Skip to content

หุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวจาก 1,500 จุด

13 ก.ค. 2565 | 10:39น.
หุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวจาก 1,500 จุด
คอลัมน์ :เติมความคิดพิชิตลงทุน
ผู้เขียน : เอกภาวิน สุนทราภิชาติ บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์

 

สวัสดีครับท่านนักลงทุน SET Index หลุดต่ำกว่า 1,600 จุดอีกครั้ง โดย SET เคลื่อนไหวในทิศทางขาลงตลอดทั้งเดือน มิ.ย. ปัจจัยกดดันมาจากความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงทั่วโลก และการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% โดยมีโอกาสที่ดอกเบี้ยจะขึ้นแรงไปถึงสิ้นปีนี้ ทำให้มีการคาดการณ์ว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะต้องใช้มาตรการควบคุมอัตราเงินเฟ้อควบคู่ไปกับการดูแลเศรษฐกิจ

เนื่องจากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจมีจำกัด ส่งผลให้นโยบายการเงินและการคลังเริ่มตึงตัวขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อบางธุรกิจ

อีกทั้งมาตรการที่ภาครัฐขอความร่วมมือกลุ่มโรงกลั่น-โรงแยกก๊าซ นำส่งกำไรส่วนเกินเพื่อช่วยบรรเทาราคาน้ำมัน ยิ่งทำให้เกิดแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่ ขณะที่หุ้นที่ช่วยหนุนตลาดส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศเป็นหลัก แต่ก็ยังไม่สามารถประคองตลาดโดยรวมได้มากนัก

ด้านแนวโน้มดัชนีในเดือน ก.ค.มองการปรับลงของตลาด แม้ยังมี downside อย่างไรก็ตาม มีแนวรับบริเวณกรอบล่างที่ 1,500-1,520 จุด เป็นจุดที่มีโอกาสฟื้นตัว โดยมองตลาดปรับลง สะท้อนการเร่งขึ้นดอกเบี้ยไปมากแล้ว และราคาน้ำมันที่เริ่มปรับตัวลง ทำให้การมองเงินเฟ้อที่เร่งตัว เริ่มผ่อนคลายลง

ขณะที่การเปิดประเทศ และผ่อนผันข้อจำกัดการเดินทางเข้าประเทศ เป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคการท่องเที่ยว และภาพรวมผลการดำเนินงานใน Q2/65 ของตลาด ยังเติบโตดี เป็นปัจจัยหนุนดัชนีให้มีโอกาสฟื้นตัว ด้านกรอบบนอยู่ที่แนวต้าน 1,630 และ 1,650 จุด ตามลำดับ

ทั้งนี้ ความกังวลภาวะเศรษฐกิจที่จะถดถอย ทำให้นอกจากราคาน้ำมันแล้ว ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ ปรับตัวลง อาทิ ราคาสินค้าประเภทโลหะต่าง ๆ โดยสิ้นเดือน มิ.ย. พบว่า ราคาทองแดงปรับลง 13.3% MOM สู่ 8,240 ดอลลาร์ต่อตัน, ราคาอะลูมิเนียมปรับลง 15.0% MOM สู่ 2,420.5 ดอลลาร์ต่อตัน

ระยะเวลาถัดไปจากนี้คาดราคาสินค้าโลหะต่าง ๆ จะยังอยู่ในทิศทางขาลง หลังความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัวจะกดดันอุปสงค์ ทำให้ผู้ประกอบการลดสินค้าคงคลังและชะลอเข้าซื้อครั้งใหม่

เช่นเดียวกับราคาสินค้าทางการเกษตรส่วนใหญ่ (ยกเว้นเนื้อสัตว์) ปรับตัวลง จากการเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว และเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยังเผยในเวทีประชุมกลุ่ม BRICS ว่า รัสเซียพร้อมส่งออกข้าวสาลี 50 ล้านตัน รวมทั้งพลังงาน ปุ๋ยและสินค้าทางการเกษตรสำคัญอื่น ๆ สู่ตลาดโลก

อย่างไรก็ดี ระยะเวลาถัดจากนี้คาดราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะยังผันผวนต่อเนื่อง เพราะมีความเสี่ยงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดจากปัญหาภัยแล้งเฉียบพลัน ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่เพาะปลูกของยุโรปและสหรัฐ ซึ่งอาจกระทบต่อปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดโลกได้

ส่วนสุดท้าย ด้านกลยุทธ์การลงทุน ยังแนะนำ “selective buy” ซึ่งแม้ตลาดหุ้นจะมีความผันผวน และมีความเสี่ยงในทางลงได้อยู่ อย่างไรก็ตาม การเลือกหุ้นอย่างมีคุณภาพ ยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้ โดยเน้นในหุ้นที่ปลอดภัยที่มีคุณภาพดี และ/หรือ มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้

1) KBANK การจัดตั้ง JK AMC ช่วยเพิ่มความสามารถทำกำไรและสร้างความแข็งแกร่งให้งบดุล ขณะที่ราคาหุ้นคาดได้อานิสงส์บวกต่อเนื่องจากการเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วน valuation น่าสนใจและคาดการณ์กำไรจะฟื้นตัวได้ดีในปี’65

2) BBL ได้ประโยชน์วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น ขณะที่ valuation น่าสนใจ ซื้อขายด้วย PBV 22F ต่ำที่ 0.5x เทียบกับ ROE ที่ 6.3% ทำให้เป็นหุ้น laggard play มองราคาหุ้นยังไม่สะท้อนแนวโน้มกำไรที่เติบโตดีขึ้น

3) BCP หุ้นโรงกลั่น ซึ่งราคาหุ้นปรับตัวลงแรง สะท้อนความกังวลเรื่องรัฐบาลขอความร่วมมือนำกำไรส่วนเกินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯไปแล้ว ส่วน 2Q65 คาดกำไรยังเติบโตเด่น จากราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น

4) CPF 2Q65 คาดกำไรจะดีขึ้น QOQ จากราคาสัตว์บกที่ดีขึ้น และการกลับมาของแรงงานในโรงงานไก่เนื้อในประเทศ ขณะที่ทั้งปี’65 คาดกำไรปกติฟื้นตัวเด่น YOY จากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม รวมทั้งธุรกิจสัตว์บกในไทย และธุรกิจสุกรในเวียดนามที่ดีขึ้น

5) CBG ราคาอะลูมิเนียมกลับมาทิศทางขาลง ลดแรงกดดันด้านต้นทุนบรรจุภัณฑ์ คาดกำไรทำจุดต่ำสุดใน 1H65 และเข้าสู่ขาขึ้นตั้งแต่ 2H65 อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น (คาดราคาอะลูมิเนียมสูงสุดแล้วใน 1Q65) การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และปริมาณการขายตลาดต่างประเทศเติบโต

แล้วพบกันใหม่ในคอลัมน์ฉบับหน้า ด้วยรักและหวังดี

 

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SET Index เฟด