เปิดประเทศหนุนหุ้นรถไฟฟ้า ‘ชัชชาติเอฟเฟ็กต์’ สะเทือน BTS

BTS BEM

จากนโยบายเปิดประเทศ กลุ่มหุ้นเปิดเมืองเป็นกลุ่มที่น่าจะได้รับอานิสงส์กันถ้วนหน้า อย่างหุ้นรถไฟฟ้าก็จะมีปัจจัยบวกมากขึ้น จากปริมาณผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี หลังจากการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ผ่านพ้นไป “ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ก้าวเข้ามานั่งแท่น “เบอร์ 1 เสาชิงช้า” ทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลผลกระทบ กรณีการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่จะครบอายุสัญญาในปี 2572

ทำให้เห็นผลกระทบต่อหุ้น บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) ที่ปรับตัวลดลง

เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยปิดตลาดปรับตัวร่วงไป 2.78% และ 3.23% ตามลำดับ ในขณะที่หุ้นรถไฟฟ้าอีกตัวอย่าง บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ปิดบวก 2.84% ส่วนหุ้นบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT ปิดบวก 2.80%

มองไปข้างหน้า หุ้น BTS และ BTSGIF อาจจะยังต้องเผชิญความผันผวนจากนโยบายที่ยังไม่ชัดเจน

โดย “มงคล พ่วงเภตรา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) (KTBST) วิเคราะห์ว่า การจะยกเลิกระบบสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวไม่ได้ง่าย เพราะสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะมีหนี้สินระหว่าง กทม. กับ BTS มูลค่าสูงกว่า 38,000 ล้านบาท

“ตอนนี้อาจจะยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้ายว่าจะยกเลิกสัมปทาน เพียงแต่ระยะนี้นักลงทุนกลัวกันไปก่อนว่าจะถูกยกเลิก จนทำให้ BTS เสียหาย จึงสะเทือนต่อราคาหุ้น BTS และ BTSGIF”

“มงคล” ชี้ว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ของทาง กทม. สามารถทำได้ 2 แนวทางด้วยกัน คือ 1.เจรจาต่อสัญญาสัมปทานให้ BTS เพื่อแลกกับหนี้ แต่ก็จะทำให้ค่าบริการที่ประชาชนต้องจ่ายสูงขึ้นตามไปด้วย

หรือ 2.ยกเลิกสัมปทาน โดยรัฐเข้ามาบริหารเอง และว่าจ้าง BTS บริหารงานเดินรถ ซึ่งจะทำให้ค่าบริการที่ประชาชนต้องจ่ายจะถูกลงเพราะถูกควบคุมโดยรัฐ แต่ปัญหาคือรัฐจะหาเงินจากไหนมาชำระหนี้ก้อนโตนี้



ดังนั้นในระยะสั้นช่วงนี้ โมเมนตัมหุ้น BTS และ BTSGIF คงมีแรงขายออกมากดดันราคาอาจจะค่อย ๆ ซึมลง หรือย่อตัวนิ่ง ๆ จึงแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนไปก่อน จนกว่าจะเกิดความชัดเจน โดยเชื่อว่า BTS น่าจะต้องออกมาเคลียร์ประเด็นต่อนักลงทุน

“ในทางกลับกัน อย่าลืมว่าหากยกเลิกสัมปทานจริง แล้วรัฐหาเงินมาจ่ายหนี้คืน BTS ได้ โมเมนตัมต่อราคาหุ้น BTS และ BTSGIF ผมมองว่าจะไม่ได้ย่อตัวลง แต่จะปรับตัวขึ้นมากกว่า เพราะเขาได้เงินก้อนใหญ่มาถือในมือ โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปีนี้ที่ 10.50 บาท” นายมงคลกล่าว

ขณะที่ภาพรวมหุ้นรถไฟฟ้าและทางด่วน “มงคล” กล่าวว่า จะเห็นว่า BEM และ DMT ราคาหุ้นได้ประโยชน์จากการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในเดือน พ.ค. 2565 ถือเป็นเดือนแรกในรอบ 2 ปี ที่มีคนใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดเทอมที่โรงเรียน เปิดเรียน on-site เต็ม 100% ทุกโรงเรียนด้วย

