คอลัมน์ : เช็กกระแสหุ้น
ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาเปิดทำการแค่ 4 วัน (30 พ.ค.-2 มิ.ย.) โดย 2 วันแรกปิดตลาดในแดนบวก แต่ 2 วันหลังปิดตลาดในแดนลบ เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยความผันผวน โดยดัชนี SET ล่าสุดอยู่ที่ 1,648 จุด
“กรภัทร วรเชษฐ์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างเหวี่ยงและผันผวนจากความกังวลในเรื่องของการดึงสภาพคล่องออกจากระบบของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐโดยรวมยังแข็งแกร่ง มีทิศทางที่ขยายตัวต่อเนื่อง และภาพของเงินเฟ้อที่สูงขึ้นก็ยังคงกดดันให้เฟดต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด และเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศมีประเด็นทางการเมืองเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วาระแรก ทำให้ภาพตลาดในช่วงสุดสัปดาห์ปรับฐานลงมา
มองไปสัปดาห์ข้างหน้านี้ (6-10 มิ.ย.) “กรภัทร” ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยจะผันผวนเชิงลบและเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด โดยมองกรอบดัชนีมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,640-1,620 จุด และแนวต้านสำคัญให้ไว้ที่ 1,668-1,673 จุด
โดยในสัปดาห์นี้ปัจจัยหลักสำคัญที่ต้องติดตามก็คือ รายงานเงินเฟ้อของสหรัฐในวันที่ 10 มิ.ย. เบื้องต้นตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 8.2% ถ้าออกมาเร่งตัวกว่าที่คาดก็อาจจะส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวนมากขึ้น
สำหรับหุ้นเด่นแนะนำหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล ได้แก่ BDMS, กลุ่มส่งออกแนะนำ KCE, กลุ่มไฟแนนซ์ แนะนำ KTC กับ TIDLOR, กลุ่มบริหารหนี้ แนะนำ JMT และกลุ่มสุดท้ายเป็นหุ้นขนาดกลาง-เล็ก แนะนำ BFIT กับ INSET