เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
SD Talk เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
Business ‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
Real Estate บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
Politics เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
Business วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
ดูทั้งหมด

ดราม่า พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว 2560 (4) อสังหาฯต้องคุมต้นทุน-หลีกเลี่ยงขึ้นราคา

26 ก.ค. 2560 | 00:28น.

ซีรีส์สำรวจผลกระทบจากกฎหมายแรงงานต่างด้าวฉบับใหม่ล่าสุด “พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560” ซึ่งรัฐบาลใช้ ม.44 ผ่อนผันให้มีผลบังคับใช้ จากเดิมวันที่ 23 มิถุนายน 2560 เลื่อนเป็น 1 มกราคม 2561 แทน

แขกรับเชิญวันนี้ “คุณมิ่ง-วิทการ จันทวิมล” รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจคอนโดมิเนียม บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) ร่วมแจมมุมมองในประเด็นที่มีข้อวิตกกังวลว่า นโยบายจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวมีผลทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์แพงขึ้น จริงหรือไม่

วิทการ จันทวิมล

 

ต้นทุนก่อสร้าง : ที่ดิน 50/50

“การทำคอนโดมิเนียมเราใช้วิธีประมูลกับผู้รับเหมาอยู่แล้ว เราเห็นคอสต์อยู่แล้ว ส่วนใหญ่เราดูคอสต์ต่อตารางเมตร ประกอบกับเวลาดีไซน์ต้องยอมรับว่าทำงานมา 5-6 ปี ต้องมีเลิร์นนิ่ง ฉะนั้นเวลาเราดีไซน์ประสิทธิภาพการออกแบบมันดีขึ้น ทำให้ผลต่อราคาขายก็ถูกลง”

คำถามคือ ต้นทุนค่าก่อสร้างมีสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าโครงการ “เราพยายามบริหารจัดการให้อยู่ในสัดส่วน 50/50 ระหว่างที่ดินกับค่าก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับทำเล เช่น คอนโดฯ แอสปาย ค่าก่อสร้าง 55% ที่ดิน 45% แต่ถ้ามาทำแบรนด์ริทึ่ม ทำเลอยู่กลางเมืองค่าที่ดินจะแพงขึ้น ค่าก่อสร้างจะน้อยลง สลับด้านกัน หรือแบรนด์ VITTORIO สุขุมวิท 39 โครงการนี้จะเยอะหน่อย ค่าก่อสร้าง 60%”

คำอธิบายลากยาวไปถึงการจัดทำแผนธุรกิจว่า สูตรธุรกิจสัดส่วนค่าก่อสร้างกับค่าที่ดิน ดีที่สุดคือ 50/50 แต่ปัจจุบันก็ยอมรับว่าทำได้ยากมาก เนื่องจากปัญหาราคาที่ดิงแพงนับตั้งแต่รัฐบาลมีนโยบายลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ด้านการคมนาคมขนส่ง ดังนั้น อย่างเก่งที่สุดถ้าทำได้ 55/45 ก็ถือว่ายอมรับได้

“ถ้าเกิดอะไรที่เกิน 60/40 จะเริ่มไม่ทำ (โครงการ) สมมุติ ค่าที่ดิน 40% ค่าก่อสร้าง 60% เราจะรู้สึกว่ามันแพงไป แสดงว่าเราใส่ของบางอย่างเกิน เพราะพอที่ดินถูกต้องทำของให้แมตช์กับที่ดิน หรือที่ดินแพงแต่ค่าก่อสร้างถูกแสดงว่าเราเอาของถูกมาอยู่ในทำเลแพง ก็จะไม่แมตช์อีก”

ปีนี้ค่าแรง-ค่าวัสดุยังคงที่

ทั้งนี้ทั้งนั้น ผลกระทบจากปัญหาแรงงานต่างด้าว มองว่ามีแน่นอน แต่ด่านแรกส่วนใหญ่ไปลงผู้รับเหมาก่อน ด่านที่สองจึงมาถึงดีเวลอปเปอร์ โดยแจกแจงว่า ราคาอสังหาฯมีผลกระทบจาก 2 ส่วนคือค่าแรงกับค่าวัสดุก่อสร้าง เอกซเรย์ค่าแรง

แนวโน้มต้นทุนอาจจะขึ้นเพราะแรงงานต่างด้าวมีทั้งแบบถูกกฎหมายและนอกระบบ ในขณะที่ไซต์ก่อสร้างในส่วนแรงงานพบว่าคนไทยไม่นิยมทำอาชีพนี้อีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม ค่าแรงที่ขึ้น สมมุติ จากวันละ 300 บาทเป็น 320-330 บาท ถือว่าพอร์ชั่นหรือต้นทุนในภาพรวมไม่ได้ขึ้นเยอะมากมายอะไร เมื่อเทียบกับค่าวัสดุ ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ภาคการก่อสร้างก็ทรง ๆ ตัว ทำให้ราคาวัสดุก่อสร้างค่อนข้างนิ่งติดต่อกันหลายปีแล้ว

สรุปว่า ค่าแรงงานก่อสร้างขึ้นเล็กน้อยในภาพรวม บวกกับค่าวัสดุยังไม่ได้ปรับราคา ทำให้ต้นทุนไซต์ก่อสร้างถือว่าค่อนข้างคงที่

“ในมุมเราวันนี้เท่าที่เห็นไม่ค่อยมีผลนะ ในช่วงแรกที่กฎหมายบังคับใช้ทันทีมีทำให้เกิดการตื่นตระหนกและแรงงานต่างด้าวหนีกลับไปหมดเลย ปุ๊บปั๊บมาก หายไปหมดแล้วแต่ก็แป๊บเดียว ตอนนี้แรงงานทยอยกลับมาแล้ว”

จ้างแพง-ใช้รับเหมารายใหญ่

สำหรับการบริหารต้นทุนค่าก่อสร้าง “มิ่ง-วิทการ” บอกว่า ใช้วิธีการจัดจ้างผู้รับเหมาให้เสร็จเรียบร้อยก่อน จากนั้นค่อยมาสู่กระบวนการตั้งราคาขายโครงการ เรียกว่าต้องล็อกต้นทุนผู้รับเหมาให้จบก่อนตั้งราคา ซึ่งระหว่างทางอาจมีการปรับราคาแต่เป็นเรื่องที่คิดคำนวณไว้ในต้นทุนหมดแล้ว

“กลยุทธ์บริหารต้นทุนก่อสร้าง เป็นนโยบายหลักของบริษัทในการเลือกใช้ผู้รับเหมารายใหญ่ มีชื่อเสียงและผลงานเป็นที่ยอมรับ เอพียอมจ่ายแพงกว่าราคาตลาด เพราะถือว่าเป็นการจ่ายแบบเหมารวม หมายถึงคำนวณคอสต์ในการจ้างแรงงานก่อสร้างไว้ด้วย ค่าจ้างได้ราคาดี ผู้รับเหมาก็มีมาร์จิ้น (ส่วนต่างกำไร) ทุกคนวิน-วิน-วิน”

โดยสัญญาก่อสร้างเป็นแบบเทิร์นคีย์ มอบหมายผู้รับเหมาหลักรายเดียวรับผิดชอบบริหารไซต์ก่อสร้างทั้งหมด สัญญางานไม่ได้แบ่งยิบย่อยแต่ให้ราคาที่ผู้รับเหมาไปจ้างเอาต์ซอร์ซในราคาสูงได้

ผลลัพธ์คือผู้รับเหมาช่วงหรือเอาต์ซอร์ซ รวมทั้งรับเหมาหลักสามารถนำเข้าแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมาย เพราะค่าจ้างก่อสร้างครอบคลุมไว้หมดแล้ว

