ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังจีนประกาศล็อกดาวน์บางส่วนเซี่ยงไฮ้อีกครั้ง
แท่นสูบน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับลด หลังจีนประกาศล็อกดาวน์บางส่วนของเซี่ยงไฮ้อีกครั้ง หลังจากที่เพิ่งผ่อนมาตรการไม่กี่วัน
วันที่ 10 มิถุนายน 2565 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับลด เนื่องจากตลาดกังวลอุปสงค์ชะลอตัว หลังบางส่วนของเซี่ยงไฮ้เริ่มกลับมากำหนดมาตรการล็อกดาวน์อีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยชาวเขตหมินหังได้รับคำสั่งให้อยู่บ้านเป็นเวลาสองวันเพื่อควบคุมความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ และจะดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19 สำหรับประชากรทั้งหมดในเขตหมิงหัง ในวันเสาร์นี้
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 9 มิ.ย. อยู่ที่ 121.51 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.60 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 123.07 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.51 เหรียญสหรัฐ
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานกำลังการผลิตของโรงกลั่นในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 354,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 16.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ ม.ค. 63 โดยกำลังการผลิตโดยรวมของโรงกลั่นในสหรัฐอยู่ที่ระดับ 94.2% จากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินของสหรัฐที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน
กำลังการผลิตของโรงกลั่นทั่วโลกตึงตัว และไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามต้องการ เนื่องจากการคว่ำบาตรน้ำมันของรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงรายใหญ่ของโลก แม้ว่าสหรัฐและประเทศอื่น ๆ จะร่วมกันระบายน้ำมันออกจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) เพื่อช่วยลดความร้อนแรงของราคาน้ำมัน แต่ก็ไม่ได้มีผลกระทบมากนัก เนื่องจากการผลิตน้ำมันดิบทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นช้ามาก
ราคาน้ำมันเบนซิน
ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐปรับลดลง 800,000 บาร์เรล สู่ระดับ 218.2 ล้านบาร์เรล รวมไปถึงความต้องการใช้น้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค โดยเฉพาะจีนและศรีลังกา
ราคาน้ำมันดีเซล
ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ ได้รับแรงกดดันจากการส่งออกน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นของญี่ปุ่นและไต้หวัน อีกทั้งน้ำมันดีเซลคงคลังสหรัฐที่ปรับเพิ่มขึ้น 2.6 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 109 ล้านบาร์เรล