ด้าน “สยาม ติยานนท์” นักวิเคราะห์การลงทุนหลักทรัพย์ กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในไตรมาส 2/2565 ประเมินแนวโน้มกำไรหุ้นรถไฟฟ้าน่าจะปรับตัวดีขึ้น

จากสัญญาณการฟื้นตัวของผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2565 ตามการเปิดเรียนและคนกลับมาทำงานตามปกติมากขึ้น เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ดีขึ้นค่อนข้างมาก

“ประเมินจุดต่ำสุดของผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าผ่านพ้นไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้จะเป็นปีของการฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวจะค่อย ๆ ขยับขึ้นเพราะเด็กเปิดเรียน หลังเดือน เม.ย.ไปแล้ว ส่วนนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นกลุ่มหนึ่งที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า ยังไม่ได้กลับมาเหมือนเดิม คาดปีนี้คงเดินทางมาไทยต่ำกว่าระดับ 10 ล้านคน” นายสยามกล่าว

ทั้งนี้ บล.ฟิลลิปประมาณการกำไรหุ้น BEM ปีนี้ไว้ที่ 2,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 192.87% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากตัวเลขผู้โดยสารที่ฟื้นตัวแรง คาดว่าจะหนุนการทำกำไรกลับมาโตได้ค่อนข้างแรง

ส่วนหุ้น BTS ประเมินกำไรไว้ที่ 3,685 ล้านบาท ลดลง 19.47% เนื่องจากปีที่แล้วมีกำไรพิเศษ ประกอบกับปีนี้งานก่อสร้างจะลดลง เพราะช่วงก่อนหน้านี้รับจ้างทำรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ซึ่งตอนนี้งานเสร็จเกือบหมดแล้ว ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพูจะเปิดทดสอบวิ่งปลายปี 2565 ซึ่งงานก่อสร้างที่ลดลงจะกดดันรายได้ลดลงไปด้วย

“กรณีราคาหุ้น BTS และ BTSGIF ที่ปรับตัวร่วงแรง จากเซนติเมนต์เชิงลบ จากที่ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ มีนโยบายจะไม่ต่ออายุสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้น น่าจะเป็นแค่ปัจจัยระยะสั้น โดยในภาพข้างหน้าอย่าลืมว่า ผู้ว่าฯ กทม.มีวาระแค่ 4 ปี จากนั้นต้องเลือกตั้งใหม่

ซึ่งหากเปลี่ยนผู้ว่าฯใหม่อีก ก็ยังไม่รู้นโยบายจะเปลี่ยนไปอีกหรือไม่ หรือหากคุณชัชชาติอยู่ยาว 2 สมัย และไม่ต่อสัมปทาน รายได้ของ BTS จะยังอยู่ เพราะจะสวิตช์จากรายได้ค่าโดยสารมาเป็นรายได้การรับจ้างเดินรถแทน

แต่ กทม.ต้องหาเงินมาชำระหนี้ค่างาน ค่าก่อสร้าง และค่าวางระบบกว่า 3 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังต้องติดตามด้วยว่า นโยบายค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย จะทำได้จริงหรือไม่ เพราะด้วยตัวต้นทุนทำไม่ได้อยู่แล้ว”

“สยาม” กล่าวว่า ปัจจุบัน บล.ฟิลลิปให้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2565 สำหรับหุ้น BTS ไว้ที่ 12.10 บาท และหุ้น BEM ที่ 10.00 บาท โดยยังแนะนำซื้อทั้ง 2 บริษัท


ทั้งหมดนี้ น่าจะสรุปได้ว่า ภาพของการเปิดประเทศ จะเป็นปัจจัยบวกเข้ามาหนุนหุ้นกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ ส่วนกรณี BTS อาจจะมีความผันผวนระยะสั้น ซึ่งนักลงทุนเองก็ต้องจับตาความชัดเจนด้านนโยบายของผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