เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ศบค.ขู่ฟันนักท่องเที่ยวฝ่าฝืน Test & Go ใหม่ จี้กทม.เร่งลดยอดป่วยโควิด

31 ม.ค. 2565 | 16:26น.
นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน

ศบค.พร้อมเปิดระบบ Test & Go ใหม่ 1 ก.พ.นี้ อ้าแขนรับเข้ามาได้ทุกประเทศ ยันรัดกุมมากกว่าเดิม ขู่ใช้กฎหมายเล่นงานนักท่องเที่ยวฝ่าฝืนหนีการตรวจโควิด หลังเดือนม.ค.พบฝ่าฝืนถึง 22 ราย พร้อมย้ำให้ผู้ประกอบการโรงแรมช่วยดูแลอีกทาง  ยกกฎหมายประเทศอื่นหนักกว่าไทย จี้กทม.เร่งลดยอดป่วยโควิดหลังแนวโน้มไม่ลด แต่จะต้องใช้ระบบ Test & Go ใหม่แล้ว ระบุข้อสั่งการผอ.ศบค. สั่งโรงเรียนที่พบเด็กติดโควิด ห้ามปิดทั้งโรงเรียน  เปิดชื่อจังหวัดยังฉีดวัคซีนต่ำเป้า แม้แต่เข็ม 1

วันที่ 31 มกราคม 2565 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อประจำวันว่า สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในต่างประเทศวันนี้มียอดผู้ติดเชื้อรวม 375,102,218 ราย อาการรุนแรง 94,595 ราย  รักษาหายแล้ว 296,348,975 ราย  และเสียชีวิต 5,681,390 ราย

ส่วนอันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 75,578,076 ราย 2.อินเดีย จำนวน 41,265,684 ราย 3.บราซิล จำนวน 25,351,489 ราย 4.ฝรั่งเศส จำนวน 19,058,073 ราย 5.สหราชอาณาจักร จำนวน 16,468,522 ราย สำหรับประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 30 ของโลก จากจำนวนผู้ติดเชื้อ 2,440,542 ราย

“ที่สำคัญคือตัวเลขการเสียชีวิตไม่ได้เยอะ ตอนนี้รายใหม่ลงมาอยู่ที่ 5,786 ราย คิดเป็น 1.51% ตอนนี้เปอร์เซ็นต์ของการเสียชีวิตลดลง จากเดิมมีกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ ทั่วโลกตอนนี้เสียชีวิตสะสมประมาณ 5.6 ล้านราย” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว

ส่วนประเทศที่ติดเชื้อรายใหม่ในระดับแสนรายยังอยู่ที่ฝรั่งเศส รองลงมาเป็นอินเดีย รัสเซีย อิตาลี บราซิล และเยอรมนี ส่วนในกลุ่มของเอเชียที่มีจำนวนมากมีที่ญี่ปุ่น 8.2 หมื่นราย เวียดนาม เกาหลีใต้ บังคลาเทศ

ส่วนประเทศไทยวันนี้ 8,008 ราย ทำให้ตัวเลขยืนยันสะสมอยู่ที่ 217,107 ราย ถ้ารวมของปี 2563 จะอยู่ที่ 2.4 ล้านโดยประมาณ หายป่วยไป 8,215 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 16 ราย รักษาตัวอยู่ในรพ. 41,566 ราย รพ.สนามและอื่นๆ 42,753 ราย สว่นอาการหนักจะเห็นว่าไม่มาก อยู่ที่ 542 ราย และต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 106 ราย

10 จังหวัดติดเชื้อสูงสุด จี้กทม.เร่งลดยอดป่วยใหม่

ส่วนผู้เสียชีวิต 16 รายในวันนี้อยู่ในกลุ่ม 607 คือกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีโรคเรื้อรังทั้งหมด 100% โดยอยู่ในกรุงเทพ 2 ราย สมุทรปราการ 1 ราย กาฬสินธุ์ 2 ราย ภูเก็ต 3 ราย นครนายก จันทบุรี ตราด ระยอง สมุทรสงคราม สระแก้ว สุรรณบุรี รวม 9 ราย โดยจังหวัดในภาคเหนือวันนี้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

ส่วนจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อมากสุด อันดับ 1.ยังเป็นกทม.จำนวน 1,298 ราย สมุทรปราการ 784 ราย ชลบุรี 466 ราย นนทบุรี 449 ราย ภูเก็ต 393 ราย ปทุมธานี 206 ราย นครราชสีมา 203 ราย ศรีสะเกษ 172 ราย อุบลราชธานี 169 ราย และขอนแก่น 167 ราย

