กัญชง: ขั้นตอนขออนุญาตปลูก-เอกสารที่ต้องเตรียม เช็กที่นี่!

ขั้นตอนขออนุญาตปลูกกัญชง
ภาพจาก ข่าวสด

เปิดขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมอย่างละเอียด สำหรับผู้ที่จะขออนุญาตปลูกกัญชง ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ขออนุญาตได้ตั้งแต่พรุ่งนี้ (29 ม.ค.) เป็นต้นไป 

วันที่ 28 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ลงนามในกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เฉพาะกัญชง (Hemp) พ.ศ. 2563 ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันพรุ่งนี้ (29 ม.ค.) ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ภญ. สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ภายใต้กฎกระทรวงฉบับนี้สามารถขออนุญาตส่งออกกัญชงได้ และภายใน 5 ปี นับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ สามารถนำเข้าเมล็ดพันธุ์เพื่อนำมาปลูกได้อีกเช่นกัน

โดยผู้ที่ต้องการขออนุญาตให้ยื่นคำขอ ณ สถานที่ปลูกที่ตั้งอยู่ หากอยู่ที่กรุงเทพฯ ให้ยื่นที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หากอยู่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ส่วนผู้ขอนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชง ให้ยื่นคำขอที่ อย.

ใครที่สามารถขออนุญาตปลูกกัญชงได้บ้าง?

  • เกษตรกร
  • วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์
  • ประชาชนทั่วไป
  • นิติบุคคลสัญชาติไทย
  • หน่วยงานรัฐ-เอกชน



ทั้งนี้ ครัวเรือนที่มีวัฒนธรรมในการใช้กัญชงเป็นสิ่งทอแบบดั้งเดิมสามารถปลูกกัญชงในครัวเรือนได้ โดยปลูกได้ครัวเรือนละไม่เกิน 1 ไร่ โดยต้องมีใบอนุญาตในการปลูก และปลูกสายพันธุ์ที่ได้รับอนุญาต เพื่อส่งเสริมการปลูกและการพัฒนาสายพันธุ์กัญชงของไทย

ขั้นตอนการขออนุญาตปลูก “กัญชง”

กรณีผู้ขอนำเข้า (เมล็ดพันธ์ุกัญชง) 

  • เอกสารที่ต้องเตรียม
  1. แบบคำขอรับอนุญาต (แบบกัญชง 3)
  2. แผนการนำเข้า แผนการใช้ประโยชน์
  3. ใบรับรองของผู้ผลิตในต่างประเทศ
  4. เอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมอื่นๆ

จากนั้นนำเอกสารไปยื่นคำขอรับอนุญาต ณ กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอแล้วจะเสนอคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษพิจารณา ก่อนออกใบอนุญาตต่อไป

กรณีผู้ขอผลิต (โดยการปลูก)

  • เอกสารที่ต้องเตรียม
  1. แบบคำขอรับอนุญาต (แบบกัญชง 1)
  2. แผนการผลิต แผนการใช้ประโยชน์
  3. แผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่ปลูกและเส้นทางการเข้าถึง
  4. หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือสิทธิครอบครอง
  5. แบบแปลนอาคารโรงเรือน และภาพถ่าย
  6. เอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมอื่น ๆ

จากนั้นนำเอกสารไปยื่นคำขอรับอนุญาต

  • กรณีสถานที่ปลูกตั้งอยู่กรุงเทพฯ ให้นำเอกสารไปยื่น ณ กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
  • กรณีสถานที่ปลูกตั้งอยู่ต่างจังหวัด ให้ไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและสถานที่เรียบร้อยแล้ว จะเสนอคณะกรรมการพิจารณาเพื่อออกใบอนุญาตต่อไป


 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