น้ำมันดิบร่วงหนักฉุด SET อ่อนตัว คาดแนวรับวันนี้ 1,580 -1,585 จุด
น้ำมันดิบร่วงหนักฉุด SET อ่อนตัว คาดแนวรับวันนี้ 1,580 -1,585 จุด จับตาปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามวันนี้ โดยเฉพาะเรื่องการจัดวัคซีนจาก 3 ผู้ผลิต พร้อมหุ้นเด่นที่น่าติดตาม
วันที่ 7 กรกฎาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี หรือ บล.กรุงศรี คาดดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันนี้ อ่อนตัวลงแนวรับที่ 1,580-1,585 จุด จากแรงกดดันราคาน้ำมันดิบทรุดตัวลงจากความไม่แน่นอนนโยบายการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกพลัส รวมถึงบรรยากาศ (sentiment) ลบตามตลาดหุ้นรอบบ้านหลังดัชนีภาคบริการสหรัฐเดือน พ.ค.อ่อนตัวลง
นอกจากนี้เงินบาทยังอ่อนค่าลง รวมถึงการเคลื่อนย้ายเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติที่ผันผวน (Fund flow) และยอดผู้ติดเชื้อ Covid-19 ในประเทศระดับสูงยังคงกดดันต่อดัชนี
สำหรับปัจจัยวันนี้ต้องติดตามเรื่องการจัดซื้อวัคซีนหลังวานนี้ (6 ก.ค.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้จัดซื้อวัคซีนป้องกันไวรัส Covid-19 จาก 3 ผู้ผลิต ประกอบด้วยวัคซีนป้องกัน Covid-19 ของ ซิโนแวค 10.9 ล้านโดส, ไฟเซอร์ 20 ล้านโดส และวัคซีนทางเลือกจากโมเดอร์นาอีกประมาณ 5-9 ล้านโดส นับเป็นข่าวดีต่อแผนเปิดประเทศของไทย และเป็นบวกกับหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว
ด้านกระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอลแถลงว่า วัคซีนป้องกัน Covid-19 ของไฟเซอร์มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อโควิดลดลงเหลือ 64% ในการใช้งานจริงเทียบกับ 95% ในการทดลองทางคลินิก สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่อิสราเอลมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 501 ราย สูงสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค.โดย 42% เป็นผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน Covid-19 มาแล้ว
ส่วนราคาน้ำมันดิบร่วงแรงหลัง OPEC+ meeting หรือ การประชุมกลุ่มโอเปกพลัส ยังไม่ได้ข้อสรุป ราคาน้ำมันดิบ WTI พลิกปิดลบ 1.79 ดอลลาร์ (-2.4%) ปิดที่ 73.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กังวลความขัดแย้งใน OPEC จะทำให้เสถียรภาพของกลุ่มสั่นคลอนกระทบต่อการควบคุมการผลิตในอนาคต นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น
ทั้งนี้ บล.กรุงศรีแนะนำหุ้นน่าจับตาวันนี้ ได้แก่
ASIAN หรือ บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 16.6 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมาย จากการสำรวจความเห็นของโบรก (IAA Consensus) ราคาที่ 18.9 บาทต่อหุ้น ได้บรรยากาศ (Sentiment) บวกจากเงินบาทอ่อนค่า ด้านผลกำไร 2Q21 คาดเติบโตเทียบไตรมาสเดียวกันปีก่อน (qoq) และเทียบปีก่อน (yoy) ตามปริมาณการส่งออกที่สูงขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่มาร์จิ้นสูง
และอีกตัวคือ EPG หรือ บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 12.1 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาที่ 16 บาทต่อหุ้น คาดกำไรสุทธิของ EPG ในไตรมาส 1 ปี 2565 (เม.ย.- มิ.ย.) จะเติบโตดี 5-10% เทียบไตรมาสเดียวกันปีก่อน (qoq) และเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดจากปีที่ผ่านมา (ฐานต่ำ) และ ยังมี Upside ในเรื่องของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่สูงขึ้นหลังราคาปิโตรฯ ซึ่งเป็นวัตถุดิบเริ่มลดลงและยังมี Upside ฝั่งรายได้จากการเปิดเมือง