เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
Finance อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
Politics นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
นายกฯ ย้ำทูต-องค์การระหว่างประเทศ ไทยพร้อมร่วมมือทุกมิติ พร้อมมอบเงินช่วยเนปาล
Politics นายกฯ ย้ำทูต-องค์การระหว่างประเทศ ไทยพร้อมร่วมมือทุกมิติ พร้อมมอบเงินช่วยเนปาล
ธปท. ลั่นภาคการเงินต้องไม่เป็นเครื่องมือ ‘ทุนเทา’ ยกมาตรการเข้ม ผนึกธนาคาร-นอนแบงก์ ประกาศจุดยืน 10 ก.ย.นี้
Finance ธปท. ลั่นภาคการเงินต้องไม่เป็นเครื่องมือ ‘ทุนเทา’ ยกมาตรการเข้ม ผนึกธนาคาร-นอนแบงก์ ประกาศจุดยืน 10 ก.ย.นี้
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อเนื่อง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อเนื่อง
Summit Lenso ผลิตชิ้นส่วน ต่อยอดธุรกิจอากาศยาน
Automotive Summit Lenso ผลิตชิ้นส่วน ต่อยอดธุรกิจอากาศยาน
SET วันนี้แกว่งขึ้น ลุ้น 1,590 จุด ชู BDMS-TU หุ้นเด่น จับตา NFP สหรัฐ
Finance SET วันนี้แกว่งขึ้น ลุ้น 1,590 จุด ชู BDMS-TU หุ้นเด่น จับตา NFP สหรัฐ
ดูทั้งหมด

ไทยประกันชีวิต จับตลาดขายกรมธรรม์ที่ 2 ลูกค้าเก่าใหม่-เคลมโควิดแล้ว 899 ล้าน

08 มี.ค. 2565 | 17:40น.
ไทยประกันชีวิต

ไทยประกันชีวิตตั้งเป้าปี 2565 จับตลาดขายกรมธรรม์ที่ 2 ลูกค้าเก่าใหม่ โฟกัสกลุ่มครอบครัว-ระดับบน-คนวัยทำงาน ปั้นเบี้ยรับปีแรกโตเกิน 10,270 ล้านบาทจ ากปี 2564 เผยข้อมูลสิ้นปีก่อนจ่ายเคลมโควิดแล้ว 899 ล้านบาท

วันที่ 8 มีนาคม 2565 นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ Thai Life Insurance: TLI เปิดเผยว่า ในปี 2565 บริษัทได้กำหนดเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับปีแรกเพิ่มขึ้น โดยเน้นการขยายตลาดทั้งกลุ่มลูกค้าเก่าผ่านการขายกรมธรรม์ที่ 2 หรือ Second Policy รวมถึงการขายแบบทั้งครอบครัวและกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เน้นการขยายตลาดไปสู่ลูกค้าระดับบน หรือกลุ่ม High Net Worth และกลุ่มคนวัยทำงาน

โดยกำหนดเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับจากผลิตภัณฑ์ประเภทคุ้มครองชีวิตเติบโต รวมถึงเน้นการขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน ผลิตภัณฑ์ประเภทออมทรัพย์ที่มีส่วนร่วมในเงินปันผล หรือ Participating Product (PAR-Product) และสัญญาเพิ่มเติมประเภทต่างๆ

“บริษัทมุ่งพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจในทุกด้าน ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล หรือ Personalization ในทุกช่วงของชีวิต (Life Stage) ทุกจังหวะชีวิต (Life Event) และทุกการใช้ชีวิต (Lifestyle) การพัฒนาบริการที่มากกว่าการประกันชีวิต รวมถึงการพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายต่าง ๆ อาทิ การ Upskill – Reskill ให้กับตัวแทนประกันชีวิต ผสานกับการปรับปรุงกระบวนการทำงานแบบครบวงจรด้วยระบบดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการ จนถึงการปิดการขาย การออกกรมธรรม์ และการชำระเงิน ซึ่งเป็นกระบวนการทำงานแบบ End-to-End” นายไชยกล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทส่งเสริมให้บุคลากรฝ่ายขายใช้ Digital Tools เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้กลุ่มแอปพลิเคชั่น MDA Plus ซึ่งจะเป็นกลุ่มแอปพลิเคชั่นที่สนับสนุนการทำงานของตัวแทนประกันชีวิต ทั้งการขาย การรีครูตทีมงาน การบริการลูกค้า และการบริหารทีมงาน หรือการสนับสนุนให้ผู้เอาประกันภัยใช้แอปพลิเคชั่น ไทยประกันชีวิต ซึ่งนอกเหนือจากการดูข้อมูลแบบประกันที่ซื้อไว้ และทำธุรกรรมต่างๆ แล้ว

