สำรวจจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศมี 2,639 จุด ย้อนดูสถิติปี‘68 เกิดอุบัติเหตุ 2,124 ครั้ง
จากโศกนาฏกรรมกลางกรุง อุบัติเหตุรถไฟขบวนรถขนส่งสินค้าหมายเลข 2126 ชนกับรถประจำทาง ขสมก. สาย 206 บริเวณใกล้เคียงแยกอโศก – เพชรบุรี เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 และมีผู้สูญเสีย 8 ราย ผู้บาดเจ็บอีก 32 ราย
ปัจจุบันกระทรวงคมนาคม อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและสืบหาสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียดทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางมาตรการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ความสูญเสียเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก
สำหรับสาเหตุ รอการตรวจสอบกล่องดำ แต่เบื้องต้นมีการคาดการณ์ไว้ 2 สาเหตุ 1.รถโดยสารประจำทางและรถอื่นๆ จอดคร่อมทางรถไฟ (ทับเส้นทแยงเหลือง และทางรถไฟ) ผิด มาตรา 56 และมาตรา 62 พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522 ที่ต้องหยุดห่างจากทางรถไฟระยะ 5 เมตร และ อีกมาตรา ห้ามจอดรถคร่อมเส้นทแยงเหลือง
2.จากข้อ 1 ทำให้เครื่องกั้นลงไม่ได้ เมื่อลงไม่ครบถ้วนสัญญาณไฟวาบ 5 ดวงจะไม่ติด พนักงานขับรถต้องชะลอและหยุดขบวนรถก่อน ตามข้อบังคับการเดินรถ 2549 (ขดร.2549) ทั้งนี้ พนักงานเครื่องกั้นได้วิทยุแจ้ง พนักงานขับรถแต่ไม่ได้รับการตอบรับ ขณะที่พนักงานเครื่องกั้นแสดงธงแดง แต่พนักงานขับรถไฟก็ไม่ได้หยุดขบวนรถอีก จึงทำให้ขบวนรถไฟชนรถที่จอดขวางทางรถไฟอยู่
โดยขณะนี้เมื่อความผิดยังไม่ชัดเจน จึงถือว่าทั้งร.ฟ.ท.และขสมก. มีความผิดข้อหา “ประมาทร่วม”
โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ครั้งแรก แต่ที่ผ่านมาอาจจะไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้

จากข้อมูลของการรถไฟฯ ระบุว่าโครงข่ายรถไฟในปัจจุบันมีกว่า 4,000 กม. โดยครอบคลุม 47 จังหวัดนั้น มีจุดตัดทางรถไฟอยู่ทั่วประเทศทั้งหมด 2,639 จุด และมีหลากหลายประเภท
1.จุดตัดที่มีคานกั้นถนน1,149 จุด
2.จุดตัดที่มีสัญญาณไฟกะพริบและเซนเซอร์ 6 จุด
3.จุดตัดที่มีป้ายจราจรเตือน 173 จุด
4.จุดตัดที่มีทางลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) 258 จุด
5.จุดตัดที่เป็นสะพานข้าม (Overpass) 299 จุด
6.จุดตัดที่มีม่านยกตรง33 จุด
7.จุดตัดที่มีคานกระดก 4 จุด
8.จุดตัดที่มีแผงเข็น 31 จุด
9.ทางลักผ่าน 686 จุด
ยังพบว่าในปี 2568 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น รวม 2,124 ครั้ง มีบาดเจ็บ 198 คน เสียชีวิต 68 คน

โดยเหตุอันตรายเกิดจาก 1.ขบวนรถตกราง เบียดกัน ชนกัน รัดประแจ 21 ครั้ง บาดเจ็บ 10 คน
2.ขบวนรถชนกับยานพาหนะ กีดขวางทาง ชนแดนรื่องกั้น 121 ครั้ง บาดเจ็บ 53 ครั้ง เสียชีวิต 19 คน
3.ขบวนรถเฉี่ยว ชนคน 67 ครั้ง บาดเจ็บ 24 คน เสียชีวิต 43 คน
4.คนตกรถ กระโดดลงจากขบวนรถ 36 ครั้ง บาดเจ็บ 32 คน เสียชีวิต 5 คน
5. ผู้โดยสาร พนักงาน ได้รับบาดเจ็บหรือป่วย 204 ครั้ง บาดเจ็บ 64 คน เสียชีวิต 1 คน
6.การกระทำของคนร้ายหรืออาชญากรรมบนขบวนนรถ 18 ครั้ง บาดเจ็บ 10 คน
7. ขบวนรถชนสัตว์ 142 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
8.ภัยธรรมชาติ 52 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
9. รถจักรล้อเลื่อนชำรุดขณะทำขบวน 1,028 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
10.รางหักหรือระบบอาณัติสัญญาณชำรุด 337 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
11.เหตุอันตรายอื่นๆ 95 ครั้ง บาดเจ็บ 5 คน และ12.วินาศกรรม 3 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
ล่าสุดนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
ออกมายืนยันว่า การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะจะต้องมีความปลอดภัยสูงสุด โดยกระทรวงคมนาคมเตรียมยกระดับมาตรการและนโยบายด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันและติดตามผล
อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญเช่นนี้ซ้ำรอยอีก