ราชทัณฑ์ ตั้งกรรมการสอบ เหตุ ประสิทธิ์ เจียวก๊ก หลบหนีระหว่างขึ้นศาล

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก กรมราชทัณฑ์

กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงกรณี “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง หลบหนีระหว่างขึ้นศาล พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ขีดเส้น 7 วันรู้ผล

วันที่ 22 ธันวาคม 2565 จากกรณีข่าวการหลบหนีระหว่างการขึ้นศาลของ นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงผ่านการลงทุน ขายทัวร์ท่องเที่ยว มูลค่าความเสียหาบรวมกว่า 1 พันล้านบาท และคดีความผิดเกี่ยวข้อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวได้แล้ว ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด มติชนรายงานว่า นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครจากกรณีนี้ว่า ตามที่ศาลอาญาได้มีคำสั่งเบิกตัวนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ไปศาลเพื่อสืบ พยานโจทก์ ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น.นั้น

โดยเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. นายประสิทธิ์ได้พยายามหลบหนีไปจากการควบคุมของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ประจำศาลอาญา โดยได้แจ้งเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมว่า มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย และขออนุญาตเข้าห้องน้ำ เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุม จึงนำตัวนายประสิทธิ์ไปเข้าห้องน้ำสำหรับผู้มาติดต่อราชการที่บริเวณชั้น 9 และยืนเฝ้าอยู่ที่บริเวณหน้าห้องน้ำตลอดเวลา

และในเวลาต่อมา เมื่อนายประสิทธิ์ได้ทำธุระเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมพบว่า นายประสิทธิ์ได้เดินออกจากห้องน้ำมา พร้อมกับเปลี่ยนชุดเป็นชุดไปรเวต (มิใช่ชุดเครื่องผู้ต้องขัง) และถอดกุญแจเท้าออกแล้ว (คาดว่าน่าจะมีการนัดแนะเตรียมการไว้กับบุคคลภายนอก) เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมจึงได้ วิ่งติดตามจับกุมตัวได้ที่บริเวณบันได ชั้น 3 และได้ขอกำลังเสริมจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ประจำศาล

Advertisment

เจ้าพนักงานตำรวจศาล และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำศาล มาช่วยกันควบคุมตัว พร้อมนำตัวกลับมาคุมขังยังห้องควบคุมผู้ต้องขังประจำศาลด้านล่างได้เป็นที่เรียบร้อย ทำให้นายประสิทธิ์ไม่สามารถหลบหนีต่อไปได้ โดยเจ้าหน้าที่ได้รายงานให้ศาลอาญาทราบ และทางศาลอาญาได้แจ้งกองบังคับการปราบปรามเพื่อดำเนินการต่อไป

นายอายุตม์กล่าวเพิ่มเติมว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงและรายละเอียดกรณีดังกล่าว จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และขอให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน โดยมี ผู้อำนวยการกองทัณฑวิทยา เป็นประธานกรรมการ ในการสอบหาข้อเท็จจริงในครั้งนี้ เพื่อดำเนินการวางมาตรการและการป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ผู้ต้องขังหลบหนีเช่นนี้ได้อีก