“รับเหมาเราจ้างราคาสูง เพราะฉะนั้นเวลาเขาไปต่อรองจะมีพาวเวอร์ เราจ่ายให้ ส่วนใหญ่เทิร์นคีย์หมด อย่างผู้รับเหมาโครงสร้างเราให้ดูระบบ รับผิดชอบหมด เรามองว่าน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า เทิร์นคีย์แล้วคุณรับผิดชอบเอง เขา (ผู้รับเหมา) ก็ได้พาวเวอร์ตรงนี้ไป”

ปีนี้แหยง…ขึ้นราคาอสังหาฯ

ตามปกติ เวลามีการใช้ผู้รับเหมาก่อสร้าง ในระหว่างทางเมื่อมีต้นทุนผันแปรหรือต้นทุนที่ควบคุมไม่ได้จนทำให้เพิ่มต้นทุนขึ้นมา ถ้าเป็นโครงการภาครัฐจะมีการขอเงินชดเชยเพิ่มขึ้น สะท้อนไปตามต้นทุนใหม่ ๆ ที่เพิ่มขึ้นมา เรียกว่า “ค่าเค”

ทั้งนี้ ในภาคเอกชนไม่มีค่าเค แต่คอนเซ็ปต์เดียวกันคือต้นทุนสูงขึ้นก็ต้องขอปรับราคา “วิทการ” บอกว่า การพัฒนาคอนโดฯ ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างหลายปี อาจจะ 1-2-3 ปี (แบรนด์ VITORIO สร้าง 5 ปี) การควบคุมต้นทุนทำได้ยากมาก ตัวเลขสุดท้ายที่ดูคือกรอสมาร์จิ้นหรือกำไรยังไม่หักค่าใช้จ่ายกล่าวคือ ถ้าตั้งกรอสมาร์จิ้น 37% สูตรธุรกิจคือจะคูณด้วย 1.6% เป็นค่าเผื่อเหลือเผื่อขาดเพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุนได้ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าผู้รับเหมาจะขอค่าเค หรือเจ้าของที่ดินขอเพิ่มราคา หรือลูกค้าขอโปรโมชั่นเพิ่ม ทุกสิ่งอย่างต้องทำให้อยู่ในต้นทุนที่คำนวณให้ได้

โดยเอพี (ไทยแลนด์) มีประสบการณ์ตรงกับพันธมิตรร่วมทุน “มิตซูบิชิ เอสเตทกรุ๊ป” จากญี่ปุ่น ที่มีสไตล์ตรงเป๊ะทุกเรื่อง หากคุยถึงต้นทุนสร้างคอนโดฯปีนี้

แต่ก่อสร้างและโอนในอีก 3 ปีหน้า ถ้ามีต้นทุนใหม่งอกขึ้นมาต้องนั่งถกกันยาว บรรทัดสุดท้ายความยืดหยุ่นอยู่ที่ทำยังไงให้กรอสมาร์จิ้นได้ตามเป้าที่ตั้งไว้

“ต้องยอมรับว่าบริษัทญี่ปุ่นลงดีเทลทุกเม็ด ญี่ปุ่นเขาทำเป็น IRR (ผลตอบแทนการลงทุน) ตราบใดที่เราเมนเทนได้ เช่น ระหว่างทางมีต้นทุนเพิ่มขึ้น เราเร่งก่อสร้างให้เร็วขึ้น ได้เงินเร็วขึ้น IRR ก็เท่าเดิม ต่อให้มาร์จิ้นลดลงแต่ลดเวลาก่อสร้าง ได้เงินเร็วขึ้น ก็โอเค ขึ้นกับวิธีการไหน”

เหตุผลหลักคือ “ผมไม่อยากขึ้นราคาเพราะเสี่ยง ถ้าปรับมากเกินไปก็ไม่มีใครซื้อ คู่แข่งก็เยอะ เป็นสิ่งที่ต้องแมตช์ให้ได้”