โหนกระแส เคลียร์ดราม่า ทำไมโรงเรียนไม่นำเด็กถูกซีม่าราด ส่ง รพ.

โหนกระแส

รายการโหนกระแส นัดผู้ปกครอง เคลียร์ประเด็น ลูกโดนรุ่นพี่นำซีม่าโลชั่นราดจนเกิดแผลพุพอง ไม่นำส่งโรงพยาบาล ผอ.อ้าง เพิ่งทราบเรื่อง-ติดประชุม ต้อนรับ สว.

วันที่ 25 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่ มีรุ่นพี่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มหนึ่ง นำซีม่าโลชั่นจำนวน 9 ขวด มาราดลงบนตัวรุ่นน้องชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 1 คน อ้างว่าเป็นการช่วยรักษาอาการของหิด จนทำให้เกิดแผลพุพองตามตัว

หลังผู้ปกครองทราบเรื่องทางโทรศัพท์ได้มารับลูกที่ถูกกระทำไปโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลานาน 2 วัน กว่าผู้ปกครองจะทราบเรื่อง

ต่อมาเหตุการณ์ดังกล่าว ได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเกิดการตั้งคำถามในสังคมเป็นอย่างมาก

ล่าสุด วันนี้ (25 มี.ค.) รายการโหนกระแสดำเนินรายการโดย นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือ “หนุ่ม” ได้สัมภาษณ์ ผู้ปกครองซึ่งเป็น “แม่” ของเด็ก ป.2 ที่ถูกทำร้าย

“แม่” เล่าว่า ทางโรงเรียนไม่ได้พาเด็กไปหาหมอตั้งแต่เกิดเรื่อง เนื่องจากเด็กไม่ได้มาบอก ซึ่งจุดนี้แม่ก็เกิดข้อสงสัยว่า แผลค่อนข้างจะชัดเจนมาก คุณครูจะไม่เห็นเลยหรือ ส่วนที่บอกว่าช่วยรักษาอาการหิด แม่ยืนยันว่า ก่อนเข้าโรงเรียนได้มีการตรวจร่างกายเพื่อนำใบรับรองแพทย์มาสมัครเรียน โดยพบว่า ลูกมีสุขภาพปกติดี

ด้าน นายศักดิ์ชัย สุวรรณราช ผู้อำนวยการโรงเรียน (ผอ.) ก็มีการพูดคุยเช่นกัน โดย ผอ.ระบุว่า เพิ่งได้ทราบเรื่องจากผู้ปกครอง ซึ่งแม่ก็เกิดข้อสงสัยต่อว่า ก่อนหน้านี้ ครูที่เป็นเวรดูแลไม่ได้มีการแจ้งให้ทราบเลยหรือ

แม่เผยว่า ยังมี รอง ผอ.ได้ติดต่อมาขอร้องว่า อย่าดำเนินคดี โดยให้เห็นแก่โรงเรียน ขณะที่วันนี้ช่วงเดินทางเพื่อมาออกรายการ แม่เล่าว่า ผอ.ได้โทรมาขอร้องให้หยุดไปออกรายการด้วย

ขณะเดียวกัน “หนุ่ม” ได้โทรหา ผอ.ขณะดำเนินรายการ เพื่อถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผอ. ระบุว่า ที่ไม่ได้นำเด็กไปโรงพยาบาลในวันเกิดเหตุ เพราะครูที่อยู่ประจำหอพักนักเรียน เห็นว่าอาการยังไม่รุนแรง ส่วนในวันจันทร์ที่แม่ไปรับตัวเด็ก ทาง ผอ.ก็มีการประชุมเพื่อจะต้อนรับคณะ สว.ที่เดินทางมาโรงเรียน และโรงเรียนก็เป็นสนามสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยด้วย

ผอ.ยังยอมรับว่า เป็นข้อบกพร่องของคุณครูที่ไม่ได้แจ้งให้ทราบทันที จึงทำให้ดำเนินการช้าไป โดยทางโรงเรียนได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบข้อเท็จจริง และจะทำไปตามกฎระเบียบ นอกจากนี้ทางโรงเรียนพร้อมที่จะรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะถือเป็นบทเรียนด้วยเช่นกัน

“หนุ่ม” กล่าวว่าคั่นกลางการสัมภาษณ์ของ ผอ.ว่า การที่พูดแบบนี้ ระวังจะถูกมองว่า เห็น สว.สำคัญกว่า ชีวิตของเด็ก


“แหม่ ท่านพูดแบบนี้ เดี๋ยวประชาชนจะหาว่า โอ้โห ชีวิตของเด็กนี่ สว. สำคัญกว่าหรอ พูดแบบนี้เดี๋ยวทัวร์ลงนะครับท่าน” 

ขณะที่ ผอ. ระบุเพียงว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ส่วนประเด็นที่บอกว่า มีการเจรจาเพื่อจะมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับทางผู้ปกครอง ผอ. ยืนยันว่า ไม่มีครับ โดยถือเป็นสิทธิ์ของผู้ปกครองอยู่แล้วว่าจะดำเนินการอย่างไร

นอกจากนี้ “หนุ่ม” ได้เปิดโอกาสให้ “แม่” ถามคำถามทิ้งท้ายกับ ผอ.ว่า เหตุใดถึงปกป้องโรงเรียนขนาดนี้ กับชีวิตเด็กคนหนึ่ง เลือกที่จะไปต้อนรับ สว.ก่อนอย่างนั้นหรือ

“เลือกจะไปรับ สว. โดยไม่นำเด็กส่งโรงพยาบาล และก็ปล่อยปละละเลยจนเด็กมีบาดแผลดังที่ปรากฏในภาพหรอคะ”

ด้าน ผอ. ยืนยันว่า จริง ๆ หากทราบเรื่องก่อนทางโรงเรียนก็จะไม่ทอดทิ้งเด็ก แต่วันนั้นติดประชุมและเพิ่งมาทราบเรื่องเหมือนกัน

ก่อนปิดรายการ “หนุ่ม” ได้ฝาก ผอ.ไว้ 2 เรื่องด้วยกัน คือ “ชีวิตเด็กสำคัญกว่า สว.” และ “ผมอยากให้ท่านห่วงเด็กมากกว่า ห่วงหน้าของโรงเรียน” 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