ศบค. เตือนบริษัทเร่งตั้ง Company Isolation รับมือสถานการณ์ล่วงหน้า
ศบค. เตือนบริษัทเร่งจัดตั้งศูนย์แยกกักในที่ทำงาน Company Isolation หวั่นเจอของจริงทำอะไรไม่ถูก ชี้ต้องแจ้งชุมชน มีรพ. พี่เลี้ยงคอยดูแล เผยสัญญาณคนติดเชื้อ-เสียชีวิตใน กทม.ส่อลดลง หลังระดมฉีดวัคซีน จับตากลุ่มเด็กที่มีโรคประจำตัวติดเชื้อ-ตายเพิ่ม เร่งสกัดฉีดวัคซีน
วันที่ 18 สิงหาคม 2564 แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อประจำวันว่า ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 พบผู้ป่วยรายใหม่ 20,515 ราย หายป่วยแล้ว 725,693 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 940,094 ราย และเสียชีวิตสะสม 8,191 ราย

ส่วนข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 หายป่วยแล้ว 753,119 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 968,957 ราย เสียชีวิตสะสม 8,285 ราย
วันนี้มีผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่จำนวน 207,553 ราย อาการหนัก 5,458 ราย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจจำนวน 1,155 ราย
สำหรับผู้ขอรับการฉีดวัคซีน ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 355,408 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 153,519 ราย เข็มที่ 3 จำนวน 9,191 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 17 สิงหาคม 2564 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 24,618,749 โดส

ส่วนสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก ข้อมูล ณ วันพุธที่ 18 สิงหาคม 2564 เวลา 10.00 น. มียอดผู้ติดเชื้อรวม 209,377,555 ราย อาการรุนแรง 107,841 ราย รักษาหายแล้ว 187,668,010 ราย เสียชีวิต 4,394,676 ราย
ขณะที่อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 37,896,582 ราย 2.อินเดีย จำนวน 32,285,101 ราย 3.บราซิล จำนวน 20,417,204 ราย 4.รัสเซีย จำนวน 6,621,601 ราย 5.ฝรั่งเศส จำนวน 6,504,978 ราย โดยประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 34 ของโลก จากจำนวนผู้ป่วยสะสม 968,957 ราย

ชี้ กทม. ส่งสัญญาณติดเชื้อ-เสียชีวิตชะลอตัว
10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุดวันนี้ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร(กทม.) 4,154 ราย สมุทรสาคร 1,820 ราย สมุทรสาคร 1,335 ราย ชลบุรี 1,206 ราย นนทบุรี 756 ราย นครราชสีมา 719 ราย ฉะเชิงเทรา 632 ราย ศรีสะเกษ 471 ราย นครปฐม 468 ราย อยุธยา 437 ราย
สำหรับผู้เสียชีวิตในวันนี้อยู่ในกทม. 78 คน สมุทรปรากรร ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี รวม 70 คน ที่เหลือกระจายไปในอีกหลายจังหวัด และวันนี้มีผู้เสียชีวิตที่บ้าน 3 ราย อยู่ในจังหวัดลพบุรี (ตามตาราง)
“ผู้เสียชีวิต 312 สูงที่สุดเท่าที่มีการรายงาน วันนี้มีจังหวัดที่มีการรายงานสะสม เช่น ลพบุรี ชลบุรี เป็นตัวเลขสะสมที่เพิ่งมีการรายงาน มีการตรวจสอบข้อมูล บางรายมีการเสียชีวิตโดยที่ไม่ได้มีการตรวจเชื้อโควิด ทำให้กระบวนการรายงานล่าช้าไป 2-3 วัน และอาจเป็นตัวเลขที่ทบมา 312 รายในวันนี้” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว และว่า

อย่างไรก็ตามถ้าวิเคราะห์ตัวเลขการเสียชีวิตใน กทม.ที่มีการศึกษาตั้งแต่กรกฎาคมถึง 14 สิงหาคม พบว่า ต้นสิงหาคมมีการเสียชีวิตที่ค่อนข้างชะลอตัวลง น่าจะเป็นไปได้ที่เป็นผลมาจากการเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มโรคเสี่ยงที่มีการเร่งฉีดวัคซีนอย่างมาก
“อาจจะเริ่มเห็นผลของการชะลอการเจ็บป่วยหนัก หรือการเสียชีวิตในพื้นที่ กทม. ที่ลดลง ซึ่งจะมีการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมรวมถึงจังหวัดในปริมณฑลต่อไปด้วย” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว และว่า โดยภาพรวมการฉีดวัคซีนของ กทม. ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 มีอัตราการฉีดเกิน 70,000 รายต่อวัน และยังมีการฉีดอย่างต่อเนื่อง

แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าวต่อว่า นอกจากนี้มีกลุ่มเป้าหมายที่มีการพูดคุยกันในวันนี้ จากการรายงานจากกรมควบคุมโรค พบว่ามีเด็กติดเชื้อ 4 หมื่นกว่าราย ล่าสุดในเดือนสิงหาคมมีเด็กติดเชื้อไปแล้วประมาณ 1.5 หมื่นราย อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 8 คน คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 0.12% ต่อประชากร 1 แสนคน (ตาราง)
“คิดง่าย ๆ ในจำนวนเด็กที่ติดเชื้อ 1 หมื่นราย มีเสียชีวิต 4 ราย ค่ากลางอยู่ที่ 14 ปี โดยเป็นการสัมผัสมาจากผู้ติดเชื้อในครอบครัว และเด็กที่เสียชีวิตพบว่า 80% มีโรคประจำตัว ดังนั้นนโยบายที่สำคัญในตอนนี้จะต้องบวกในส่วนของเด็กเข้าไปด้วย โดยจะมีการเร่งระดมการฉีดวัคซีนในกลุ่มเด็กเพิ่มขึ้น รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ด้วย”

เป้าหมายฉีดวัคซีนครบ 100 ล้านโดสภายในปีนี้
สำหรับผู้ขอรับการฉีดวัคซีน ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 355,408 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 153,519 ราย เข็มที่ 3 จำนวน 9,191 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 17 สิงหาคม 2564 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 24,618,749 โดส
แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าวว่า โดยสรุปการฉีดต้องฉีดต้องให้ครบ 100 ล้านโดสภายในปี 2564 นี้ ครอบคลุมประชากร 50 ล้านคน หรือคร่าว ๆ 1 เดือนจะต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 15 ล้านโดส หรือระดมฉีด 5 แสนโดสต่อวัน ต้องหาวัคซีนให้ได้ 10 ล้านโดสต่อเดือน
“ถ้าเทียบการติดเชื้อความชันเริ่มชะลอตัวลง และ 10 จังหวัดแรกที่มีการรายงานผู้ติดเชื้อสูงสุดยังอยู่ใน กทม.และปริมณฑลเป็นหลัก และหลัก ๆ ยังอยู่ในสถานประกอบการ ที่ทำงาน และทำให้ไปแพร่เชื้อในครอบครัวและชุมชนใกล้ชิด” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว และว่า
ดังนั้นนโยบายที่สำคัญในตอนนี้คือการค้นหาเชิงรุกในชุมชน ลดอัตราการตาย ลดอาการป่วยหนัก ยกตัวอย่างใน กทม. ยังมีการระดมตรวจเชิงรุกในชุมชนของทีม CCRT อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการระดมการใช้ชุดตรวจ ATK เข้าไปตรวจในโรงงาน สถานประกอบการ เป็นต้น


แนะบริษัทเร่งตั้ง Company Isolation
แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าวต่อว่า ตอนนี้มีคนถามเข้ามามากเรื่องของ Company Isolation หรือการแยกกักในสถานที่ทำงานว่าจะต้องทำอย่างไร หลักการคล้ายกับ Factory Isolation ซึ่งบริษัทต้องจัดหาที่พักให้พนักงานพักค้างได้ และสิ่งที่สำคัญชุมชนจะต้องรับทราบและยอมรับ มีการกำจัดขยะ มีการจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่ถูกวิธี หรือมีระบบการจัดการในการดูแลพนักงาน และต้องมีโรงพยาบาลพี่เลี้ยงให้การสนับสนุน
“ทุกบริษัทจะต้องมีการเตรียมความพร้อม และขอให้เตรียมการตั้งแต่ยังไม่มีการรายงานผู้ติดเชื้อ เพื่อเตรียมรับมือ เพื่อเป็นการเตรียมการก่อนพบผู้ติดเชื้อจริงแล้วจะทำอะไรไม่ถูก” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าวย้ำ
นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึง Universal Prevention ของกระทรวงสาธารณสุข คือการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล เพราะโรคนี้จะอยู่ไปกับเราอีกระยะหนึ่ง จึงมีการเสนอแนวคิดว่า คนทุกคนที่อยู่รอบตัวเราเป็นคนที่ติดโควิด-19 หลักการคือต้องมีการค้นหาผู้ติดเชื้อที่เป็นมาตรการประจำ ต้องได้รับการตรวจ ATK และการนำเข้าสู่ระบบการรักษาโดยเร็วที่สุด
รวมถึงต้องไม่รวมกลุ่มกัน ต้องแยกกันรับประทานอาหารรวมไปถึงออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น จนกว่าภัยจะลดความรุนแรงลง รักษาสุขอนามัยส่วนตัว สวมหน้ากากอนามัยทับหน้ากากผ้าตลอด ล้างมือบ่อย ๆ ทำความสะอาดจุดสัมผัสจุดเสี่ยง แยกของใช้ร่วมกันไปอีกสักระยะ
- ศบค.สั่งบริษัทเอกชนจัดตั้ง Company Isolation ตรวจ ATK ทุกสัปดาห์
- ศบค. เคาะมาตรการ “แฟกตอรี่แซนด์บอกซ์” ช่วยแรงงาน 3 ล้านราย
