เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

“รีท-พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์” กองไหนเด่น หลังกำไรฟื้น

13 มิ.ย. 2565 | 07:01น.
หุ้น-ดัชนีหุ้น

พาส่องความน่าสนใจ “กองรีท-พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์” ปีนี้  กลุ่มไหนฟื้นเร็ว กลุ่มไหนฟื้นช้าสุด พร้อมมุมมองการลงทุนในกองรีทเป็นที่พักเงินช่วงตลาดผันผวน กับ “ณัชพล โรจนโรวรรณ”                นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์  กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

วันที่ 13 มิถุนายน 2565  ในช่วงโควิดกลุ่มกองรีท-พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนักจากการล็อกดาวน์และปิดประเทศ  ทำให้หลายบริษัทมีการขาดทุนและถึงขั้นต้องงดจ่ายปันผล  ขณะที่ในปีนี้หลังจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณทยอยกลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น

และผลประกอบการหรือกำไรของหุ้นกลุ่มนี้ที่มีทิศทางที่ดี ภาพรวมในครึ่งหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป  กลุ่มไหนจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่นและน่าสนใจที่สุด  วันนี้ร่วมพูดคุยกับ “ณัชพล โรจนโรวรรณ”  นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์  กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มานำเสนอ

Q : กองรีท-พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ค่อนข้างมาก ดูผลประกอบการกำไรในไตรมาสแรก เห็นการฟื้นตัวอย่างไร กลุ่มไหนฟื้นเร็วสุด กลุ่มไหนฟื้นช้าสุด

“ณัชพล โรจนโรวรรณ” กล่าวว่า ก่อนอื่นจะอธิบายอย่างนี้ก่อนว่า ของหลักทรัพย์กสิกรไทย เราไม่ได้ดูกองรีทหรือพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ ทุกตัวที่มีอยู่ในตลาด ก็จะมีอยู่กลุ่มหนึ่งสักประมาณ 20 ตัว  ฉะนั้นอันนี้ผมพูดวันนี้ผมก็จะพูดจากฐาน 20 ตัวที่ผมดูอยู่  อีกส่วนหนึ่งก็คือเวลาดูกำไรของผมจะดูเป็น  Core  Profit ก็คือกำไรปกติ ไม่ได้ดูเป็น Net  Profit  เพราะ Net  Profit จะมีรายการที่มันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับการดำเนินงาน

ในของไตรมาส 1 ถ้าเอาภาพรวมของทั้งกลุ่มที่ผมดู มันก็มีทิศทางที่ดูดีขึ้น QOQ ก็คือถ้าเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564  มาเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565  มันก็ดูดีขึ้นสักประมาณ 5-6%  ถ้าเอากำไรโดยรวมของทั้งกลุ่มไปเทียบแบบ YOY ก็คือไปเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564  ก็ดูแล้วมันจะดีขึ้นกว่าเดิมนิด ๆ แค่ 1.6% เท่านั้นเอง  ฉะนั้นถ้าเราเทียบ YOY จะดูไม่ค่อยฟื้นตัวขึ้นเท่าไหร่นัก

“ผมก็เชื่อว่าไตรมาส 2 ไตรมาส 3 และไตรมาส 4  มันก็น่าจะมีแนวโน้มทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ว่าในรายละเอียดตัวพวกกองรีท พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์หรืออินฟราฟันด์ ที่ผมดูก็ตามแต่ละกลุ่มมันมีสินทรัพย์อ้างอิงที่เป็นคนละรูปแบบกัน   ซึ่งแต่ละตัวมันก็จะมีการฟื้นตัวที่แตกต่างกันออกไป” นายณัชพล กล่าว

