จับตาจีดีพี Q1/64 หนุนเงินบาทขยับแข็งค่า 31.50 บาทต่อดอลลาร์

แฟ้มภาพ

แบงก์ประเมินกรอบค่าเงินบาท 31.10-31.50 บาทต่อดอลลาร์ จับตาสภาพัฒน์ฯ ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 1 คาดติดลบ 3-3.3% เกาะรายงานการประชุมเฟด-ตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปกดดันดอลลาร์อ่อนค่า

วันที่ 16 พฤษภาคม 2564 นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทิศทางเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 17-21 พ.ค. 64) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.15-31.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามข้อมูลการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ในไตรมาส 1 ของไทย ซึ่งธนาคารกรุงศรีอยุธยาคาดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) หดตัว -3.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศรอดูบันทึกการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) เนื่องจากในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดการเงินโลกผันผวนสูงหลังการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย.ของสหรัฐฯ สูงเกินคาดมาก ทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนกังวลว่าเฟดอาจจะปรับนโยบายเร็วกว่าที่เคยประเมินไว้ โดยธนาคารมองว่าการสื่อสารของเฟดกับตลาดจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในระยะถัดไป

“สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศยังต้องจับตาใกล้ชิด การจัดหาและกระจายวัคซีนจะมีผลต่อความเชื่อมั่นและการคาดการณ์จังหวะเวลาเปิดรับนักท่องเที่ยว ขณะที่กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ต่างชาติยังคงขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย แต่ซื้อพันธบัตรสลับกันไป”

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 17-21 พ.ค. 64) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.10-31.50 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยที่ต้องติดตามในประเทศจะเป็นจัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสที่ 1 หากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ประกาศตัวเลขจีดีพีออกมาแย่อาจจะเป็นแฟกเตอร์ให้ตลาดปรับมุมมองว่าตลาดไทยไม่ดี ซึ่งอาจเห็นเงินบาทแกว่งในกรอบ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ได้ โดยธนาคารกรุงไทยคาดว่าจีดีพีไตรมาสที่ 1 จะออกมาหดตัว -3%


นอกจากนี้ จะมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของยุโรป ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์ เช่นตัวเลขยอดค้าปลีกในอังกฤษ หากออกมาดีเกินคาดจะหนุนให้ค่าเงินปอนด์แข็งค่า โดยดอลลาร์จะถูกกดดันให้มีทิศทางอ่อนค่าได้ตามแรงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในยุโรปและอังกฤษได้

“ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าเยอะ เพราะมีแรงเทขายทั้งหุ้นและบอนด์ของนักลงทุน โดยตลาดขายหุ้นสุทธิ 1.3 หมื่นล้านบาท และบอนด์ 817 ล้านบาท ทยอยขายบอนด์ระยะสั้น”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