บริษัทวางแผนที่จะพัฒนาการจัดทำแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านไลฟ์สไตล์ที่เป็นประโยชน์ตามความสนใจของลูกค้า (Interest-based Platform) เพื่อให้แบรนด์ไทยประกันชีวิตได้รับความไว้วางใจจากผู้เอาประกันภัย

สำหรับผลประกอบการในปี 2564 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรก 10,270.65 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับปีต่อไป 72,747.72 ล้านบาท อัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์อยู่ที่ 88.6% เบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียว 7,430.64 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยรับรวม 90,451.49 ล้านบาท

“จากข้อมูลเบี้ยประกันภัยรับใหม่ของบริษัท พบว่ากลุ่มสินค้าที่มีเบี้ยประกันภัยรับใหม่สูงสุดในปี 2564 คือ ประกันชีวิตประเภทสะสมทรัพย์ ซึ่งมีสัดส่วน 55.1% ของเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปีทั้งหมด ขณะที่สัญญาเพิ่มเติม ประกันชีวิตประเภทตลอดชีพ และประกันชีวิตประเภทควบการลงทุนมีสัดส่วน 13.6%,  12.3% และ 7.3% ของเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปีทั้งหมดตามลำดับ

อย่างไรก็ดี พบว่าประกันชีวิตประเภทควบการลงทุน และสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ มีอัตราการเติบโตของเบี้ยเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2563 ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่เริ่มมองหาทางเลือกในการออมเงิน การลงทุนในรูปแบบอื่น เพื่อกระจายความเสี่ยง รวมถึงการมองหาหลักประกันด้านสุขภาพและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล” นายไชยกล่าว

นายไชยกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ว่าในปี 2564 ธุรกิจประกันวินาศภัยบางส่วนจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทไม่มีผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยในรูปแบบ “เจอ จ่าย จบ”(1)

จึงส่งผลให้ค่าสินไหมทดแทนส่วนใหญ่เป็นการให้ความคุ้มครองตามสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ โดยการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 โดยทั่วไปมาจากลูกค้าซึ่งซื้อสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพและสัญญาเพิ่มเติมชดเชยรายได้ระหว่างเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล

อย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นของจำนวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนถูกหักกลบด้วยการลดลงของการเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลในกรณีอื่น เนื่องจากประชาชนหลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาลในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ อัตราส่วนการสูญเสีย (Loss Ratio) ที่เกี่ยวข้องกับค่ารักษาพยาบาลยังลดลงจาก 5.8% ในปี 2562 เป็น 5.1% ในปี 2564

โดยสำหรับปี 2563 และปี 2564 การจ่ายเงินผลประโยชน์และค่าใช้จ่ายในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 มีจำนวน 1.6 ล้านบาท และ 899.6 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 0.04% และ 19.47% ของการเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลโดยรวมและค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาดังกล่าวตามลำดับ

ทั้งนี้ สถานะทางการเงินของบริษัทยังคงมีความมั่นคง โดยมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio: CAR) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 อยู่ที่ 355.22% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายไชยกล่าวว่า ไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานความมั่นคง การบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบรัดกุม การกำกับดูแลกิจการที่ดี และการพัฒนาประสิทธภาพการทำงานพร้อมรับทุกความเปลี่ยนแปลง รวมถึงมุ่งเสริมสร้างสังคมไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืนด้วยการดำเนินกิจกรรมที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ตามเป้าหมายการพัฒนาสู่ความยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs)

หมายเหตุ:

(1) ผลิตภัณฑ์ประเภท “เจอ จ่าย จบ” หมายถึง ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่ผู้เอาประกันจะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินก้อน (Lump Sum) ตามวงเงินที่ได้ทำประกันไว้ หากตรวจพบโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เสนอขายโดยบริษัทประกันวินาศภัย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19 ไทยประกันชีวิต