วัคซีนจุฬา
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เปิดรับอาสาสมัครฉีดวัคซีน ChulaCov19 วัคซีน เริ่มฉีดปลายเดือน ส.ค.
วันที่ 25 มิถุนายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ประกาศเปิดรับอาสาสมัคร โครงการ ChulaCov19 mRNA Vaccine แบ่งเป็น 2 ระยะ 2 กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้
-
ระยะที่ 1 สำหรับอาสาสมัครอายุ 65-75 ปี จำนวน 24 คน
-
ระยะที่ 2 สำหรับอาสาสมัครอายุ 18-55 ปี จำนวน 150 คน
คุณสมบัติอาสาสมัคร
- อายุ 18-55 ปี หรือ 65-75 ปี
- ไม่มีโรคประจำตัว
- ไม่เคยเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโรคโควิด-19
- ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19
วันรับสมัคร
- เปิดรับลงทะเบียน วันที่ 25 มิถุนายน 2564
- ปิดรับลงทะเบียน วันที่ 2 กรกฎาคม 2564
ช่องทางการสมัคร
ผู้ที่สนใจสามารถกรอกข้อมูลที่ลิงก์
http://crc.md.chula.ac.th/redcap/surveys/?s=NTRAMCH97E
ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ในเบื้องต้นจะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่โครงการเพื่อคัดกรองการเข้าร่วมโครงการอีกครั้ง ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์คัดกรองจะได้รับการแจ้งผ่านทาง SMS ภายในวันที่ 23 กรกฎาคม 2564
ทั้งนี้ โครงการ ChulaCov19 mRNA Vaccine จะเริ่มฉีดวัคซีน ChulaCov19 ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2564

วัคซีนโควิด ChulaCov19
ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม นักวิทยาศาสตร์ชาวไทย ที่พัฒนาวัคซีน ChulaCov19 และได้รับการยกย่องจาก www.nature.com เว็บไซต์วารสารวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลก โดยวัคซีนดังกล่าวได้ใช้เทคโนโลยี mRNA ทำให้คุณภาพ ChulaCov19 เทียบเท่าวัคซีน “ไฟเซอร์-โมเดอร์นา” สามารถรับมือกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เบต้า (แอฟริกา) และสายพันธุ์อัลฟ่า (อังกฤษ) รวมถึงยังอาจพัฒนาให้รับมือกับสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) ได้อีกด้วย
การทดสอบความสามารถของวัคซีน ChulaCov19 นี้จะใช้ผลการทดสอบเทียบกับตัวอย่างเลือดจากผู้ที่ฉีดวัคซีน Pfizer ในต่างประเทศ และ AstraZeneca จากประเทศไทย หากผลการทดสอบพบว่าภูมิคุ้มกันของผู้ที่ได้รับวัคซีน ChulaCov19 เทียบเท่าหรือดีกว่าภูมิคุ้มกันของผู้ที่ได้รับวัคซีน Pfizer และ AstraZeneca ก็น่าที่จะขออนุมัติเป็นการพิเศษเพื่อให้วัคซีนถูกนำมาใช้ในประเทศโดยเร่งด่วนได้
ทั้งนี้ หากผลการทดสอบเป็นไปได้ด้วยดี ประเทศไทยก็จะสามารถพัฒนาขึ้นมาเป็นแหล่งผลิตวัคซีนชนิด mRNA ที่สำคัญประเทศหนึ่งในทวีปเอเชีย และเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่สามารถพัฒนาวัคซีนชนิดนี้ขึ้นมาเองได้