ขั้นตอนโหวตนายกฯคนใหม่
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ ประชาชาติ
ตามตำแหน่งการบัญชาการ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็น รองนายกฯ คนที่ 1 หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม คนปัจจุบันต้องประสบอุบัติเหตุนายกฯ 8 ปี ที่ฝ่ายค้านจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร
ให้ตีความ สถานะความเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรค 4 ประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 2 และขอให้ศาลสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่
จึงเกิด scenario ทางการเมือง ว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ ประสบอุบัติเหตุทางการเมือง “พล.อ.ประวิตร” พี่ใหญ่แห่ง 3 ป. ก็จะเข้าสู่อำนาจการเป็นนายกฯ รักษาการตามสูตรยาว ๆ ไป
ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนเลือกนายกฯคนใหม่ในรัฐสภา ตามมาตรา 159 การเลือกนายกฯ ใหม่ มีอยู่ 1.ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล มาเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้มีชื่ออยู่ ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ กับ กกต.
โดยเลือกเฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มี ส.ส. ในสภาไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจํานวน ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร 500 คน หรือ มี ส.ส. 25 คนขึ้นไป
ในกรณีนี้ ยังมีชื่อแคนดิเดตนายกฯ ตาม “นิตินัย” ที่อยู่ในบัญชีนายกฯ ตั้งแต่ตอนเลือกตั้งปี 2562 และยังเป็นจนถึงทุกวันนี้ พรรคเพื่อไทย มีชื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ ชัยเกษม นิติสิริ แม้ว่าในทางพฤตินัยอาจเป็นไปไม่ได้ เพราะคุณหญิงสุดารัตน์ ไปตั้งพรรคใหม่ – ไทยสร้างไทย
ชัชชาติ ก็นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เหลือเพียง ชัยเกษม นิติสิริ ที่นั่งเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองของพรรค
ทว่า ยังมีชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข จากพรรคภูมิใจไทย กับ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังมีสิทธิเสนอชื่อให้รัฐสภาลงมติได้
ขั้นตอนที่ 2 การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ในรัฐสภา ตามวรรคหนึ่งต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจํานวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งปัจจุบันมี ส.ส.ทำหน้าที่อยู่ 478 คน ดังนั้นจะต้องมี ส.ส.รับรอง 48 คน
มติของสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องกระทํา โดยการลงคะแนนโดยเปิดเผย และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของสภาผู้แทนราษฎร
ขั้นตอนที่ 3 ในบทเฉพาะกาล รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 272 วรรคสอง กำหนดเพิ่มว่า หากไม่สามารถเลือกนายกฯในบัญชีของแต่ละพรรคการเมืองได้ สมาชิกทั้ง 2 สภา ส.ส.-ส.ว. รวมกันไม่น้อยกว่า “กึ่งหนึ่ง” ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ เข้าชื่อต่อประธานรัฐสภา ให้รัฐสภามีมติ “ยกเว้น” ไม่ต้องเสนอชื่อนายกฯ ในบัญชีของพรรคการเมือง
จากนั้นเมื่อรัฐสภาจะต้องมีมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ให้สภาเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีพรรคการเมือง หรือ นอกบัญชีพรรคการเมืองก็ได้ แล้วค่อยดำเนินการเลือกนายกฯ ในขั้นตอนที่ 2 ต่อไป
ขั้นตอนการปลดล็อก ต้องใช้เสียง ส.ส.และ ส.ว.รวมกัน ถ้ารวมเสียงไม่ถึง 2 ใน 3 หรือ 484 เสียงในตอนนี้เข้าทาง พล.อ.ประวิตร รักษาการยาว ๆ ไป