เอากลุ่มที่ยังไม่ค่อยได้มีโกรทก่อน  อย่างออฟฟิศหรือตัวพวกโรงงาน-คลังสินค้า ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา 2 กลุ่มนี้ ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ค่อนข้างน้อย  อาจจะโดนด้านของอัตราการเช่า (occupancy rate) บ้างแต่ว่ามันไม่ได้ลดเยอะ  ไม่ได้กระทบเยอะ ฉะนั้นในช่วงการฟื้นตัว เราก็จะเห็นภาพไม่ได้ฟื้นตัวเป็นเปอร์เซ็นต์โกรทที่สูง  ส่วนอีกกลุ่มที่ที่น่าจะฟื้นตัวได้ดีก็จะเป็นกลุ่มที่เราอาจจะเห็นโกรทปีนี้ ที่มันดีกว่าปีที่แล้ว ก็เป็นกลุ่มพวกห้างสรรพสินค้า ปีที่แล้วได้รับผลกระทบกันค่อนข้างหนัก และก็ปัจจุบันก็เชื่อว่ากำลังอยู่ในช่วงการฟื้นตัว

 

Q : ในช่วงครึ่งปีหลังประเมินแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องจากช่วงครึ่งปีแรกอย่างไร  หลังจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น  

“ณัชพล โรจนโรวรรณ” ตอบคำถามนี้ว่า ในการประมาณการของผม ยังไงก็ให้สถานการณ์ต่าง ๆ มันค่อนข้างดีขึ้นไปเรื่อย ๆ อยู่แล้ว  อย่างไตรมาส 1 ที่มันก็ดีขึ้นต่อเนื่อง  โอเคมันอาจจะมีโอมิครอน พอมาไตรมาส 2 ผมคิดว่ามันก็ดีขึ้นกว่าไตรมาส 1  พอมาไตรมาส 3 โรงเรียนเปิดหรืออะไรเปิดแบบเต็มที่แล้ว มันก็จะค่อย ๆ ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป แต่ว่าเรื่องนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผมคิดว่าอาจจะยังมาไม่ได้เยอะมากนัก  อาจจะยังมีตรงนี้ที่ขาดหายไปอยู่

 

Q : สำหรับปีนี้ก็จะมีความกังวลในเรื่องของแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ทิศทางเงินเฟ้อ ประเมินอย่างไรบ้างว่าทั้ง 2 สิ่ง นี้จะกระทบต่อการลงทุนในกองรีทหรือกระทบกองรีทอย่างไร

โดย “ณัชพล โรจนโรวรรณ”  อธิบายว่าจริง ๆ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้นถ้าเอาตามหลักการมันก็จะมีกระทบเรื่องของพวกต้นทุนทางการเงิน ถ้ากองไหนมันมีหนี้เงินก็จะจ่ายดอกเบี้ยอะไรแบบนี้เพิ่มขึ้น  แต่เผอิญพวกกองรีทพวกนี้สัดส่วนหนี้ภายในบริษัทค่อนข้างน้อย โดยเฉลี่ย ๆ คนที่มีหนี้ก็จะมีหนี้อยู่แค่ระดับประมาณ 30% ของมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดเท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าไม่ได้เยอะ

ฉะนั้นผมก็เลยมองว่าอัตราดอกเบี้ยในมุมแรกที่เราพูดถึงอาจจะกระทบไม่เยอะสักเท่าไหร่  อีกมุมหนึ่งมุมที่สองที่ผมจะพูดถึงมันจะเป็นเรื่องของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์)  อย่างปีนี้บอนด์ยีลด์ขึ้นมาค่อนข้างเยอะแล้ว จากต้นปีอยู่ที่ประมาณสัก 1.9%  อันนี้เป็นบอนด์ยีลด์ 10 ปีของไทย ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3%

“ถ้าเราไปดู INDEX ของกลุ่มรีทหรือพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ ก็ปรับตัวลดลงมาเหมือนกัน แต่ดูแล้วปรับตัวลดลงมาไม่เยอะเท่าไหร่ ปรับตัวลดลงมาสักประมาณ 7% ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงวันนี้  แม้ว่าบอนด์ยีลด์จะเป็นทางขาขึ้นแต่ผมมองว่าราคาพวกกองรีทตอนนี้มันต่ำมาก ๆ แล้ว มันไม่น่าจะลงไปมากกว่านี้สักเท่าไหร่แล้ว” นายณัชพล กล่าว

