไปตามแผนที่ประเมินไว้ได้หรือไม่ หากแผนมีอะไรสะดุดมาตรการภาครัฐจะต้องเข้ามาหนุน”
เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนกลับมาเติบโตเพิ่มขึ้นตามการนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ดีขึ้น โดยในเดือนกุมภาพันธ์มีอัตราการเติบโต 0.8% เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้าหดตัว -0.6% หากเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนขยายตัวสูงถึง 7% ขณะที่การลงทุนภาครัฐก็เข้ามามีบทบาทกระตุ้นเศรษฐกิจค่อนข้างมาก โดยการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวทั้งรายจ่างประจำและรายจ่ายลงทุน
ส่วนการส่งออก จะพบว่าทรงตัว โดยหากรวมทองคำจะเห็นการหดตัวเล็กน้อยอยู่ที่ -0.2% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ -0.3% อย่างไรก็ดี หากดมูลค่าการส่งออก (ไม่รวมทองคำ) พบว่าขยายตัวค่อนข้างสูง 7% โดยขยายตัวตามอุปสงค์ของคู่ค้าที่ฟื้นตัวดีขึ้น รวมถึงหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าขยายตัวสูงที่ 23.9% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่หดตัว 6.9% โดยเป็นการขยายตัวสูงในทุกหมวด
การผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวน้อยลงอยู่ที่ -1.1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการผลิตหมวดชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับหมวดยานยนต์กลับมาขยายตัวจากผลของฐานต่ำในปีก่อน
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้น ตามอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงในทุกหมวดหลัก โดยเป็นผลจากมาตรการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาเพื่อบรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชนเป็นสำคัญ ด้านตลาดแรงงานยังคงเปราะบาง สะท้อนจากสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานใหม่ในระบบประกันสังคมต่อผู้ประกันตนทั้งหมดที่ยังเพิ่มขึ้น สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลมากขึ้นกว่าเดือนก่อน
ส่วนทิศทางค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์ในสหรัฐฯ ที่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อ ทำให้เงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่า อย่างไรก็ดี จะเห็นว่าค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับคู่เทียบ ส่วนหนึ่งมาจากการจ่ายเงินปันผล
“ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์ฟื้นตัวแล้ว แต่ยังไม่ทั่วถึง โดยยังมีประเด็นที่ต้องติดตามอยู่ คือ ตลาดแรงงานที่ยังคเปราะบาง โดยตัวเลขผู้ขอรับสิทธิว่างงานใหม่ผงกหัวขึ้นจาก 71,592 ราย ในเดือนมกราคม เป็น 89,380 รายในเดือนนี้ และความต่อเนื่องของการเติบโตของเศรษฐกิจ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและต่างประเทศ”