อัยการเผยสาเหตุ เลื่อนฟังคำสั่งฟ้อง 6 ผู้ต้องหาคดีแตงโม

ผู้ต้องหาคดีแตงโม

อัยการแจงสาเหตุเลื่อนฟังคำสั่งฟ้อง 6 ผู้ต้องหาคดีแตงโม เลื่อนไป 3 สิงหาคม ย้ำ อัยการมีกรอบเวลาชัด หากไม่พอใจจะไปร้องก็มีสิทธิ

วันที่ 7 กรกฎาคม 2565 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่อัยการจังหวัดนนทบุรี น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรืออัยการดาว อัยการจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า นัดหมายผู้ต้องหาคดีการเสียชีวิตแตงโมทั้ง 6 คน ฟังคำสั่งในวันที่ 3 สิงหาคม เวลา 10.00 น. เพราะคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาบางส่วน เป็นแค่ส่วนของราชการตามปกติ และคิดว่านัดหน้าไม่น่าเลื่อนอีก

ส่วนที่เลื่อนไปเดือนสิงหาคม จากเดิมที่จะนัดภายในเดือนกรกฎาคม ตามที่ผู้บังคับบัญชากำชับมานั้น เพราะมีเหตุข้อข้อง และเพื่อให้การนัดลงตัวกันทั้งสองฝ่าย จึงได้เป็นวันที่ 3 สิงหาคม พร้อมย้ำว่าอัยการมีกรอบระยะเวลาการทำงานชัดเจน ความรวดเร็วก็เป็นความยุติธรรมอย่างหนึ่ง และได้แจ้งข้อมูลให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว

น.ส.สุภาภรณ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาไปยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด มองว่าตนแจงในรายละเอียดให้ผู้ต้องหารับทราบถึงเหตุผลแล้ว หากผู้ต้องหาไม่พอใจก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหา ถ้าไม่พอใจหรือจะไปร้องก็เป็นสิทธิของเขา แต่อัยการมีคำตอบอยู่แล้ว พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ล้าช้า เพราะมีกรอบการทำงานที่ชัดเจน ส่วนอธิบายแล้วผู้ต้องหาจะเข้าใจหรือไม่ ก็เป็นสิทธิ และเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา

เมื่อถามว่าเหตุผลของการเลื่อนออกไปเกี่ยวข้องกับประเด็นที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือมาก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น อัยการดาว ระบุว่า ขอไม่พูดถึงบุคคลภายนอก เพราะการพิจารณาสำนวน เป็นเรื่องของข้อเท็จจริง เหตุและผลในสำนวน ก็ขอให้คนที่รับฟังใช้วิจารณญาน

Advertisment

อัยการดาว กล่าวอีกว่า ตอนนี้คำตอบของคำฟ้องมีครบถ้วนอยู่แล้ว แต่ติดที่ขั้นตอนกระบวนการ ซึ่งในช่วงระยะเวลาที่มีการเลื่อนยังไม่รู้เหตุปัจจัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอีก

ส่วนกรณีการขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมของแม่คุณแตงโม ซึ่งเป็นผู้เสียหายนั้น อัยการดาวชี้แจงว่า ถ้าผู้เสียหายถอนฟ้องในคดีอื่นเพื่อขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ตามบรรทัดฐานของศาลฎีกาสามารถทำได้ แต่ต้องถอนฟ้องเพื่อขอเป็นโจทก์ร่วมก่อน

อย่างไรก็ตาม หากผู้เสียหายยังไม่ถอนฟ้อง และมีการใช้สิทธิฟ้องคดีไปแล้ว ก็ไม่สามารถเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ โดยอัยการคงต้องไปดูว่าทีการถอนฟ้องในลักษณะไหนที่ศาลอีกครั้ง ซึ่งศาลจะใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา