Skip to content

ครม.ไฟเขียว อุดหนุนรถยนต์อีวี 2,923 ล้าน บริษัทไหนได้ประโยชน์บ้าง

24 ส.ค. 2565 | 11:52น.
ครม.ไฟเขียว อุดหนุนรถยนต์อีวี 2,923 ล้าน บริษัทไหนได้ประโยชน์บ้าง

เปิดรายชื่อ 5 บริษัทค่ายรถยนต์ไฟฟ้า EV ปี’65 ครม.อุดหนุนส่วนลด 2,923 ล้านบาท ดันยอดซื้อรถยนต์ไฟฟ้า 18,100 คัน รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 8,800 คัน

วันที่ 24 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 งบฯกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินการตามมาตราการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์  วงเงิน 2,923.397 ล้านบาท วานนี้ (23 ส.ค.)

โดยมีผู้ได้รับสิทธิที่ต้องได้รับเงินอุดหนุนตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าฯ จำนวน 5 ราย แบ่งออกเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถยนต์ จำนวน 4 ราย แบ่งเป็นรถยนต์ จำนวน 18,100 คัน และรถจักรยานยนต์ จำนวน 8,800 คัน ได้แก่

  1. บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด (MG)
  2. บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (GWM)
  3. บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (TOYOTA)
  4. บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด (NETA)
  5. บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด (Deco Green) ซึ่งเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ พ.ศ. 2565

1.เงินอุดหนุนตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าฯ จำนวน 2,873.400 ล้านบาท แบ่งออกเป็น

  • รถยนต์ (18,100 คัน x เงินอุดหนุนคันละ 150,000 บาท) จำนวน 2,715 ล้านบาท
  • รถจักรยานยนต์ (8,800 คัน x เงินอุดหนุนคันละ 18,000 บาท) จำนวน 158.400 ล้านบาท

2.เงินสำหรับโครงการออกแบบและพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าฯ จำนวน 49.997 ล้านบาท ประกอบด้วย

  • การจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์ จำนวน 12.800 ล้านบาท
  • การจัดซื้อซอฟต์แวร์ จำนวน 14.710 ล้านบาท
  • การพัฒนาและปรับปรุงระบบงานและฝึกอบบรม 22.487 ล้านบาท

มาตรการอุดหนุนรถยนต์อีวี

กรณีรถยนต์นั่ง หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ประเภท BEV ที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท

1.รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ที่มีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 10 กิโลวัตต์ชั่วโมงแต่น้อยกว่า 30 กิโลวัตต์ชั่วโมง จำนวนเงินอุดหนุน 70,000 บาท/คัน

2.สำหรับรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ที่มีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไป จำนวนเงินอุดหนุน 150,000 บาท/คัน

กรณีรถยนต์กระบะประเภท BEV ที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท เฉพาะรถยนต์กระบะที่ผลิตในประเทศและมีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไป (เฉพาะรถยนต์กระบะที่ผลิตในประเทศเท่านั้น) จำนวนเงินอุดหนุน 150,000 บาท/คัน

กรณีรถจักรยานยนต์ประเภท BEV ที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 150,000 บาท จำนวนเงินอุดหนุน  18,000 บาท/คัน

ทั้งนี้ ผู้ขอรับสิทธิเพื่อขอรับเงินอุดหนุนตามมาตรการจะต้องเป็นบุคคลตามประกาศกรมสรรพสามิตกำหนด เช่น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่มีโรงงานอุตสาหกรรม ผู้นำเข้าที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และต้องเข้ามาทำข้อตกลงร่วมกับกรมสรรพสามิต เพื่อรับทราบและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่กรมสรรพสามิตกำหนด และยอมรับบทลงโทษหากไม่สามารถดำเนินการได้

อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบกิจการไม่ดำเนินการผลิตรถยนต์นั่งรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน หรือรถจักรยานยนต์ แล้วแต่กรณี เพื่อชดเชยการนำเข้าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด กรมสรรพสามิตจะเรียกคืนเงินอุดหนุนดังกล่าวจากผู้ได้รับเงินอุดหนุนเป็นรายคันตามจำนวนที่ไม่สามารถดำเนินการผลิตชดเชยได้ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยไม่คิดทบต้น และจะบังคับตามหนังสือสัญญาค้ำประกันโดยธนาคารที่วางไว้