“ณัชพล โรจนโรวรรณ” ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า มันมีประเด็นที่เขาพูดกันหนาหูในตลาดก็คือ เรื่องของประเด็นอัตราเงินเฟ้อในประเทศไทยที่น่าจะสูงขึ้น  อาจจะ 4-5%  หรือเขาบอกว่าไตรมาส 3  อาจจะสูงถึง 7%  ก็ถ้าดูในช่วงนี้ตลาดค่อนข้างอาจจะผันผวนนิดนึง  ผมก็มองว่ากองรีทก็จะเป็น Safe Haven ในการเป็นที่พักเงินให้กับนักลงทุนได้

ถ้าเราซื้อพวกหุ้นในกองรีทอย่างรีทตัวที่ผมแนะนำก็ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่สูงบางตัวอาจจะ 7% หรือ 8-9%  สมมุติซื้อตัวที่ได้ 8% สิ้นปีเราได้อัตราผลตอบแทนมา 8%  มาเทียบกับอัตราเงินเฟ้อที่ 5%  ก็ถือว่าเรายังรวยขึ้นอยู่ เรายังรวยขึ้น 3%  ผมก็เลยมองว่ากลุ่มรีทตอนนี้ก็ถือว่าเหมาะเหมือนกันที่จะเป็นที่พักเงินในกับนักลงทุน

 

Q : สุดท้ายสำหรับคำแนะนำในการซื้อกองรีทตัวที่น่าสนใจ  มีโอกาสเติบโต มีผลประกอบการที่ดี แนะนำตัวไหน

“ในบรรดาตัวที่ผมดูอยู่ พอดีผมดูอยู่แค่ 4 ตัว จะมีตัว ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์อัลไล (ALLY)  , ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNREIT)  , ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (LHSC) และก็กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าโลตัสส์ รีเทล โกรท (LPF) ” นายณัชพล กล่าว

ซึ่งผมจะชอบไปทางตัว ALLY มากที่สุด ไตรมาส 1 ที่เขาประกาศผลประกอบการออกมา เขาก็บอกด้วยว่าส่วนลดค่าเช่าตอนนี้อยู่ที่ 11% ถ้าเทียบกับตัวอื่น ๆ ในกลุ่มถือว่าเป็นส่วนลดค่าเช่าที่น้อยที่สุด  โดยปกติแล้วผมก็จะมีการประมาณการกำไรทั้งปี  ซึ่งตัว ALLY เป็นตัวที่ออกมาดีกว่าที่เราคาด  ก็คือไตรมาสที่ 1  Core  Profit ของเขาคิดเป็นสักประมาณ  30%  ของปีที่แล้วคาดการณ์

ซึ่งจริง ๆ แล้วโดยปกติแต่ละไตรมาส ถ้าเราคาดทั้งปีสมมุติ 100%  แต่ละไตรมาสถ้ามันเท่า ๆ กัน มันควรจะ 25%  แต่ว่าตัวนี้มันทำได้ 30%  ก็ถือว่าดีกว่าที่เราคาดไว้  ฉะนั้นมันมีโอกาสที่อนาคตอาจจะต้องปรับเพิ่มพวกประมาณการอะไรต่าง ๆ ด้วย  สินทรัพย์อ้างอิงของเขา บางคนอาจจะยังไม่รู้ ก็พูดคราว ๆ ก็คือจะเป็นพวกคอมมิวนิตี้ มอลล์ พวก the crystal ,  I’m Park , คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC)  สถานที่ตั้งของเขาส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ที่แถวชานเมือง  จะไปอยู่ใกล้ ๆ พวกหมู่บ้านหรือว่าแหล่งที่อยู่อาศัยซะส่วนใหญ่

“โดยธรรมชาติของพวกคอมมิวนิตี้มอลล์   เขาจะพึ่งพิงคนที่มาเดินห้างที่เป็นคนไทย การที่ปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะมีไม่เยอะสักเท่าไหร่มันจะไม่ได้กระทบกับตัวกองนี้สักเท่าไหร่”

การคาดการณ์ของผมในอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของตัว ALLY  ปีนี้   ผมคาดการณ์ ณ ราคาตลาดปัจจุบันอยู่ที่ประมาณสัก  7.9% ซึ่งก็ถือว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับตัวอื่น