หุ้นไทยลุ้นทดสอบ 1,700 จุด รับเจรจา รัสเซีย-ยูเครน คืบ-คลังเลื่อนเก็บภาษีหุ้น

หุ้น

บล.ฟิลลิป ประเมินตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีแนวโน้มแกว่งตัวออกข้างในกรอบ 1,685-1,700 จุด ลุ้นทดสอบแนวต้านใหญ่ 1,700 จุด รับเจรจา “รัสเซีย-ยูเครน” คืบหน้า-คลังพับแผนเก็บภาษีซื้อขายหุ้น ฟาก “น้ำมัน-ทองคำ” ดิ่งแรง จับตาประชุม กนง.วันนี้คาดคงดอกเบี้ย 0.50% แนะนำซื้อหุ้นเด่นวันนี้ “BBL-GULF”

วันที่ 30 มีนาคม 2565 บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า คาดดัชนี SET Index เช้านี้มีโอกาสแกว่งตัวอิงทางขึ้นทดสอบแนวต้านใหญ่บริเวณ 1,700 จุด ในกรอบระหว่าง 1,685-1,700 จุด จาก 1.ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ในเบื้องต้นรัสเซียยอมลดข้อเรียกร้องเหลือเพียงไม่ให้ยูเครนเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับ NATO แต่สามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรปได้

และพร้อมลดปฏิบัติการทางทหารและถอนทหารออกจากกรุงเคียฟ หากมีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งต้องรอลุ้นว่าจะมีการเจรจาสุดยอดผู้นำระหว่างประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียหรือไม่

แต่จากความคืบหน้าเชิงบวกดังกล่าวทำให้ราคาทองคำใกล้หลุด 1,900 ดอลลาร์ และราคาน้ำมันโลกปรับตัวลงแรงทั้ง WTI และ Brent ใกล้ต่ำกว่า 100 เหรียญต่อบาร์เรล

2.ด้านในประเทศมีปัจจัยบวกเล็กน้อยจากประเด็นกระทรวงการคลังเตรียมเลื่อนเสนอจัดเก็บภาษีซื้อขายหุ้นออกไปก่อน เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงเปราะบางและได้รับผลกระทบจากทั้งการแพร่ระบาดของโควิดกับประเด็นสงครามรัสเซีย-ยูเครน คาดจะหนุนให้การซื้อขายกลับมาคึกคักมากขึ้นได้

ส่วนการประชุม กนง. ครั้งที่ 2 ในวันนี้ คาดจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามเดิมที่ 0.50% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและลดภาระของผู้ประกอบการในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากทั้งการระบาดของโควิดและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งต้องรอผลสะท้อนจาก GDP ไตรมาส 1/65 ที่จะประกาศในช่วงเดือน พ.ค. 65

หากแต่ยังควรจับตามุมมองเศรษฐกิจไทยจากที่ประชุมดังกล่าว เพราะคาดว่า กนง.จะปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปี’65 เหลือเติบโตได้เพียง 3% ใกล้เคียง Consensus ส่วนใหญ่ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้คาดว่าจะเดินทางเข้าไทยได้น้อยลงกว่าเป้าเดิมที่จำนวน 5.6 ล้านคน ด้วยจีนยังใช้นโยบาย Zero-COVID เข้มงวด ทำให้นักท่องเที่ยวจีนยังไม่สามารถเดินทางออกมา ประกอบกับการปรับเพิ่มกรอบเงินเฟ้อของไทยและส่งสัญญาณทิศทางนโยบายทางการเงินในอนาคตเพื่อรับมือทั้งการขึ้นดอกเบี้ยทั่วโลกและภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรง

นอกจากนี้ยังเป็นวันปิดงวดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าซีรีส์ H22 ช่วงท้ายตลาดจึงจะมีความผันผวนมากกว่าปกติ และอาจเกิดการทำ Window Dressing ขึ้นได้

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำหากดัชนี SET Index ขึ้นไปทดสอบ 1,700 จุด ให้ทยอยทำกำไรบางส่วน โดยธีมเด่นสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น ได้แก่ 1.หุ้นท่องเที่ยวเปิดเมืองขานรับยกเลิก Thailand Pass ได้แก่ AOT, CENTEL, ERW, MINT, CPN, CPALL และ 2.หุ้นรับประโยชน์ราคาน้ำมันปรับตัวลง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานต่ำลง ได้แก่ GULF, BGRIM, GPSC, SCC, SCGP และ 3.หุ้นลุ้น Window Dressing ได้แก่ ADVANC, KBANK, BBL

หุ้นเด่นวันนี้ที่แนะนำซื้อคือ 1.BBL คาดกำไรไตรมาส 1/65 เด่นสุดในกลุ่ม มีกำไร 7,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 25.3% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีความแข็งแกร่งรับความเสี่ยงได้มาก มีความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อขนาดใหญ่ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำ และเป็นธนาคารที่มีสัดส่วนสำรองต่อ NPL สูงที่สุดในกลุ่มถึง 120% ในขณะที่กลุ่มมีสัดส่วนมีค่าเฉลี่ยอยู่เพียง 162%


และถัดมา 2.GULF แผนขยายกำลังผลิตราบรื่น โดยเตรียมเปิดหน่วยผลิตใหม่ GSRC-IPP หน่วยที่ 3 (31 มี.ค. 65) และหน่วยที่ 4 (1 ต.ค. 65) รวมทั้งรับรู้เต็มปีจาก GSRC-IPP หน่วยที่ 1 และ 2 ที่เริ่มผลิตปีก่อน ทำให้กำลังผลิตปีนี้ +21% โดยสัดส่วน IPP (ไม่มีความเสี่ยงต้นทุนพลังงาน) เพิ่มเป็น 65% จากปีก่อน 59% ทำให้กำไร-ไฟฟ้าเติบโตมั่นคง