Skip to content

คาร์ซีตราคาพุ่ง โฆษก บช.น. ขออย่าเพิ่งกังวล รอกฎหมายรองชัดเจน

12 พ.ค. 2565 | 13:33น.
คาร์ซีตราคาพุ่ง โฆษก บช.น. ขออย่าเพิ่งกังวล รอกฎหมายรองชัดเจน

พล.ต.ต.จิรสันต์ โฆษก บช.น. วอนประชาชนอย่าเพิ่งกังวลค่าใช้จ่าย “คาร์ซีต” ยังมีเวลาถึง 5 ก.ย. รอประกาศกฎหมายรองจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกรอบ 

วันที่ 12 พฤษภาคม 2565 พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ถึงกรณีพระราชบัญญัติ จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2565 ถึงการกำหนดให้ผู้โดยสารที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องจัดให้นั่งที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กหรือนั่งในที่พิเศษ

เมื่อถามพิธีกรว่า ก่อนออกฎหมาย รัฐควรออกให้ครบ คิดให้ครบ ถึงราคาที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กพุ่งสูงขึ้นว่ามากว่า พล.ต.ต.จิรสันต์ระบุว่า ในส่วนนี้ประชาชนอาจมีความกังวลใจ เพราะกฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 กันยายน 2565

หากมีการพิจารณาในกฎหมายฉบับนี้จะพบว่า ต้องใช้คาร์ซีตอย่างเดียว กรณีผู้โดยสารอายุต่ำกว่า 6 ปี ในทางกฎหมายมีทางเลือกอยู่ การเพิ่มที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือการเพิ่มที่นั่งพิเศษเพื่อเด็ก เพื่อป้องกันอันตราย หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งในระยะ 120 วัน จะมีรายละเอียดออกมา ขอให้ประชาชนอย่าเร่งกังวลใจในเรื่องค่าใช้จ่าย

เมื่อถามว่า ก่อนที่จะมีการประกาศใช้กฎหมายใด ควรมีการคิดรายละเอียดออกมาให้ครบทันทีที่กฎหมายบังคับใช้ ควรมีรายละเอียด ดีกว่าหรือไม่ เหตุใดต้องรอทำรายละเอียดในภายหลัง โฆษก บช.น. ตอบว่า ในส่วนนี้ เป็นเรื่องของกฎหมายหลัก และกฎหมายรอง

ในเรื่องนี้การที่จะกำหนดรายละเอียดกฎหมายนี้ ไว้ในกฎหมายหลักเลย เปรียบเหมือนการอ่านหนังสือเป็นการเก็บไว้ในภาคผนวก รายละเอียดหลักจะอยู่ในกฎหมายนี้ ส่วนรายระเอียดอื่น ๆ ต้องคิดให้ละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการบังคับใช้กฏหมาย

เมื่อถามว่า กฎหมายหลักและรอง ไม่สามารถคิดพร้อมกัน หรือประกาศออกมา ได้หรือไม่ พล.ต.ต.จิรสันต์ ระบุว่า การออกฎหมายหลักออกมามีขบวนการขั้นตอน ในส่วนของคาร์ซีตเริ่มมาตั้งแต่ปี 2563 ที่ประเทศไทยในส่วนสมาชิกองค์การอนามัยโลก ซึ่งมีกำหนดให้มีกฎหมายระดับชาติ ที่ต้องออกกฎหมายสำหรับการที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กในการโดยสารด้วยรถยนต์ มีเด็กที่เกิดอุบัติเหตุ เสียชีวิต จำนวนมาก หากไม่มีคาร์ซีตจำนวนมาก

จากผลวิจัยพบว่า หากเด็กนั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กสมารถลดอันตรายได้ถึงร้อยละ 70 ขณะที่ประเทศต่าง ๆ ก็ได้ทยอยออกมากฎหมายเกี่ยวที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กมากขึ้น ดังนั้นในกระบวนการออกกฎหมายหลัก มีการใช้เวลา มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ดังนั้นการขับเคลื่อนที่จะผลักดันกฎหมายหลัก จึงมีระยะเวลาไม่ที่แน่นอน ซึ่งการที่จะกำหนดรายละเอียดไปเลย โดยที่กฎหมายหลัก ที่เรายังไม่มีความแน่ใจว่าจะกำหนดออกมาอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดกฎหมายหลักออกมา โดยมี 3 ทางเลือก คือ ที่นั่งนิรภัย ที่นั่งพิเศษ หรือวิธีการป้องกันอันตราย เพราะฉะนั้นจึงได้ข้อสรุปว่า ไม่สามารถออกกฎหมายมาพร้อมกันได้ ซึ่งเป็นหลักของการออกกฎหมาย

เมื่อถามถึงรถโดยสารสาธารณะ รถโรงเรียน รถแท็กซี่ ต้องมีที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กด้วยหรือไม่ ส่วนนี้มีความชัดเจน เพื่อให้กรมการขนส่งฯนำประกาศเพื่อบังคับใช้ต่อได้ พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า ในส่วนของรายละเอียดของเด็กรอประกาศรายละเอียดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบกจะนำไปบังคับใช้อีกครั้ง

เมื่อถามถึงการกำหนดให้ผู้โดยสาร “ตอนหลัง” ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาขณะโดยสารบนรถ มีการบังคับรถทุกประเภทหรือไม่ โฆษก บช.น. ระบุว่า โดยหลักแล้ว เกือบทั้งหมด ยกเว้นรถสามล้อ รถบดถนน รถแทรกเตอร์ หรือรถที่ใช้สำหรับการทำเกษตรกรรม หรือรถยนต์ที่อื่นที่กรมการขนส่งทางบกมีประกาศข้อกำหนดไว้ เช่น รถตู้โดยสาร รถแท็กซี่ ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยในทุกที่ที่นั่ง

โฆษก บช.น. ตอบคำถามสุดท้ายระบุว่า กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้วันที่ 5 กันยายน 2565 นับ 120 วันตั้งแต่ราชกิจจานุเบกษามีการประกาศตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2565