เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

2 ค่ายเอกซเรย์เศรษฐกิจปีจอ ไตรมาสแรกจีดีพีวิ่งแรง 4.6%

12 ม.ค. 2561 | 17:30น.

บรรยากาศความเชื่อมั่นการลงทุนในปี 2561 นี้ดูฉายแววสดใสตั้งแต่ต้นปี สะท้อนจากตลาดหุ้นวิ่งคึกคักทะลุ 1,800 จุด เงินต่างชาติไหลเข้าจนค่าเงินบาทแข็งขึ้นอยู่ระดับ 32 บาทต้น ๆ /ดอลลาร์ สัญญาณที่ดีทั้งหมดนี้ ทำให้ “ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี” หรือ TMB Analytics ธนาคารทหารไทย และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (EIC) ของธนาคารไทยพาณิชย์ ออกมาแสดงมุมมองเป็นบวกว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้เกิน 4%

โดยมุมมองต่อช่วงไตรมาสแรกปีนี้ “นริศ สถาผลเดชา” เจ้าหน้าที่บริหาร จากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตได้ราว 4.6% เป็นอัตราที่โตเท่ากับไตรมาส 4/2560 เพราะยังได้รับแรงส่งสำคัญจากการลงทุนภาครัฐที่มีการเบิกจ่ายลงสู่ระบบเศรษฐกิจต่อเนื่อง แถมยังมีแรงขับเคลื่อนจากการท่องเที่ยว และการส่งออก ที่ถือเป็นกุญแจสำคัญ ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยยังมีภาพรวมที่สวยหรูต่อเนื่องทว่า ยังปฏิเสธไม่ได้ต่อปมประเด็นเศรษฐกิจ ที่เติบโตแบบไม่กระจายตัว โดยเฉพาะภาคครัวเรือนที่การบริโภคอ่อนแอ เนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้กลุ่มคนระดับล่าง “ยังไม่รู้สึก” ว่าดีด้วย ทั้งที่เศรษฐกิจขยายตัว

“เอสเอ็มอีก็ยังลากเลือด เพราะธุรกิจไม่ดีขึ้น จากกำลังการผลิตที่ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นดีนัก แถมแบงก์ก็คุมเข้มการให้สินเชื่อ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ก็ยังสูงถึง 4.3% เมื่อสิ้นปี 2560 ดังนั้น ความหวังว่าเอสเอ็มอีจะโตปีนี้ก็ยาก” นายนริศกล่าว

อีกกระแสที่ร้อนแรงตั้งแต่เปิดปีใหม่ คือ “ค่าเงินบาท” ที่ยังขยัน “แข็งค่า” ต่อเนื่อง ล่าสุดเข้าใกล้ 32.00 บาทต่อดอลลาร์เต็มทีแล้ว แต่ “นริศ” เห็นว่า ไตรมาสแรกปีนี้ไม่น่าจะเห็นค่าเงินบาทหลุดระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงไม่ปล่อยให้เงินบาทแข็งค่าจนเกินไป จนเกิดผลเสียต่อภาคธุรกิจ (ที่เกี่ยวกับการส่งออก) ดังนั้นก็คงเห็น ธปท.เข้าไปแทรกแซงค่าเงินไม่ให้ต่ำกว่าระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ต่อไป

แต่ในระยะต่อไปก็อาจเริ่มเห็นค่าเงินบาทเริ่ม “อ่อนค่า” ได้บ้าง โดยเฉพาะช่วงกลางปีนี้ หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด ทำให้อาจเกิดเงินไหลออก จนเงินบาทอ่อนค่าลงบ้าง ก่อนจะดีดกลับไปแข็งค่าช่วงไตรมาสที่ 3/61 หากการเลือกตั้งไทยมีความชัดเจน จะยิ่งเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาพเศรษฐกิจไทย จนมีโอกาสที่จะเห็นค่าเงินบาท “กลับมา” แข็งค่าที่ระดับ 31.80 บาทต่อดอลลาร์ได้

