เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Metthier อัพสกิลแม่บ้าน-ระดมทีมดูแล รพ. ชั้นนำ หนุนไทยสู่ ‘Medical Hub’ ของโลก
Biz Movement Metthier อัพสกิลแม่บ้าน-ระดมทีมดูแล รพ. ชั้นนำ หนุนไทยสู่ ‘Medical Hub’ ของโลก
Huawei ปักธง AI Use Case จับมือ ดีอี ดันไทยฮับอาเซียน
Tech Huawei ปักธง AI Use Case จับมือ ดีอี ดันไทยฮับอาเซียน
CEA จับมือ IFPI Thailand เปิดเวทีถกอุตสาหกรรมเพลงยุค AI
Uncategorized CEA จับมือ IFPI Thailand เปิดเวทีถกอุตสาหกรรมเพลงยุค AI
ก.ล.ต. ฟัน ‘บิทคับ ออนไลน์’ พร้อมอดีตกรรมการ 2 ราย กระทำผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
Finance ก.ล.ต. ฟัน ‘บิทคับ ออนไลน์’ พร้อมอดีตกรรมการ 2 ราย กระทำผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,300 บาท
YouTrip เปิดเกมพรีเมี่ยม ส่ง “YouTrip Metal” เจาะนักเดินทางระดับ A-List
Finance YouTrip เปิดเกมพรีเมี่ยม ส่ง “YouTrip Metal” เจาะนักเดินทางระดับ A-List
ซาอุฯ เลื่อนบังคับใช้ Saudi GAP 1 ปี เปิดทางไก่ไทยส่งออกต่อถึงปี 2570
Economic ซาอุฯ เลื่อนบังคับใช้ Saudi GAP 1 ปี เปิดทางไก่ไทยส่งออกต่อถึงปี 2570
โฆษกเกษตรฯ โต้โยง MOU ไทย-จีน เปิดนำเข้าไก่จีน ย้ำคนละเรื่อง ยังไม่อนุมัติคำขอ
Economic โฆษกเกษตรฯ โต้โยง MOU ไทย-จีน เปิดนำเข้าไก่จีน ย้ำคนละเรื่อง ยังไม่อนุมัติคำขอ
Jobsdb เปิด 5 เทรนด์หางานปี’69 เวิร์กฟรอมโฮมยืนหนึ่ง
HR Jobsdb เปิด 5 เทรนด์หางานปี’69 เวิร์กฟรอมโฮมยืนหนึ่ง
ชัชชาติ แจงปมไม่เข้าประชุมสภา กทม. ย้ำให้ความสำคัญ ไม่ขาดเว้นติดภารกิจ
Politics ชัชชาติ แจงปมไม่เข้าประชุมสภา กทม. ย้ำให้ความสำคัญ ไม่ขาดเว้นติดภารกิจ
ดูทั้งหมด

สถาบันวัคซีนชี้แจง “ภาวะลิ่มเลือด” จากวัคซีนโควิด-19

03 พ.ค. 2567 | 08:32น.
ฉีดวัคซีน

สถาบันวัคซีนแห่งชาติชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีการเกิดภาวะลิ่มเลือดร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ จากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ย้ำความเสี่ยงต่ำกว่าการป่วยโควิด-19 หลายเท่า และปัจจุบันไทยไม่มีการฉีดวัคซีนตัวนี้แล้ว

วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เผยแพร่เอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง เรื่องภาวะลิ่มเลือดร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombosis with Thrombocytopenia Syndrome, TTS) ภายหลังการได้รับวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า

โดยระบุว่าสถาบันรับทราบข้อกังวลของประชาชน กรณีบริษัท แอสตร้าเซนเนก้ายอมรับว่าวัคซีนโควิด-19 แบบไวรัสเวกเตอร์ของบริษัทอาจทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ หรือ TTS และขอให้ข้อมูลใน 5 ประเด็นคือ

1.ข้อมูลการพบภาวะ TTS ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่เป็นข้อมูลที่ได้รับจากการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบจากทั่วโลก ตั้งแต่เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 แบบไวรัสเวกเตอร์ของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ในวงกว้าง ซึ่งพบว่าภาวะ TTS พบได้น้อยมาก

โดยข้อมูลจากทั้งสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป รวมถึงทั่วโลกพบว่าการเกิดภาวะ TTS หลังฉีดวัคซีนมีความแตกต่างทางภูมิศาสตร์อย่างมาก โดยมีรายงานน้อยมากที่มาจากประเทศนอกยุโรป

จากข้อมูลของสหราชอาณาจักร (ณ วันที่ 14 มิ.ย. 2564) และสหภาพยุโรปคาดการณ์ว่า ความเสี่ยงในการเกิด TTS ของประชากรในภูมิภาคอยู่ที่ประมาณ 1 ราย ต่อ 100,000 ประชากร ในขณะที่ฐานข้อมูลความปลอดภัยระดับโลกของ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า พบว่าอัตราการรายงาน TTS ต่อประชากร 1,000,000 คน อยู่ระหว่าง 0.2 (ในประเทศแถบเอเชียและบราซิล) ถึง 17.6 (ในกลุ่มประเทศนอร์ดิก)

สำหรับประเทศไทยมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้าทั้งหมด 48,730,984 โดส พบผู้สงสัยหรือยืนยันภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำจำนวน 7 คน

คิดเป็นอัตราการเกิดภาวะ TTS เท่ากับ 0.014 ต่อ 100,000 ประชากร หรือจะพบผู้มีภาวะดังกล่าวได้ 1 คน ในผู้ได้รับวัคซีนจำนวน 10,000,000 คน

2.ภาวะ TTS ที่เกิดขึ้นภายหลังจากการได้รับวัคซีน ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นภายใน 3-21 วันแรกหลังจากที่ได้รับวัคซีน ซึ่งมักพบภายหลังการฉีดวัคซีนเข็มแรกมากกว่าเข็มที่สอง และพบในคนอายุน้อยมากกว่าผู้สูงอายุ

ปัจจุบันยังไม่ทราบปัจจัยเสี่ยงที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ โดยจากการเก็บข้อมูลพบว่าภาวะ TTS มักเกิดในผู้ป่วยที่เคยมีประวัติการเกิดลิ่มเลือดมาก่อน ผู้ป่วยที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง รวมถึงผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำจากระบบภูมิคุ้มกัน

ทั้งนี้ ข้อมูลความเสี่ยงของภาวะดังกล่าวได้ถูกเพิ่มเติมในเอกสารกำกับยาของวัคซีนโควิด-19 ของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า หัวข้อ “คำเตือนพิเศษ และข้อควรระวังในการใช้ยา” ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. 2564 ภายหลังจากที่มีข้อมูลภายหลังการใช้วัคซีนในวงกว้างมากขึ้น

ทำให้หลังจากนั้นสามารถติดตามเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการฉีดวัคซีน และสามารถให้การรักษาภาวะดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม

3.ความเสี่ยงของการเกิดภาวะ TTS ภายหลังจากการป่วยด้วยโควิด-19 สูงกว่าความเสี่ยงที่เกิดจากการได้รับวัคซีนโควิด-19 หลายเท่า

จากการเก็บข้อมูลในอังกฤษ (England) ซึ่งมีประชาชนจำนวน 19,608,008 คน ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ของ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า เป็นโดสแรก กับกลุ่มประชาชนที่มีผลบวกในการตรวจการติดเชื้อ SARS-CoV-2 จำนวน 1,758,095 คน

ในการศึกษาสามารถวิเคราะห์ข้อมูลอัตราเสี่ยงของการเกิดภาวะต่าง ๆ ในช่วง 8-14 วัน หลังได้รับวัคซีน ซึ่งเป็นช่วงที่มีรายงานอุบัติการณ์สูงสุดได้

4.องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกเอกสารคำแนะนำสำหรับการใช้วัคซีนโควิด-19 ของ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. 2564 และได้มีการปรับคำแนะนำอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ เมื่อมีข้อมูลภายหลังการใช้ที่มากขึ้น

โดยมีการปรับปรุงคำแนะนำล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2565 มีใจความสำคัญเกี่ยวกับประเด็นภาวะ TTS ที่เกิดภายหลังการได้รับวัคซีนโควิด-19 ชนิดไวรัสเวกเตอร์ ของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ดังนี้

ในประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ประโยชน์ของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคมีมากกว่าความเสี่ยงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การประเมินประโยชน์และความเสี่ยงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

ทั้งนี้ แต่ละประเทศควรพิจารณาสถานการณ์ทางระบาดวิทยา ความเสี่ยงในระดับบุคคลและประชากร ความพร้อมของวัคซีนชนิดอื่น ๆ และทางเลือกสำหรับการลดความเสี่ยง

ซึ่งจากข้อมูลทั่วโลกพบว่า การรับวัคซีนมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงสูงที่สุดในกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากหากประชากรในกลุ่มนี้ป่วยด้วยโควิด-19 มีโอกาสที่จะป่วยหนักหรือเสียชีวิตได้ และความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดอุดตันที่มีสาเหตุมาจากการป่วยด้วยโควิด-19 จะเพิ่มขึ้นตามอายุ

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่มีภาวะ TTS ภายหลังการรับวัคซีนโดสแรกไม่ควรได้รับวัคซีนชนิดเดิมเป็นโดสที่สอง

5.ปัจจุบันประเทศไทยไม่ได้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ชนิดไวรัสเวกเตอร์ ของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า แล้ว

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลข้างต้น พบว่าความเสี่ยงของการเกิดภาวะ TTS ที่เป็นผลมาจากการป่วยด้วยโควิด-19 มีอุบัติการณ์สูงกว่า ภายหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 ชนิดไวรัสเวกเตอร์ ของ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า อย่างมาก

และทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย มีระบบกำกับดูแลความปลอดภัยของการใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีนมากกว่าความเสี่ยงที่ได้รับอย่างดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงภายหลังจากการได้รับวัคซีนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่จะมีการควบคุมให้มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยที่สุด ก่อนการพิจารณาอนุญาตให้ใช้วัคซีนในวงกว้าง ขอให้ประชาชนคลายความกังวลใจ