ราชกิจจาฯประกาศ กรมศิลปากรยก 5 สถานที่ ของการรถไฟฯ เป็นโบราณสถาน

ราชกิจจาฯ ประกาศ 'กรมศิลปากร' ยก 5 สถานที่ของการรถไฟฯ เป็นโบราณสถาน

การรถไฟฯ สุดปลื้ม ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ “กรมศิลปากร” ยกสถานที่ 5 แห่งของการรถไฟฯ ขึ้นเป็น “โบราณสถาน” ในเขตกรุงเทพมหานคร ผู้บริหาร-เจ้าหน้าที่ เดินหน้าร่วมกันอนุรักษ์ จัดกิจกรรมดึงดูดคนไทย/ต่างชาติ ร่วมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ทางรางของไทย สร้างชื่อเสียงให้ดังทั่วโลก

นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ หัวหน้าสำนักงานผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 ได้เผยแพร่ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง รายชื่อโบราณสถานในเขตกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 2 ซึ่งประกาศดังกล่าวมีสถานที่ของการรถไฟฯ ได้รับการประกาศขึ้นเป็นโบราณสถาน จำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย

1.สถานีรถไฟจิตรลดา เป็นสถานีที่สร้างขึ้น สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ในการเสด็จพระราชดำเนินทางรถไฟ และเป็นสถานที่ต้อนรับพระราชอาคันตุกะในบางโอกาส ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของสวนจิตรลดา ถนนสวรรคโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

สถานีรถไฟจิตรลดา
สถานีรถไฟจิตรลดา

2.สะพานพระราม 6 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นสะพานสำคัญที่สุดในเส้นทางสายใต้ เชื่อมระหว่างแขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กับแขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ในเส้นทางรถไฟสายใต้

สะพานพระราม 6
สะพานพระราม 6

3.ตึกแดง (ตึกพัสดุ การรถไฟแห่งประเทศไทย) เป็นชื่อเรียกของ อาคารพัสดุยศเส ตั้งอยู่ติดกับสะพานยศเส ริมคลองผดุงกรุงเกษม สันนิฐานว่าก่อสร้างขึ้นในปี 2453 ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับการสร้างอาคารสถานีกรุงเทพ สร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บพัสดุจากการสร้างอุโมงค์ขุนตาน และการก่อสร้างทางรถไฟสายใต้ ปัจจุบันเป็นสถานที่ทำงานของฝ่าย และสำนักงานของการรถไฟฯ

ตึกแดง
ตึกแดง

4.สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) เป็นสถานีรถไฟหลักของประเทศไทย และเป็นสถานีที่เก่าแก่ที่สุด เริ่มก่อสร้างขึ้นในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2453 สร้างเสร็จ และเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2459 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)
สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)

5.โรงงานมักกะสัน การรถไฟฯ ก่อสร้างเมื่อปี 2450 แล้วเสร็จเปิดกิจการในปี 2453 ในอดีตเคยเป็นโรงงานซ่อมรถไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน และที่นี่เคยมีโรงผลิตไฟฟ้า ที่สามารถจ่ายไฟให้โรงไฟฟ้า ชุมชน และโรงพยาบาลรถไฟ เป็นโรงงานแห่งเดียวของกรมรถไฟ ที่สามารถทำการซ่อม และประกอบรถจักรและรถพ่วงทุกชนิดได้อย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ภายในโรงงานมักกะสัน มีอาคาร 2465 อาคารเก่าแก่ที่ได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น เป็นอาคารดั้งเดิมที่เราใช้ในการซ่อมรถด้วย

โรงงานมักกะสัน
โรงงานมักกะสัน

“การได้รับการประกาศให้สถานที่ 5 แห่งของการรถไฟฯ ขึ้นเป็นโบราณสถาน สร้างความภาคภูมิใจให้กับคณะผู้บริหาร และพนักงานการรถไฟฯ ทุกคนเป็นอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมานายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟฯ มีนโยบายเน้นย้ำเสมอให้พนักงานรถไฟทุกคนร่วมกันดูแล อนุรักษ์ พัฒนา ทำความสะอาดสถานที่เหล่านี้อยู่เสมอ โดยพนักงานทุกคนต่างให้ความร่วมมือปฏิบัติงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้สถานที่ทุกแห่งยังคงเป็นสถานที่ที่มีความสวยงาม ทรงคุณค่า เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ตลอดจนจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้คนไทยทุกคนได้ร่วมร่วมอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ และเห็นถึงความสำคัญ เกิดประโยชน์กับสังคม ประเทศชาติ และเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับโลกต่อไป”

ปัจจุบันทั้ง 5 สถานที่ของการรถไฟฯ ยังคงมีการใช้งานตามปกติ โดยบางแห่ง อาทิ โรงงานมักกะสัน และสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชน และนักท่องเที่ยว ได้เข้าชม เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ของสถานที่แห่งนั้น ๆ รวมถึงระบบการขนส่งทางรางของประเทศไทยด้วย ซึ่งที่ผ่านมาการจัดกิจกรรมค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างดีมีประชาชน และนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก เห็นได้จากงาน Hua Lamphong in Your Eyes, UNFOLDING BANGKOK ที่เนรมิตอาคารสถานีหัวลำโพง ซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มีอายุยาวนานกว่า 107 ปี มาเล่าเรื่องราวย้อนรอยอดีตในรูปแบบใหม่ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง มีผู้เข้าร่วมชมสูงสุดกว่า 3 หมื่นคนต่อวัน


นายเอกรัชกล่าวทิ้งท้ายว่า การรถไฟฯ มีนโยบายเปิดพื้นที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) สำหรับจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมคุณค่าของสถานีหัวลำโพง สร้างประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง และเป็นแลนด์มาร์กจัดกิจกรรมที่สำคัญของประเทศ โดยขณะนี้มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน แสดงความสนใจติดต่อขอใช้พื้นที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ เข้ามาจำนวนมาก ซึ่งการรถไฟฯ อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะคัดเลือกกิจกรรมที่มีศีลธรรมอันดี ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี และไม่กระทบกระเทือนต่อโครงสร้างอาคารเดิม หรือคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในทุกแง่มุม รวมทั้งไม่ให้กระทบกับการเดินทางของผู้โดยสาร เพื่อให้เป็นกิจกรรมที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติต่อไป