“เมื่อเช้ามีการพูดคุยกันถึงกรุงเทพมหานคร ยังมองเรื่องของตัวเลขว่าตอนนี้ความสามารถของกรุงเทพมหานครยังดูแลผู้ป่วยที่มีจำนวนทรงๆตัวและแนวโน้มอาจเพิ่มขึ้น ต้องขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนในการที่จะดูแลสุขอนามัยส่วนตัว ขณะที่กรุงเทพฯก็เป็นพื้นที่สีฟ้า ซึ่งจะต้องรองรับนักท่องเที่ยวในระบบ Test & Go ที่ประชุมก็ได้ให้ข้อสังเกตุให้กรุงเทพมหานครได้ช่วยกันที่จะต้องดูแลทางด้านนี้ รวมทั้งต้องสื่อสารไปยังประชาชนคนกรุงเทพฯที่จะรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาในระบบนี้”

นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่า มีคลัสเตอร์ต่างๆที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ โดยเฉพาะลักษณะของสถานที่ หรือลักษณะของกิจการ กิจกรรมที่ทำให้เกิดความเสี่ยง เช่น ร้านอาหาร สถานบันเทิง พบที่สุพรรณบุรี เป็นลักษณะคล้ายๆบาร์มี 4 ราย อุดรธานี เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว มี 3 ราย สถานพยาบาล หรือ Health Care Woker มีผู้ติดเชื้อ 30 ราย อยู่ที่กรุงเทพมหานคร ชลบุรี 8 ราย ลพบุรี 3 ราย นนทบุรี 3 ราย และบุรีรัมย์ 3 ราย

เผยข้อสังการผอ.ศบค. เด็กติดโควิด ห้ามปิดทั้งโรงเรียน

ส่วนโรงเรียนก็มีหลายแห่ง แต่ตามนโยบายของท่านผอ.ศบค.อยากให้มีการเปิดเรียน ซึ่งหลายสถานที่ก็พยายามทำ ซึ่งโรงเรียนก็มีการติดเชื้อ มองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะมีระบบเข้าไปดูแลกันอยู่ โดยมีรายงานที่เพชรบุรี 19 ราย สุรินทร์ 13 ราย ชลบุรี 12 ราย มุกดาหาร 7 ราย อุดรธานี 7 ราย บุรีรัมย์ 5 ราย

“ที่ประชุมมีการพูดคุยกันว่า ติดเชื้อได้ แต่อย่าปิดเรียนทั้งโรงเรียน การสั่งการในการปิดโรงเรียนขอให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร่วมกับผู้บริหารการศึกษาได้มีการประชุม ปรึกษา และให้มองดูประโยชน์ของเด็กนักเรียนทั้งโรงเรียนแทน อาจจะปิดเฉพาะห้อง อาจจะปิดเฉพาะชั้นเรียน แล้วแต่กรณี แต่ไม่ควรปิดทั้งโรงเรียน อันนี้เป็นข้อสั่งการของผอ.ศบค. ให้ทางผู้บริหารในส่วนของโรงเรียนและทางจังหวัดได้ช่วยกันที่จะทำให้เด็กได้มีสถานที่เรียน ได้พบปะกัน ซึ่งจะเป็นการได้สร้างพัฒนาของพวกเขาได้ด้วย” โฆษกศบค.กล่าว และว่า

นอกจากนี้โรคนี้ไม่ได้มีอาการรุนแรงในเด็กเท่าไร และวัคซีนที่จะใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีลงมา ซึ่งวันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้แถลงข่าวแล้ว เพื่อให้เด็กนักเรียนในระดับประถมศึกษาได้รับวัคซีน ก็จะทำให้ผู้ปกครองมีความมมั่นใจมากยิ่งขึ้น

ส่วนคลัสเตอร์เดิมๆที่ยังเป็นปัญหาอยู่คือตลาด พบที่อุบลราชธานี 27 ราย ที่นาจะหลวย 5 ราย สมุทรสาคร 7 ราย น่าน 22 ราย อุดรธานี 4 ราย ขอนแก่น 4 ราย ศรีสะเกษ 3 ราย โรงงานพบที่สมุทรรปราการ 8 ราย นครพนม 21 ราย ฉะเชิงเทรา 11 ราย สุรินทร์ 6 ราย ลพบุรี 4 ราย และมีที่ชลบุรีและบุรีรัมย์จังหวัดละ 3 ราย สถานที่ทำงาน ร้านทำผมเจอที่เพชรบุรี 7 ราย อยุธยา 42 ราย ไม่แจ้งว่าเป็นอะไร