พร้อมกันนี้ ยังได้คาดการณ์เศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ทั้งปีว่า ท้ายที่สุดแล้วก็ยังมองภาพเศรษฐกิจเป็นบวก จากการผลักดันโครงการลงทุนของภาครัฐที่ปีนี้น่าจะมีการลงทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ราว 5.8 แสนล้านบาท และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) บวกกับรถไฟทางคู่ต่าง ๆ ที่มีงบประมาณลงทุนอีก 3.3 แสนล้านบาทที่จะลงสู่ระดับเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโต 4.2% ได้

“ก็มีโอกาสที่เศรษฐกิจจะพลาดเป้าได้จาก 4 ปัจจัยเสี่ยง ทั้งการลงทุนภาคเอกชนหากพลาดเป้าที่ประเมินไว้ที่ 4% เสี่ยงที่ 2 การท่องเที่ยวที่ต่ำกว่าเป้าหมาย เสี่ยงที่ 3 การลงทุนรัฐหากเบิกจ่ายได้ต่ำกว่า 50-60% และเสี่ยงสุดท้ายคือการที่สภาพคล่องในตลาดโลกที่ตึงตัว ทั้งจากการอัดฉีดเงินของธนาคารกลาง และการขึ้นดอกเบี้ยเฟด จะทำให้เกิดเงินไหลออกได้” นายนริศทิ้งท้าย

ด้าน “ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ” ผู้อำนวยการเศรษฐกิจมหภาค EIC ก็ยังคงมองทิศทางเงินบาท “แข็งค่า” ต่อเนื่อง โดยภายในไตรมาสแรกคาดว่าเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.50-33.00 บาทต่อดอลลาร์ เพราะเศรษฐกิจไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ค่อนข้างมาก จากรายได้ท่องเที่ยวและส่งออกที่เข้ามาค่อนข้างมาก ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าเงินแข็งค่า มากกว่าปัจจัยเงินต่างชาติที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้น-พันธบัตรไทย

“อีไอซี” ได้คาดการณ์จีดีพีไทยปีนี้เติบโต 4% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว หนุนภาคการส่งออก รวมถึงการท่องเที่ยวของไทยน่าจะเติบโตดีต่อเนื่อง โดยคาดว่าปี 2561 การส่งออกไทยจะโต 5% และประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 38 ล้านคน จากปี 2560 ที่อยู่ระดับ 35 ล้านคน

ส่วนเศรษฐกิจในประเทศมีปัจจัยหลักจากการขับเคลื่อนของการ “ลงทุนภาครัฐ” ที่คาดจะโตถึง 8.7% จากปี 2560 โดยจะเห็นการลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงปีนี้จะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปี 2560 นอกจากนี้ยังคาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าจากโครงการ EEC

ในด้านการลงทุนเอกชน ก็ถือเป็นหมัดสำคัญที่มีส่วนหนุนเศรษฐกิจได้มาก เพราะ “อีไอซี” คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนภาคเอกชนลงสู่ระบบเศรษฐกิจถึง 4.2 แสนล้านบาท จากการเข้าลงทุนในหลายอุตสาหกรรม ทั้งการท่องเที่ยว ส่งออก โรงแรม ร้านอาหาร โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจไอทีจะเติบโตมาก

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังก็ยังมี อาทิ การจ้างงานและค่าจ้างแรงงานทรงตัว หรือไม่ปรับเพิ่มขึ้น จะส่งผลคนชะลอการใช้จ่าย ปัญหาเงินบาทที่แข็งค่าอาจกระทบต่อการส่งออก และกดดันรายได้เกษตรกร และเรื่องการเมืองแต่ละประเทศ

สุดท้ายแล้วเศรษฐกิจไทยจะออกหัวหรือจะก้อย เป็นไปตามประมาณการหรือพลาดเป้าก็ตาม แต่สิ่งสำคัญที่ประชาชนคาดหวังมากที่สุดเวลานี้ คือ ให้เศรษฐกิจ “กระจายตัว” อย่างทั่วถึง เพื่อขยับขยายธุรกิจและทำให้การจับจ่ายใช้สอยคล่องมือขึ้น !

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน จีดีพี (GDP)