ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวรอเข้าสภา กทม. รับรอง พบกระบวนการจัดส่งเอกสารระหว่างหน่วยงานล่าช้าเป็นเหตุ
วันที่ 19 ตุลาคม 2565 รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งอยู่ระหว่างรอสภากรุงเทพมหานครพิจารณาดังต่อไปนี้
จะต้องแยกการพิจารณาของสภาออกเป็น 2 ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นที่ 1 การพิจารณาอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย 2 แบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จะต้องเข้าที่ประชุมสภา กทม. เนื่องจากการกำหนดค่าโดยสารเกี่ยวข้องกับงบประมาณของ กทม. และเงินชดเชยการขาดทุนจากการจ้างเดินรถ จึงอยากขอความเห็นจากสภา กทม.อย่างเป็นทางการ
ประเด็นที่ 2 ประเด็นการตอบกลับหนังสือจากกระทรวงมหาดไทย ขอความเห็นเกี่ยวกับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต้องได้รับความเห็นจากสภากรุงเทพมหานครอยู่แล้ว
ด้านนายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า การพิจารณาอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้ยึดตามมติสภา กทม.ชุดก่อน ที่ระบุให้ฝ่ายบริหารมีอำนาจพิจารณากำหนดอัตราค่าโดยสาร และเสนอ 3 แนวทาง ได้แก่ การใช้ พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ให้ดำเนินการลักษณะสัมปทาน และส่งคืนโครงการให้แก่รัฐบาล
และทางสภากรุงเทพมหานครได้ขอเอกสารเพิ่มเติมจากฝ่ายบริหาร ก่อนจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภากรุงเทพมหานครต่อไป
ด้านนายวิศณุกล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่าการขอเอกสารเพิ่มเติมของสภากรุงเทพมหานคร ใช้ระยะเวลานานในการจัดส่งเอกสารภายในหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร
รศ.ดร.วิศณุกล่าวถึงการยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองมีคำสั่งให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) จ่ายค่าจ้างเดินรถรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ค้างชำระให้กับ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC)
โดยกรุงเทพมหานครได้ยื่นอุทธรณ์ 3 ประเด็นหลัก ๆ ได้แก่
1.บันทึกมอบหมายส่วนต่อขยาย 2 ระหว่างกรุงเทพมหานคร และกรุงเทพธนาคม ซึ่ง กทม.มีความเห็นว่ายังไม่สมบูรณ์ กทม.จึงไม่ผูกพันในหนี้ดังกล่าว
2.ดอกเบี้ยส่วนต่อขยาย 1 และ 2 ซึ่ง กทม. มีความเห็นว่าไม่ควรที่จะต้องจ่าย เนื่องจากเป็นการทำตามความเห็นของคณะกรรมการตามมาตรา 44
3.ค่าจ้างเดินรถแพงเกินสมควรหรือไม่ โดยจะมีการนำผลการศึกษาจากทางที่ปรึกษาของกรุงเทพธนาคม แนบไปด้วย