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มพิธีกรรมทางศาสนา งานศพ งานแต่งงาน งานบวช พบทั้งที่อุบลราชธานีและกาญจนบุรี ส่วนค่ายทหารมีปราจีนบุรีเพิ่ม 6 ราย ลพบุรี 3 ราย

“นี่คือสิ่งที่จะต้องเน้นย้ำในสถานที่ กิจการ กิจกรรม ที่มีการรวมกลุ่มกัน ขอให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมมือกัน และช่วยกันดูแลด้วย” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวย้ำ

“ยอดป่วยใหม่-เสียชีวิต” คุมได้

นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า สำหรับเทรนด์หรือฉากทัศน์ที่มีการคาดการณ์กันก่อนหน้านี้ พบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นจากความกังวลกันก่อนหน้านี้ เห็นได้จากเส้นกราฟของสถานการณ์เกาะไปกับเส้นกราฟสีเขียวหรือเส้นกราฟที่เราอยากให้เห็น ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือของประชาชนที่ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับความชื่นชมในระดับโลกจากความร่วมมือที่เกิดขึ้น ก็ต้องขอขอบคุณประชาชนคนไทยอีกครั้ง เช่นเดียวกับเส้นกราฟของผู้เสียชีวิตก็ยังต่ำกว่าเส้นที่เราอยากให้เกิดขึ้น(เส้นสีเขียว) เช่นเดียวกัน

ส่วนเรื่องของการฉีดวัคซีน ฉีดได้เพิ่มขึ้น 97,297 ราย โดยผู้มารับวัคซีน วันที่ 30 มกราคม 2565 มีผู้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 6,958 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 11,973 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน 78,366 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 – 30 มกราคม 2565 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 115,053,572 โดส

  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม : 52,315,680 ราย คิดเป็น 75.2% ของประชากร
  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม : 48,603,421 ราย คิดเป็น 69.9% ของประชากร
  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 3 สะสม : 14,134,471 ราย คิดเป็น 20.3% ของประชากร

เปิดชื่อจังหวัดยังฉีดวัคซีนต่ำเป้า

“หลายจังหวัดที่มีการฉีดได้จำนวนน้อย โดยเฉพาะเข็มที่ 1 ที่ยังต่ำกว่าเป้าหมาย หรือร้อยละ 50-59 อยู่ที่นราธิวาส ปัตตานี แม่ฮ่องสอน ตาก ลพบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี ซึ่งอยู่ในจังหวัดนำร่องท่องเที่ยวพื้นที่สีฟ้า ก็ต้องขอความร่วมมือกันด้วย ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุและมีโรคเรื้อรังที่ต่ำกว่าร้อยะ 60 ลงไปได้แก่ นครปฐม ปัตตานี นครสวรรค์ สระแก้ว นนทบุรี นี่เป็นเข็ม 1 ที่ยังไม่ได้ตามเป้า ก็ขอให้มารับวัคซีนโดยเร็ว” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว และว่า

ส่วนเข็มที่สองที่ยังอยู่ในระดับต่ำมี 10 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน นราธิวาส ปัตตานี ตาก ยะลา กาญจนบุรี ลพบุรี บึงกาฬ หนองบัวลำภู และสกลนคร (ตามตาราง) ดังนั้นขอให้คนที่อยู่ในจังหวัดเหล่านี้และอยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่จะต้องได้รับวัคซีนให้เข้ามารับการฉีดวัคซีนกันด้วย

ขู่ฟันนักท่องเที่ยวฝ่าฝืน Test & Go ใหม่

สำหรับเรื่องของเปิดระบบ Test & Go อีกครั้งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ โดยอนุญาตให้เข้ามาได้ทุกประเทศ แต่ความสำคัญอยู่ที่การปรับระบบให้รัดกุมกว่าครั้งที่แล้ว โดยเมื่อเข้ามาจะต้องตรวจโควิดด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง มีหลักฐานการจองโรงแรมที่พักในวันแรกและวันที่ 5 โดยเป็นโรงแรมที่มีโรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการ(SHA++ AQ OQ หรือ AHQ มีระบบการประกันที่ชัดเจน (ตามกราฟิก)

ส่วนตัวเลขผู้ที่เดินทางเข้าประเทศในเดือนมกราคม 2565 ตั้งแต่ 1-30 มกราคม 2565 มีจำนวน 185,037 คน พบผู้ติดเชื้อโควิด 6,802 ราย รวมตั้งแต่เปิดประเทศ(1 พ.ย.2564-30 ม.ค.2565) มีผู้เดินทางเข้ามาแล้ว 608,715 ราย พบติดโควิดรวม 8,273 ราย

