สธ.เตือนโควิด-19 ระบาดเพิ่ม หลังเข้า รพ.แล้ว 2.4 หมื่นราย

โควิด 19

สธ.เตือนโควิด-19 มีแนวโน้มระบาดเพิ่ม หลังปัจจุบันมีผู้ป่วย 2.4 หมื่นราย อาการหนักรวม 3,277 ราย

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2566 เริ่มมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่ 20-26 พฤศจิกายน 2566) พบว่ามีรายงานผู้ติดเชื้อโควิดรวม 480 ราย เฉลี่ยวันละ 69 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย

นับเป็นการเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน ๆ เล็กน้อย สอดคล้องกับการคาดการณ์โรคว่าจะมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่มีอาการน้อย และยังคงเป็นสายพันธุ์ Omicron

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร
นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร

ทั้งนี้ ประมาณการจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รักษาในโรงพยาบาล 24,590 ราย ผู้ป่วยอาการหนักรวม 3,277 ราย

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกยังคงแนะนำให้กลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวและเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี เข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น

ย้ำติดตามการระบาดในจีนใกล้ชิด

รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรคย้ำว่า กรมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ข้อมูลว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ทางการจีนได้แจ้งสาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจนั้น

พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยเชื้อก่อโรคทางเดินหายใจที่เคยมีรายงานแล้ว เช่น เชื้อไมโคพลาสมา (Mycoplasma pneumoniae) ไข้หวัดใหญ่ ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ไวรัสอะดีโน (Adenovirus) โดยพบผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็ก และข้อมูลจากการสอบสวนโรคไม่พบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่

ไข้หวัดใหญ่ RSV เริ่มลด

ด้านโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ นั้น นายแพทย์ธงชัยกล่าวต่อไปว่า โรคไข้หวัดใหญ่มีแนวโน้มลดลง (ข้อมูล ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2566) พบผู้ป่วยแล้ว 404,896 ราย เสียชีวิต 26 ราย กลุ่มผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน อายุแรกเกิด-14 ปี


ไปในทิศทางเดียวกับโรคติดเชื้อไวรัส RSV ซึ่งเป็นโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ พบการระบาดลดลงเช่นเดียวกัน