ขณะที่ในเดือนมกราคม 2565 นี้ ประเทศที่เดินทางเข้ามามากที่สุดเป็นรัสเซีย 19,450 คน รองลงมาเป็นเยอรมนี 11,469 คน สหรัฐอเมริกา 10,458 ราย สหราชอาณาจักร 10,091 ราย โดย 4 ประเทศเหล่านี้เข้ามาเกินหมื่นรายทั้งสิ้น และฝรั่งเศส 7,959 ราย (ตามกราฟิก)

ย้ำผู้ประกอบการโรงแรมต้องช่วยดูแล

“ที่ประชุมมีการพูดคุยกันทั้งภาครัฐและเอกชนจะต้องมีบทบาทหน้าที่ในการต้องช่วยกันในการดำเนินการตามระบบ Test & Go ครั้งนี้ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งในเดือนมกราคมพบว่ามีข้อมูลผู้ที่เดินทางเข้ามามีผู้ฝ่าฝืนถึง 22 ราย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการตามตัวไม่พบหลังตรวจ RT-PCR แล้วติดเชื้อ ตรงนี้จึงมีความสำคัญที่ระบบใหม่จะขอให้มาตรวจซ้ำในวันที่ 5 หรือ day 5 ขอให้ปรากฎตัวและอยู่รอผลการตรวจก่อน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว และว่าที่ประชุมให้ดูแลประเด็นนี้อย่างเข้มงวด หากมีผู้ฝ่าฝืนก็ขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558

โฆษกศบค.ยังกล่าวย้ำว่า ตรงนี้เป็นกฎหมายของไทย เพราะฉนั้นต้องสื่อสารไปยังนักท่องเที่ยวที่เข้ามาให้ปฏิบัติตามด้วย ซึ่งความจริงประเทศอื่นๆมีโทษแรงกว่ากฎหมายของไทยมาก เช่นสิงคโปร์ฝ่าฝืนการกักตัวในโรงแรม ที่รัฐบาลกำหนด หรือฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 246,700 บาท

หรือที่ไต้หวันถ้าไม่ยอมกักตัว ไม่สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ หรือรวมตัวกันมากกว่าที่กฎหมายกำหนด ถูกปรับกันถึง 1แสน-1 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือประมาณ 1.2 แสนบาท-1.2 ล้านบาท หรือที่ฮ่องกงมีการปรับถึง 25,000 เหรียญ จำคุก 6 เดือนด้วย ส่วนแคนาดาถ้าไม่ตรวจหาเชื้อโดนปรับ 7.5 แสนเหรียญ หรือประมาณ 19.6 ล้านบาท

“นี่คือสิ่งที่สากล ประเทศหลายๆประเทศเขาทำกัน จะต้องขอความร่วมมือกับนักท่องเที่ยว และขอให้ผู้ประกอบการดูแลกันอย่างใกล้ชิด” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายกรณีที่จะมีการเปิดระบบ Test & Go ใหม่ เพื่อดึงนักนักท่องเที่ยวเข้ามาและทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าควบคู่ไปกันด้วย

เตือนระวัง Thailand Pass มีคนใช้อีเมล์ปลอมขอข้อมูล

ส่วนเรื่องสุดท้ายที่ประชุมกันในวันนี้จะการใช้ชุดตรวจ ATK ตามนโยบายของศบค. หลักๆคือ 1. ถ้าประชาชนมีความต้องการได้รับการตรวจ เพื่อเอาไปแสดงในเรื่องของหลักฐาน ภาครัฐจะต้องให้การบริการในราคาต้นทุน 2.ให้สปสช.เป็นผู้จัดหา ATK ซึ่งจะมีการประชุมกันในช่วงบ่ายวันนี้ และ 3.มีจุดจำหน่ายซื้อขายได้อย่างง่าย ทุกแห่งทั่วประเทศ รวมถึงเรื่องราคาที่เหมาะสม

นอกจากนี้มีเรื่องของ Thailand Pass มีคนใช้อีเมล์ปลอมในการไปขอข้อมูล เพราะฉนั้ขออย่าได้ไปเชื่อ และต้องตรวจสอบให้ดี เพราะเรื่องของขอ้มูลส่วนบุคคลถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้ามีใครขอข้อมูล ขอให้ตรวจสอบก่อน อย่าได้ไปสแกนหรือให้ข้อมูลอะไร ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศจะมีการเน้นย้ำเรื่องนี้อีกครั้ง

ส่วนการแถลงข่าวของศบค.จะปรับเปลี่ยนเป็นทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี นับตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศบค. สถานการณ์โควิด-19